
'สุรชัย'ชี้'สนช.'ควรโชว์ทรัพย์สิน
13 ส.ค. 2557
'สุรชัย' คาด 15 ส.ค.ถกร่างงบปี 58 - ตั้ง กมธ.ยกร่างข้อบังคับการประชุม ชี้ 'สนช.' ควรโชว์ทรัพย์สิน ขณะที่ กกต.จะเปิดรับเสนอชื่อ 'สปช.' 14 ส.ค.นี้
13 ส.ค. 57 เมื่อเวลา 11.50 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในเวลา 14.00 น. ตน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ว่าที่ประธาน สนช. และนายพีระศักดิ์ พอจิต ว่าที่รองประธาน สนช.คนที่ 2 ได้นัดหารือกัน ถึงการเตรียมนัดประชุม สนช. เบื้องต้น หากมีการโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งประธาน และรองประธาน สนช.ลงมา ภายในวันที่ 14 ส.ค.ก็จะนัดประชุมได้ในวันที่ 15 ส.ค. โดยมีเรื่องเร่งด่วน คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ซึ่งจะรับหลักการวาระแรกภายในวันเดียว พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา และเปิดให้ยื่นแปรญัตติภายใน 7 วัน พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังการประชุม สนช. เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีข้อบังคับถาวร ซึ่งจะเป็นหลักเกณฑ์เชื่อมโยงไปถึงการเลือกนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีวิธีการเลือกอย่างไร โดยการประชุม สนช.นัดที่ผ่านมา เราอนุโลมใช้ข้อบังคับของ สนช.ปี 49 แต่การเลือกนายรัฐมนตรีครั้งนี้ เป็นอำนาจของ สนช. ต่างจากปี 2549 ที่ให้หัวหน้า คมช.เป็นคนเลือก
นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีการเสนอให้เลือกนายกรัฐมนตรี โดยไม่ต้องรอข้อบังคับ ก็จะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุม โดยอาจจะทำการยกรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มาเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่ให้อำนาจ สนช. ซึ่งทำหน้าที่ ส.ส.และ ส.ว.เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ก็น่าจะเทียบเคียงกันได้ ส่วนกำหนดวันเลือกนายกรัฐมนตรี ตนตั้งใจว่า ควรจะเป็นวันที่ 21-22 ส.ค. หรืออย่างช้า คือ ไม่เกินสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส.ค. เพราะนายกรัฐมนตรีจะต้องไปแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี อีกทั้งยังมีขั้นตอนการทูลเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี จึงอยากให้มีรัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารงานในปีงบประมาณใหม่ ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป จะได้เป็นไปตามโรดแม็พ ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ของ คสช.ต่อไป
เมื่อถามถึงการชี้แจงทรัพย์สินของ สนช.ต่อ ป.ป.ช. นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวมองเห็นว่า มีความจำเป็นที่ สนช.จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน และต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ คิดว่า สนช.ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งการดำรงตำแหน่ง ส.ว.ของตนที่ผ่านมา ก็ทำแบบนี้ตลอด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.ว่าจะกำหนดอย่างไร เพราะ ป.ป.ช.ไม่อาจทำนอกรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ได้
เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการจำเป็นต้องมีหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า จำเป็นต้องมี เพื่อจะได้มีกลไกการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และข้าราชการ แต่ถ้าไม่มี เราจะติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และข้าราชการ อย่างไร เพียงแต่หน้าที่ต้องอย่าให้ซ้ำซ้อนกัน และจำนวนกรรมาธิการก็ไม่ควรมีมาก เพื่อจะได้ประหยัดงบประมาณ และเบี้ยประชุม ทั้งนี้กรรมาธิการที่มีอยู่ของ 2 สภา สภาผู้แทนฯ มี 35 คณะ วุฒิสภา มี 22 คณะ ก็ต้องมาดูว่า คณะใดซ้ำซ้อน ก็ให้ตัดออก ส่วนกรรมาธิการที่มีภารกิจเหมือนกัน ก็มายุบรวมกัน
