ข่าว

สนช.สายทหารพร้อมเปิดปัญชีทรัพย์สิน

สนช.สายทหารพร้อมเปิดปัญชีทรัพย์สิน

12 ส.ค. 2557

สนช.สายทหารพร้อมเปิดปัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ทำตามระเบียบ หัวหน้าคสช.สั่งต้องเข้าร่วมประชุมทุกครั้งทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

                12ส.ค.2557 พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการ และผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ในฐานะสมาชิสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้สนช.แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ ว่า ทางสนช.พร้อมทำตามขั้นตอน หากมีการแจ้งให้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญ ตนก็พร้อมดำเนินการ ในส่วนที่มีความกังวลเรื่องการแบ่งเวลาทำหน้าที่ระหว่างสนช. คณะกรรมาธิการและภารกิจทางทหารนั้น ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคสช. ได้มอบหมายแล้วว่าใครที่เป็นสนช. ต้องเข้าร่วมประชุมสนช.ให้ครบทุกครั้ง รวมถึงแบ่งระบบและจัดสรรเวลาการทำงานให้ดี เวลาราชการต้องไม่เสียและเวลาการประชุมก็ต้องไม่เสียด้วย อย่างไรก็ตามทหารสามารถทำได้งานทุกอย่างไม่ว่าจะเวลาไหน เพราะทหารมีความพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

                ด้านพล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะสนช. กล่าวว่าทางสนช.ในส่วนของทหารหากจะให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะก็ยินดี เพราะไม่มีอะไรที่ปกปิด ส่วนที่มีความเป็นห่วงการที่จะมาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมาธิการเพิ่มแล้วจะมีเวลาเข้าประชุมหรือไม่นั้น ในส่วนของกองทัพบกทั้งหมดขณะนี้ได้มีการแบ่งงานแต่ละส่วนมอบหมายให้บุคคลที่ไม่ได้เข้ามาเป็นสนช.ช่วยทำหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กองทัพได้มีการคิดอยู่แล้ว

                ขณะที่พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะสนช. กล่าวว่า สนช.ทุกคนพร้อมดำเนินการตามระเบียบหากมีการแจ้งมาก็พร้อมเปิดเผยข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ ส่วนที่มีความกังวลเรื่องการทำหน้าที่ของสนช.ในส่วนของทหารที่ยังรับราชการและมีหน้าที่ทางทหารต้องปฏิบัติอยู่นั้น หากมีการเปิดประชุมสนช.และตั้งคณะกรรมาธิการจะมีเวลามาร่วมประชุมหรือไม่นั้น ในส่วนของตนหากไม่ติดภารกิจอื่นที่จำเป็นก็จะเดินทางมาเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้หลังจากโปรดเกล้าฯประธานสนช.แล้ว ที่ประชุมสนช.คงจะมีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดรายละเอียดกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหัวหน้าคสช.ได้กำชับให้นายทหารที่ยังอยู่ในราชการแล้วที่มาเป็นสนช.ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดและทำตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัดด้วย


น้องบิ๊กป้อมชี้สนช.มีอำนาจเลือกนายกฯ

                พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีต ส.ว.สรรหา และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึง แนวทางการทำงานของสนช.ว่า เมื่อมีการโปรดเกล้าฯประธานและรองประธาน สนช.แล้ว ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุมสนช. พ.ศ.2557 เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานว่า สนช. จะต้องมีคณะกรรมาธิการสามัญกี่คณะ ตลอดจนถึงการกำหนดข้อบังคับเพื่อเป็นแนวทางการเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่ก็จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 19 ก็ได้ให้อำนาจ สนช. ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเอาไว้แล้ว ดังนั้นการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็อาจทำได้ก่อนการยกร่างข้อบังคับการประชุม ด้วยการขออนุโลมข้อบังคับการประชุมบางข้อ เพื่อให้ที่ประชุมเสนอชื่อและลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้เลย ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีกำหนดการแน่ชัดว่าจะเลือกนายกรัฐมนตรีวันไหน แต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามโรดแม็ปคสช.แน่นอน อย่างไรก็ตาม กระบวนการทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ประธานและรองประธานสนช.ว่าจะเห็นเป็นอย่างไร

                พล.ร.อ.ศิษฐวัชร กล่าวว่า ส่วนการ ตั้งคณะกรรมการประสานงานกิจการสนช. นั้นก็คาดว่า จะยึดรูปแบบ คณะกรรมการประสานกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิสภา เป็นหลัก ซึ่งจะประกอบด้วย ประธานสนช.เป็นประธานวิป และคณะทำงานวิปมาจากตัวแทนของคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและลำดับความสำคัญของกฎหมาย ที่เสนอมาจากรัฐบาลและสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.  ไม่ใช่มีวิปไว้ควบคุมคะแนนเสียงแบบสภาผู้แทนราษฎร เพราะ สนช. ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง สมาชิกทุกคนมี 1 เสียง ในการลงมติอย่างเป็นอิสระเท่ากัน


