ข่าว

'ปนัดดา'เผยหน.คสช.ห่วงสั่งเร่งช่วยเหลือ

'ปนัดดา'เผยหน.คสช.ห่วงสั่งเร่งช่วยเหลือ

12 ส.ค. 2557

"ปนัดดา" ลงพื้นที่ตึก 6 ชั้นถล่ม เผย "หัวหน้าคสช." ห่วงสถานการณ์ สั่งเร่งช่วยเหลือทั้งคนไทย-ต่างชาติ ช่จนท. กู้ภัยเร่งช่วยชีวิตผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร

 
          วันที่ 12 ส.ค.57 เวลา 10.30 น. ที่ ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยมที่เกิดเหตุอาคารก่อสร้างคอนโดมิเนียมสูง 6 ชั้นถล่มทับคนงานบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมี นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผวจ.ปทุมธานี นายพาชัย โปรียานนท์ นายอำเภอคลองหลวง นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพ.อ.พัลลภ เฟื่องฟู ผู้บังคับการกรมปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 (ผอ.ปตอ.2.) ในฐานะหัวหน้ากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เข้ารายงานสถานการณ์
 
          ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้มาดูที่เกิดเหตุ เนื่องจากหัวหน้าคณะคสช.มีความเป็นห่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการจังหวัดได้มาดูแลและคอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่ให้มีความราบรื่นแล้ว รวมถึงได้รายงานให้คสช.รับทราบว่ามีคนเจ็บเป็นทั้งคนไทยและต่างชาติ ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผวจ.ปทุมธานีจะดำเนินการทุกอย่างให้กลับสู่ความเรียบร้อยโดยเร็ว
 
          "หัวหน้าคสช.มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าว และต้องการดูว่าเหตุอาคารถล่มนี้เกิดจากสาเหตุอะไร เช่น การออกแบบหรือวัสดุ ถึงแม้ภาคราชการจะมีความเข้มงวดในการตรวจสอบ แต่ก็ต้องเพิ่มความเข้มงวดให้มากขึ้นกว่าเดิม"ม.ล.ปนัดดา กล่าว
 
          ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า ส่วนการช่วยเหลือในเบื้องต้นจะเป็นไปตามระเบียบราชการ แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และเป็นไปตามหลักมนุษยชนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งตนก็ต้องขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ด้วย

 
 
 
ช่างขึงสลิงเล่านาทีตึกถล่ม
 
          จากเหตุการณ์อาคารหอพักซึ่งเป็นคอนโดสูง 6 ชั้น ถล่มลงมาขณะกำลังก่อสร้าง ซึ่งการกู้ภัยอาคารที่ถล่มนั้นประกอบไปด้วยกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 จำนวน 90 คน สนุขค้นหาจากมูลนิธิชาติชาย ชุณหะวัณ 6 ตัว พร้อมอุปกรณ์กู้ภัย รถไฟฟ้าส่องสว่าง เครื่องปั่นไฟ รถกู้ภัย กล้องค้นหาผู้ประสบภัย กล้องตรวจจับความร้อน เครื่องช่วยชีวิต รถพยาบาล ถังออกซิเจน เครื่องเชื่อมตัดเหล็ก และการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกันนี้ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ประชุมควบคุมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อความเป็นระเบียนในการทำงานที่รวดเร็ว
 
          นายรณชัย ธิราช อายุ 25 ปี เลขที่ 62 หมู่2 ต.เขาคอก อ.ปักโคนชัย จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตนเองเป็นหนึ่งในคนงานช่างขึงสลิงที่ขณะเกิดเหตุ ตนเองนอนพักใต้อาคารและได้ยินเสียงดังขึ้นเปรี้ยงๆ คล้ายเสียงฟ้าร้องและมีฝุ่นกระจาย ด้วยความตกใจจึงได้วิ่งออกมาจากอาคารด้วยความรวดเร็ว ขณะที่อาคารได้ถล่มลงมาทั้ง 6 ชั้น ตนยังคิดเลยว่ารอดมาได้อย่างไร ซึ่งมีศรีษะแตกและได้รับบาดเจ็บที่เท้าทั้งสองข้าง ทั้งนี้อาคารดังกว่างใช้โครงสร้างแบบสลิงขึงไม่ได้ใช้เป็นเหมือนอาคารทั่วไป ซึ่งการที่ตนรอดตายในครั้งนี้ ถือว่าโชคดีมาก และหวุดหวิดมาก




