ข่าว

'แบงค์'นิยมหลักฐานความทรงจำ

'แบงค์'นิยมหลักฐานความทรงจำ

14 ส.ค. 2557

ขอเวลานอก : 'แบงค์' ธารธร นิยมหลักฐานความทรงจำ : เรื่อง ชาญยุทธ ปะวะขัง /ภาพ ฐานิส สุดโต

 
                  "ได้ชิ้นโปรดแล้วหันกลับมา กระเป๋าได้อันตรธานไปโดยไม่ร่ำลา ตอนนั้นถึงกับเข่าอ่อนเหมือนสุขปุ๊บทุกข์ทันที"
 
 
                  ความประทับใจในสถานที่ต่างๆ ที่มีโอกาสเดินทางไปสัมผัส บางครั้งไม่อาจบันทึกไว้เพียงความทรงจำ เพราะนั่นอาจหมายถึงโอกาสที่จะลืมเลือนไปตามกาลเวลา บางคนจึงเลือกที่จะหาตัวช่วยด้วยการบันทึกผ่านวัตถุจับต้องได้ ดังเช่นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์วัย 37 ปี "แบงค์" ธารธร อักษรานุวัตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามนุวัตร จำกัด เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้ชื่อ "วิช" และ "เวอร์ทีค" ที่นิยมสะสมความรู้สึกดีๆ จากการเดินทางทั่วโลกผ่านที่ติดตู้เย็น หรือ "แม็กเน็ท" อันเล็กๆ มูลค่าน้อยนิด ทว่าสามารถบรรจุความทรงจำได้มหาศาล
 
                  แม็กเน็ทความทรงจำที่เปรียบเสมือนเมมโมรี่การ์ดอันแล้วอันเล่าถูกแปะไว้แน่นขนัดบานประตูตู้เย็น ภายในห้องเพนเฮ้าส์สุดหรู บนชั้น 36 โครงการ "วิช แอด สามย่าน" ที่เขาเล่าว่าแทบทุกตึกที่ผุดขึ้นมาต้องมีห้องลักษณะนี้ไว้พักอาศัยส่วนตัวกับอีกเหตุผลที่น่าจะมีน้ำหนักมากพอ นั่นคือสำหรับเก็บสะสมบรรดาแม็กเน็ทและของที่ระลึกต่างๆ ยามมีโอกาสไปเยือนต่างแดน ด้วยเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่เล็กๆ จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของนิสัยชอบเก็บสะสมสิ่งละอันพันละน้อย ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้จะเรียกว่าเป็นกันทั้งบ้านก็คงไม่ผิดนัก
 
                  "ครอบครัวเป็นนักเดินทาง ปีหนึ่งก็จะพักผ่อนยาว อย่างช่วงคริสมาสต์ถือเป็นเทศกาลหยุดยาวของเรา คุณแม่ท่านแต่งงานวันคริสมาต์ด้วยก็เลยอยากเฉลิมฉลองไปพร้อมกัน แต่ละทริปก็ยาวเกือบ 2 สัปดาห์ เวลาเที่ยวไหนก็มักซื้อของที่ระลึกเยอะๆ เพราะเด็กๆ กลัวไม่ได้กลับไปอีก จำได้ว่าไปต่างประเทศครั้งแรกตอน 7 ขวบที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เป็นทริปที่ตื่นเต้นมากต้องต่อเครื่อง อากาศก็หนาว คุณแม่ให้พ็อกเก็ตมันนี่มาก็ซื้อแม็กเน็ทเลย ราคาไม่แพง หาซื้อง่ายด้วย รู้สึกว่าไปเที่ยวแต่ละที่สนุกหมดเลย ก็เลยอยากซื้ออะไรเก็บไว้เป็นความทรงจำ จนโตมาทำงานแล้วไปเที่ยวไหนก็ยังหาซื้อตลอด เลือกอันแปลกๆ ที่คนไม่ค่อยมีกัน จริงๆ เป็นบ้านนักสะสมทั้งบ้าน คุณพ่อสะสมที่ดิน (หัวเราะ) ส่วนคุณแม่สะสมของโบราณจำพวกโถ จาน ชาม ส่วนพี่สาวสะสมเครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า พี่ชายสะสมพวกเทคโนโลยี" ทายาทคนที่ 4 ในจำนวนลูกๆ  5 คนอันมีชาย 4 หญิง 1 ของคุณพ่อผิน และคุณแม่เสาวณีย์ อักษรานุวัตร ผู้บุกเบิกบริษัทกลุ่มอักษรากรุ๊ป นักพัฒนาที่ดินรายใหญ่ จับต้นชนปลายเกี่ยวกับงานอดิเรกหลังว่างเว้นจากการเข็นธุรกิจหมื่นล้านในแต่ละวันให้ฟังอย่างอารมณ์ดี
 