กกต.เปิดรับเสนอชื่อ 'สปช.' 14 ส.ค.นี้
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีรับเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 คณะแล้ว ตนก็จะลงนามในคำสั่งในเอกสารประกาศการสรรหา เพื่อส่งไปลงราชกิจจานุเบกษา และในวันที่ 14 ส.ค. ก็จะเริ่มเปิดรับการเสนอชื่อบุคคล โดยในกระบวนเปิดรับการเสนอรายชื่อบุคคลนั้นจะไม่มีการเปิดรับเหมือนในต่างจังหวัด โดยมีวิธีการคือตัวแทนนิติบุคคลเดินทางมาเสนอชื่อที่สำนักงาน กกต. หรือ ส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ ส่วนคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด เบื้องต้นได้รับรายงานว่า คณะกรรมการ กกต.จังหวัด ได้เข้าไปประสานงานกับคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดแล้ว ซึ่งมีบางจังหวัดเริ่มประชุมเลือกประธานคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดแล้ว ทั้งนี้เมื่อมีการเปิดรับเสนอชื่อบุคคลโดยนิติบุคคล กกต.จะทำการตรวจสอบ และจะมีการแถลงรายชื่อที่มีการเสนอชื่อให้สาธารณะชนได้ทราบ ทั้ง 11 ด้าน รวมทั้งรายชื่อที่มีการทาบทามจากคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ทุกวัน
นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ประชาชนเห็นว่าชื่อบุคคลใดไม่เหมาะสมทั้งในเรื่องคุณสมบัติ และความประพฤติที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช.ก็สามารถแจ้งมาที่สำนักงาน กกต.ได้ โดยต้องลงชื่อผู้แจ้งด้วยซึ่ง กกต.จะเก็บเป็นความลับ เพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งกัน หลังจากนั้นเราก็จะนำเรื่องเสนอไปยัง คสช.เพื่อให้วินิจฉัยต่อไป อย่างไรก็ตามตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.เป็นต้นไป กกต.จะทำงานทุกวันโดยไม่มีวันหยุด ทั้งนี้ ในการดำเนินการรับการเสนอรายชื่อครั้งนี้ กกต.ใช้งบประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยเป็นงบจากโครงการที่ถูกระงับการดำเนินการ หลังจากวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าบริหารจัดการการประชุม ส่วนค่าป้ายประชาสัมพันธ์ก็ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ซึ่งน้อยกว่าการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาในอดีตที่ใช้งบประมาณถึง 50 ล้านบาท
"ที่ผ่านมาไม่มีข้อหนักใจอะไร แต่เกรงว่าระยะเวลา 30 วันในการเปิดรับการเสนอรายชื่อจะมีการเสนอรายชื่อจำนวนมาก แต่ กกต.ก็ได้เตรียมที่จะเพิ่มสถานที่และบุคลากรเพื่อรองรับไว้แล้ว นอกจากการับการเสนอรายชื่อ 11 ด้านแล้ว กกต.ยังการตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาอีกส่วนหนึ่งในการรับเรื่องทางไปรษณีย์ สำหรับนิติบุคคลต่างจังหวัดที่จะเสนอชื่อบุคคล ทั้งนี้ตนคิดว่าจะมีนิติบุคคลเข้าร่วมเสนอชื่อบุคคลกว่า 3,000 องค์กรเป็นอย่างน้อย ทั้งนี้เราไม่คาดหวังว่าทุกองค์กรจะเสนอรายชื่อ เพราะในการเสนอชื่อบุคคลต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสม"
เมื่อถามว่าสมาชิก สปช.จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ นายภุชงค์ กล่าวว่า หากสมาชิกสภานิติบัญญัติต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. สมาชิก สปช.ก็จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วยเช่นกัน



