
'สนธิ'ทำใจปรับตัวนอนคุก
13 ส.ค. 2557
'อธิบดีกรมราชทัณฑ์' เชื่อ 'สนธิ' ทำใจ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำได้ ด้านทนายความ เดินหน้ายื่นคำร้องผู้พิพากษารับรองฎีกาสู้คดีคุก 20 ปี
13 ส.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้บริหาร พนักงานในเครือบริษัทผู้จัดการ เอเอสทีวี พร้อมทั้งครอบครัวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องขังในคดีผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 20 ปี โดยนายสนธิ ได้ถูกย้ายมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มาควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอัตราโทษจำคุกสูงเกิน 15 ปี และถูกส่งตัวไปคุมขังแดน 1 โดยเป็นการคุมขังรวมกับนักโทษคดีทั่วไป ซึ่งญาติที่มาได้ซื้ออาหารคาวหวานจากร้านค้าสหกรณ์เรือนจำ เข้าไปเยี่ยมนายสนธิ และใช้เวลาประมาณ 20 นาที ตามระเบียบ ก่อนจะเดินทางกลับ
ด้านนายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ตั้งแต่นายสนธิ ถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่พบปัญหาในการควบคุม อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกนี้ ได้กำชับให้ทาง ผบ.เรือนจำ ช่วยจับตาดูเป็นพิเศษ อย่าให้นักโทษที่มีความคิดเห็นแตกต่างเข้ามาอยู่ปะปนกับนายสนธิ เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนช่วงกลางคืนหลังปิดเรือนนอน ทราบว่าทางเรือนจำ ได้มีการจัดเวรยาม และมีเพื่อนผู้ต้องขังช่วยจับตาดู นอกจากนั้นยังจับตาผ่านกล้องวงจรปิด เพื่อดูความผิดปกติภายในเรือนนอน ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวิทยา กล่าวต่อว่า นายสนธิ ได้ถูกจำคุกมานานเกือบสัปดาห์แล้ว จึงเชื่อว่า นายสนธิ น่าจะทำใจ และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำได้ โดยทางญาติ ก็ไม่เคยมาร้องขออะไรเป็นพิเศษ ส่วนอาการเจ็บป่วยโรคประจำตัวของนายสนธินั้น ก็ไม่น่าห่วง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ทางเรือนจำมีทีมแพทย์พร้อมให้การช่วยเหลือทันที ทั้งนี้นายสนธิ ถือเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง เมื่อเข้ามาอยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ เราก็ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบ และกฎระเบียบของเรือนจำอย่างเคร่งครัด ไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น หน้าที่สำคัญของเรือนจำ คือ ต้องดูแลไม่ให้ใครเข้าไปทำอันตราย เพราะจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
ทนายเดินหน้ายื่นคำร้องผู้พิพากษารับรองฎีกาสู้คดีคุก 20 ปี
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของนายสนธิ กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นฎีกา และขอปล่อยชั่วคราวนายสนธิ ต่อสู้คดีที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำคุก 20 ปี ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หลังจากศาลฎีกา มีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 57 ไม่ให้ประกัน เนื่องจากเห็นว่า จำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา ว่า เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ก่อนที่ศาลฎีกา จะมีคำสั่งเรื่องปล่อยชั่วคราวออกมา ตนได้ยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ส่งคำร้อง และฎีกาพร้อมสำนวนไปให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น และศาลฎีกา พิจารณาเซ็นรับรอง ในวันนี้ (13 ส.ค.) ตนจึงมอบหมายให้เสมียนทนายความ ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาอีกครั้ง โดยขอให้ส่งสำนวนไปให้ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ เซ็นรับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว โดยขอให้ส่งพิเศษด้วยวิธีส่งแฟกซ์ หรือขอให้นำเจ้าหน้าที่ของศาล นำสำนวนไปให้ผู้พิพากษาเซ็นรับรอง หรือวิธีส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน EMS โดยจำเลยจะออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เพราะการส่งด้วยวิธีปกติจะล่าช้า ซึ่งอย่างเร็วอาจ 2 สัปดาห์ หรืออย่างช้าอาจจะ 1 เดือน ที่จะส่งผลให้นายสนธิ ต้องอยู่ในเรือนจำเป็นเวลานาน ทั้งนี้หลังจากเรายื่นคำร้องแล้วในวันนี้ ศาลอาญายังไม่มีคำสั่งใดๆ ขณะที่เรื่องประกันตัว วันนี้เราก็ยังไม่ได้ยื่นแต่อย่างใด