                  ของรักของหวงส่วนหนึ่งที่ความจริงมีมากนับพันชิ้นที่เขาชี้ชวนให้ดูล้วนมาจากการเดินทางไปสัมผัสประเทศนั้นๆ มากับตัว ไม่มีชิ้นไหนเป็นของฝากจากคนอื่น เพราะเจ้าตัวให้เหตุผลว่านิยมซื้อเก็บสะสมด้วยตัวเอง เพื่อบันทึกความประทับใจส่วนตัวจากสถานที่จริง แต่ละอันจึงมีคุณค่าทางความรู้สึกแม้ราคาค่างวดจะเพียงหลักสิบหลักร้อย
 
                  ว่าพลางยกตัวอย่างแม็กเน็ทรุ่นบุกเบิกจนถึงอันล่าสุด อย่างอันที่หน้าตาธรรมดาพื้นๆ จากซานฟรานซิสโก อายุเกือบ 20 ปี ถือเป็นอันแรกๆ ที่เริ่มเก็บ ส่วนแม็กเน็ทจากแม็กซิโก และคาซาบลังก้า โมร็อคโค เป็นอันที่ได้มายากที่สุดเพราะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องอันตรายทำให้ไม่ค่อยมีคนอยากไปเที่ยว แต่พอได้ไปเที่ยวจริงๆ กลับรู้สึกไม่อันตรายอย่างที่คิด ผู้คนก็เป็นมิตร อบอุ่น บ้านเมืองก็สวยงามดี โดยภาพรวมแล้วพูดได้เต็มปากว่าทุกชิ้นมีคุณค่าทั้งในแง่ความทรงจำและศิลปะในการทำแตกต่างกันไป
 
                  "ตั้งแต่เรียนอยู่อเมริกาที่บอสตันก็ตั้งใจจะไปแม็กซิโก แต่ก็ไม่มีโอกาส พอได้ไปก็ประทับใจ อีกที่คือโมร็อคโคเขาว่าอันตรายก็เพิ่งได้ไปเมื่อไม่นานมานี้ ปีหนึ่งเที่ยวจริงๆ 4-5 ทริปไม่รวมติดต่อธุรกิจ ไปมาก็มาก แต่ที่ยังไม่ได้ไปก็มีอย่างอียิปต์ จอร์แดน เปรู ตั้งใจว่าจะไปให้ได้ รอดูว่าแม็กเน็ทที่นี่หน้าตาจะเป็นยังไง มีเพื่อนสะสมแม็กเน็ทอยู่เยอะเหมือนกัน บ้างครั้งไปดูบ้านเพื่อนว่าซ้ำไหม ก็แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ส่วนตัวจะเลือกเก็บชิ้นที่เด่นๆ หายาก ไปที่เดิมๆ ก็จะมีของใหม่ออกมาตลอด ไม่ซ้ำแน่นอน ราคาถูกสุด 30-40 บาท แพงสุดราว 1,600 บาท (ตัวการ์ดแก้ว)" นักสะสมความทรงจำตัวยง เผยพร้อมกับเอื้อมมือไปจัดระเบียบบรรดาแม็กเน็ทให้เข้าที่เข้าทาง เพราะบางครั้งอาจเผลอไปสัมผัสขณะเปิดปิดตู้เย็น
 