เร่งรื้อซากตึกออกช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเพิ่มพบแล้ว3
 
 
          นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวว่า พบว่ามีผู้ยังมีชีวิตอยู่ 3 ราย จากการพูดคุยกับ ลุงพิเชฐ ที่ติดอยู่ในซากตึก และเจ้าหน้าที่กำลังเข้าช่วยเหลือ ได้บอกกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า ถัดจากบริเวณที่ตนเองติดซากตึกอยู่ มีห้องโถงที่โดนซากอาคารทับอยู่ และมีคนงานอยู่ในนั้นประมาณ 8 คน ตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ 
 
          ทีมกู้ภัยจึงเร่งใช้รถเครนขนาดใหญ่ จำนวน 3 คัน ทำการยกซากตึกที่ทับลุงพิเชษ ออกก่อน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการช่วยเหลือ เนื่องจากแผ่นปูนจะต้องใช้ไฟเป่าขาดออกเป็นชิ้น แล้วค่อยยกออกทำให้เกิดความล่าช้าในการช่วยชีวิตคนงานเหล่านี้ หลังจากช่วยลุงพิเชษออกจากจุดนี้ได้ ก็จะเข้าไปด้านในได้อีก เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยเร่งช่วยผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมต่อไป





ระดมค้นหาผู้ที่ติดซากอาคารตลอดทั้งคืน
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่ระดมกำลังมาจากหลายหน่วยงานเพื่อค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารและช่วยผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ออกมา โดยยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้ ได้รับการยืนยันจากมูลนิธิร่วมกตัญญูว่าพบแล้ว 4 ศพ คือ คู่แม่-ลูก และผู้ชายอีก 2 คน และเจ้าหน้าที่คาดว่ายังมีผู้อยู่ใต้ซากตึกอีก 7 คน แต่จับสัญญาณชีพได้เพียง 2 คน และยังช่วยออกมาไม่ได้เพราะเศษปูน เหล็กที่ถล่มทำให้ยากต่อการเคลื่อนย้ายและเกรงว่าหากเศษวัสดุทรุดลงมาจะเป็นอันตรายกับผู้ติดอยู่ในซากอาคาร เจ้าหน้าที่จึงทำได้เพียงส่งน้ำเกลือและออกซิเจนให้
 
          นางสุธา อรุณศรี ภรรยาของ นายเชษฐา กำภูชาติ อายุ 40 ปี คนงานที่ได้รับบาดเจ็บและยังติดอยู่ในซากตึก เดินทางมาจาก จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ วันที่ 11 ส.ค. หลังจากทราบข่าวจากโทรทัศน์ว่าเกิดเหตุอาคารถล่มและทราบว่าเป็นโครงการที่สามีทำงานอยู่ นางสุธาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.วันนี้แต่ยังไม่สามารถเข้าไปคุยกับสามีที่ติดอยู่ในซากตึกได้ เพราะเจ้าหน้าที่ให้รออยู่ด้านนอก
 
          นางสุธา บอกว่า สามีเดินทางจากบ้านที่บุรีรัมย์มาทำงานก่อสร้างเป็นครั้งแรก เพราะครอบครัวเป็นเกษตรกร ทำไร่ทำนา เขาไม่เคยทำงานก่อสร้างมาก่อน แต่เมื่อไม่นานมานี้มีคนรู้จักที่ทำงานก่อสร้างมาชวนนายเชษฐา ไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ โดยบอกว่าคนงานไม่พอจึงชวนไปทำงานด้วยกัน นายเชษฐาเพิ่งเดินทางมาทำงานที่โครงการคอนโดมีเนียมแห่งนี้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา
 