ครูหยุยหนุนสนช.ยื่นบัญชี

                นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. กล่าวถึงการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสนช. ว่า เรื่องนี้ไม่ต้องเถียงกันว่ากฎหมายกำหนดว่าให้ยื่นหรือไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ  แต่ในฐานะที่สนช.เข้าสู่วงจรการเมือง ถือเป็นบุคคลสาธารณะทุกคนต้องถือว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ผ่านมาบ้านเมืองวุ่นวายและสังคมถกเถียงกันกันคือเรื่องการโกงคอร์รัปชั่น ดังนั้นเพื่อตรวจสอบและป้องกันเรื่องนี้ได้ วิธีการหนึ่งคือการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน และยิ่งมีที่มาจาก คสช.ก็จำเป็นต้องเปิดเผย ไม่เช่นนั้นเราจะไปชี้หน้าว่านักการเมืองได้อย่างไรเพราะเราไม่ทำหรือยกเว้น ซึ่งส่วนตัวก็เตรียมไว้แล้วเพราะไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนกรณีการถือครองหุ้นเกินกำหนดที่อาจขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายนั้น ก็ไม่มีมาตราใดในรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ หรือถ้ามีข้อกังวลตรงนี้เชื่อว่าจะต้องให้กรอบเวลาไว้ดังนั้นจึงไม่มีปัญหา

 

ป.ป.ช.ย้ำสนช.ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

                 นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีข้อถกเถียงสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อป.ป.ช.หรือไม่ว่า กรณีดังกล่าวต้องตีความข้อกฎหมาย เพราะปกติตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 ระบุให้ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.ได้แก่ ส.ส. ส.ว. และครม. แต่สนช. เป็นตำแหน่งกรณีพิเศษที่ทำหน้าที่เหมือนส.ส.และส.ว. ซึ่งกฎหมายป.ป.ช.ไม่ได้ระบุว่า ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน คงต้องมีการนำมาเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2549 ซึ่งขณะนั้นกำหนดให้สนช.ต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. หลังจากเข้ารับตำแหน่งภายใน 30 วัน ดังนั้นหากยึดถือตามธรรมเนียมปฏิบัติเหมือนปี 2549 ที่ผ่านมา สนช.ก็มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เชื่อว่า ที่ประชุมป.ป.ช.คงยึดถือตามแนวปฏิบัติเดิมที่เคยมีมา ซึ่งสนช.หลายคนเข้าใจดีว่า ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ส่วนเมื่อยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้วจะต้องเปิดเผยให้สาธารณชนทราบเหมือนกรณีส.ส.และส.ว.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเห็นของที่ประชุมป.ป.ช.ในวันที่ 14 ส.ค.นี้

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า สนช.หลายคนเป็นห่วงเรื่องการถือครองหุ้นในรัฐวิสาหกิจที่เป็นคู่สัมปทานกับรัฐ ซึ่งเป็นคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำรงตำแหน่งสนช. นายสรรเสริญ กล่าวว่า ต้องรอดูมติของที่ประชุมป.ป.ช.ในเรื่องนี้จะเห็นเป็นอย่างไร จะมีข้อยกเว้นอะไรหรือไม่ เพราะถ้ามีรายละเอียดข้อห้ามมากมายก็คงไม่มีใครอยากมาเป็นสนช.

 

วินธัยปัดตอบคสช.ถูกจี้แสดงบัญชีทรัพย์สิน


                พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้คสช. แสดงความบริสุทธิ์ใจเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะ ทั้งช่วงก่อนและหลังเข้ารับตำแหน่ง รวมทั้งระหว่างอยู่ในตำแหน่ง เพื่อให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ตลอดเวลาว่า ขณะนี้ตนยังไม่มีข้อมูล และยังไม่ทราบเรื่อง รวมถึงยังไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานใดแจ้งเรื่องมายังคสช.อย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน แต่โดยปกติข้าราชการระดับสูงทุกเหล่าทัพตำแหน่งพลเอกจะมีการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามปกติอยู่แล้ว ตั้งแต่รับตำแหน่งและออกจากตำแหน่ง ซึ่งบุคคลที่เป็นคสช.ทั้งหมดก็เป็นข้าราชการระดับสูงของแต่ละเหล่าทัพและทางป.ป.ช.ก็มีข้อมูลตรงนี้อยู่แล้ว


งบปี 58 จ่อเข้าสนช. เร่งให้เสร็จก่อน 30 ก.ย.

                นางนรรัตน์ พิมเสนเลขาธิการวุฒิสภา กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2558 ว่า ขณะนี้สำนักเลขาธิการวุฒิสภาเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ต้องรอการโปรดเกล้าประธานและรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อกำหนดวันนัดประชุมต่อไป รวมถึงต้องรอหนังสือจากหัวคสช.ที่จะส่งรายละเอียดร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2558 มาให้สำนักเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งคงมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวก่อนการโหวตเลือกตัวนายกรัฐมนตรี ดังนั้นผู้ที่จะทำหน้าที่เสนอร่างพ.ร.บฉบับนี้คือ หัวหน้าคสช. ที่จะทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

                นางนรรัตน์กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 นั้น จะเป็นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯตามขั้นตอนปกติ มีตัวแทนจากสนช. หน่วยงานราชการ และบุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมาธิการฯ เพียงแต่สัดส่วนกรรมาธิการจากหน่วยงานต่างๆ อาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะไม่มีพรรคการเมืองร่วมเป็นกรรมาธิการในครั้งนี้  ทั้งนี้กรรมาธิการวิสามัญฯจะต้องเร่งรัดการพิจารณาเป็นพิเศษให้เสร็จก่อนวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อให้การใช้งบประมาณรายจ่ายปี 58 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค.57   ส่วนการกำหนดวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอการโปรดเกล้าฯประธานและรองประธานสนช.ลงมาก่อน