                  ใครจะเชื่อว่าความคลั่งไคล้แม็กเน็ทจะนำมาซึ่งเหตุการณ์ไม่รู้ลืม ชายหนุ่มเล่าว่าเรื่องเกิดขึ้นขณะเข้าไปเลือกแม็กเน็ทภายในร้านขายของที่ระลึกที่สนามบินฝรั่งเศส โดยชะล่าใจวางกระเป๋าเดินทางไว้หน้าร้าน เพราะคิดว่าซื้อของเดี๋ยวเดียว ปรากฏว่าได้ชิ้นโปรดแล้วหันกลับมา กระเป๋าได้อันตรธานไปโดยไม่ร่ำลา ตอนนั้นถึงกับเข่าอ่อนเหมือนสุขปุ๊บทุกข์ทันที โชคดีที่เป็นใบที่ไม่ได้ใส่ของสำคัญไว้มากจึงพอทำใจได้ นี่ไม่นับรวมเรื่องยิบย่อยที่หลานๆ มาเห็นแล้วแอบหยิบไปแล้วลืมเอามาคืน หรือที่ชำรุดเสียหายก็พยายามซ่อมแต่ไม่สำเร็จ
 
                  แต่สิ่งที่ผุดขึ้นขณะเดินทางท่องเที่ยวและเสาะหาของสะสมเหล่านี้นอกจากความสุขทางใจแล้ว ยังแอบมีเอี่ยวเรื่องไอเดียธุรกิจเข้าไปด้วยอย่างไม่คาดคิด ซึ่งบ่อยครั้งการได้พบเจอสถาปัตยกรรม หรือความคิดสร้างสรรค์ด้านการบริหารจัดการเมือง ก็นำมาซึ่งการต่อยอดกับโครงการคอนโดมิเนียมที่จะผุดขึ้นในอนาคต
 
                  "เราทำอสังหาริมทรัพย์ก็ต้องดูสถาปัตยกรรม ก็เลยชอบเที่ยวชอบเก็บของที่ระลึก เพราะแต่ละเมืองที่ไปมีเอกลักษณ์ในตัวเอง อย่างสเปนบ้านเมืองเขาคลาสสิก หรือนิวยอร์คก็เป็นเมืองสมัยใหม่ คิดว่าแต่ละประเทศที่ไปก็นำกลับมาใช้งานด้วย อะไรสวยเก๋ก็นำมาพัฒนาต่อยอด แต่สิ่งที่เครียดที่สุดของธุรกิจนี้ คือเรื่องหาโลเคชั่นที่ตอบโจทย์ลูกค้า ยิ่งทำเลใจกลางเมืองส่วนใหญ่มีเจ้าของหรือผู้อาศัยอยู่ก่อน กว่าจะเคลียร์พื้นที่ได้ต้องใช้เวลา ถ้าเครียดมากๆ ก็จะขับรถออกไปไดรฟ์กอล์ฟ เล่นแบดมินตัน เบรคก่อนแล้วค่อยมาคิดใหม่ ส่วนแม็กเน็ทก็ช่วยได้ พอกลับมาแล้วมองแต่ละอันที่เราเคยไปเที่ยวมาก็ทำให้มีความสุข" ผู้บริหารคิดนอกกรอบ สะท้อนมุมมองธุรกิจจากกิจกรรมยามว่าง
 
                  ทั้งนี้ ผู้บริหารหนุ่ม (ว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตอันใกล้) ทิ้งท้ายสำหรับคนทำงานว่า ควรหาเวลาท่องเที่ยวเดินทางบ้างเพื่อชาร์ตพลัง ถ้ายังไม่มีโอกาสไปต่างประเทศก็เที่ยวต่างจังหวัดก็ได้ มีแม็กเน็ทสวยๆ ให้สะสมเหมือนกัน สำหรับตัวเองของพวกนี้ไม่มีคำว่าไร้ค่า ตั้งใจจะสะสมไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีเรี่ยวแรงเดินทางแล้ว...