          "เป็นห่วงสามีมาก ส่วนคนงานอีก 4-5 คนก็ยังติดต่อไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าจะติดอยู่ใต้ซากอาคารทั้งหมดด้วยหรือไม่ เพราะพวกเขาทำงานด้วยกันกับสามี" นางสุธากล่าว
 
          ความคืบหน้าล่าสุด นายเชษฐา มีอาการอ่อนเพลียและหมดแรง ก่อนที่ชีพจรจะเริ่มอ่อนลง หมดสติไม่สามารถสื่อสารพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ให้การช่วยเหลือ กระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ที่ผ่านมา





วิศวกรรมสถานเข้าตรวจอาคารหอพักถล่ม
 
          ด้าน ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วสท. พร้อมคณะได้มาตรวจสอบอาคารก่อสร้างหอพัก ภายใน สูงหกชั้น ถนนเลียบคลองหก ม.2 ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่พังถล่มลงมาจนมีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยกล่าวว่า จะต้องตรวจสอบดูว่าการก่อสร้างเป็นไปตามแบบและตามขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาการทำงานในการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยวิทยาการของตำรวจ  ซึ่งคงต้องใช้เวลาจึงจะสรุปว่าเกิดจากสาเหตุอะไร  
 
          ส่วนการช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใต้ซากตึกเป็นอันดับแรก และจะต้องคำนึกถึงความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเราจะวิเคราะห์หาจุดผู้ที่ติดภายใน จากนั้น จะใช้วิธีการเจาะเข้าไปช่วยเหลือ เพราะไม่สามารถจะรื้อและยกซากตึกออกได้เลย จะต้องมีการประชุมและวางแผนในการรื้อออก ซึ่งการรื้อจะรื้อที่ละชั้น แต่จะต้องหลังจากช่วยผู้ที่ติดภายในออกมาเสียก่อน






พื้นที่อาคารถล่มเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเคยถูกน้ำท่วมหนักปี54

 
          ด้านนายธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาสมาคมวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังตรวจสอบได้แค่เพียงภายนอก ส่วนตัวโครงสร้างอาคารต้องรอให้เจ้าหน้าที่นำผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารออกมาทั้งหมดก่อน จึงจะสามารถดำเนินการโดยละเอียด
 
         สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารคอนโดดังกล่าว ตามแบบการก่อสร้างมีจำนวนทั้งหมด 2 อาคาร โดยอาคารหนึ่งสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนตึกที่ถล่มลงมาอยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งแล้วเสร็จไปแล้วกว่าร้อยละ 50
 
          ทั้งนี้ ผู้รับเหมาก่อสร้างในโครงการใกล้เคียง เปิดเผยว่าบริเวณนี้เดิมเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและเคยถูกน้ำท่วมมาเมื่อปี 2554 ระยะหลังพื้นที่แถบนี้ได้มีการกว้านซื้อที่เพื่อปลูกสร้างตึกเป็นจำนวนมาก
 
          ในการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณโดยรอบ โดยเก็บภาพถ่ายเอาไว้ ซึ่งการตรวจสอบโดยละเอียดยังไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลโครงการนี้ยังไม่มีการประสานเข้ามายังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือวิศวกรรมสถานแต่อย่างใด




 

ทนายความระบุเจ้าของโครงการต้องรับผิดชอบ
 
          นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณี คอนโดที่กำลังก่อสร้าง ความสูง 6 ชั้น ย่านคลองหก จ.ปทุมธานี ทรุดตัวถล่มทับคนงานระหว่างก่อสร้าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วว่า เมื่อเกิดเหตุพนักงานสอบสวนในพื้นที่ ต้องเรียกเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง วิศวกรควบคุมโครงการ นายช่างคุมงานระหว่างเกิดเหตุ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมา สอบสวน และการตรวจดูสัญญาก่อสร้าง พิมพ์เขียวก่อสร้าง ใบรับงาน เพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น และผู้ที่มีส่วนกระทำผิดเพื่อดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนกฎหมายไม่ว่าเหตุนั้นจะเกิดจากความประมาท หรือเจตนาก็ตาม เพราะเมื่ออาคารเกิดทรุดตัว ก็ต้องเกิดจากเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง และถ้าการก่อสร้างดำเนินไปแล้วถึง 6 ชั้น ระหว่างนั้นก็ต้องมีการเซ็นรับงานและจ่ายค่างวด ซึ่งทั่วไปการก่อสร้างจะชำระตรวจรับงานตามความคืบหน้าของงาน ดังนั้นการตรวจสอบน่าจะทำได้ไม่ยุ่งยาก
 
          ขณะที่ความรับผิดชอบต่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ก็ต้องมีอยู่แล้วจากเจ้าของโครงการ ซึ่งโดยทั่วไปในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ในการทำสัญญาก่อสร้างก็มักจะมีการทำประกันภัยบุคคลที่สามไว้ด้วย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดจากเหตุก่อสร้างได้ เช่น อิฐตกใส่ศีรษะ ที่แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องให้มีการทำประกันภัย แต่โดยทั่วไปโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จะมีไว้ ก็ต้องดูว่าเหตุนี้มีหรือไม่ซึ่งอย่างน้อยจะเป็นการเยียวยาในเบื้องต้น 
 
          เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นองค์กรวิชาชีพ ต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ในการเข้มงวดของวิศวกรเพื่อป้องกันเหตุระยะยาว  นายกสภาทนายความ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติสภาวิศวกร และสภาสถาปนิก ก็มีมาตราฐานทางวิชาชีพควบคุมอยู่แล้ว ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ ยังต้องรอการสอบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเกิดจากเหตุใด เกี่ยวข้องความผิดพลาดของวิศวกรควบคุมงานหรือไม่





กสร.เตรียมส่งเจ้าหน้าที่สอบถามข้อเท็จจริงบริษัทรับเหมาพรุ่งนี้
 
          นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.)กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุที่อาคารที่กำลังก่อสร้างถล่มเพราะการเช็ทตัวของพื้นคอนกรีตไม่ได้ตามเวลาที่ควรจะเป็น  ซึ่งควรอยู่ที่ 2 สัปดาห์ และมีการเร่งก่อสร้างพื้นคอนกรีตชั้นบน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานีจะเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้บริหารบริษัทปลูกแปลง จำกัดที่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ส่วนแรงงานที่เกี่ยวข้องขณะเกิดเหตุมี 40 คน โดยในจำนวนนี้เป็นลูกจ้างของบริษัทปลูกแปลงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคม 13 คน ส่วนแรงงานที่เหลือ 27คน เป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมาช่วง
 
          ด้านนางกรรณิการ์ พฤกษชาติ ประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ขณะนี้มีแรงงานเสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บ 16 คน ส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว เนื่องจากบาดเจ็บเล็กน้อย ตอนนี้ยังเหลือแรงงานพักรักษาตัวอยู่ 4 คน รักษาตัวอยู่ รพ.คลองหลวง 1 คน รพ.ธรรมศาสตร์ 1 คน และรพ.ปทุมธานี ซึ่งอาการสาหัส 2 คน  และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าแรงงานไทยและต่างด้าวได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนเงินทดแทนและกองทุนประกันสังคมหรือไม่ หากมีการขึ้นทะเบียนไว้จะช่วยเหลือตามสิทธิที่ควรได้รับเช่น ค่าทดแทนกรณีเจ็บป่วยจากการทำงาน ค่าทำศพ 
 
          ทั้งนี้ สปส. จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แรงงานที่บาดเจ็บตามที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 300,000 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิต จ่ายค่าทำศพ 30,000 บาท โดยทายาทได้ค่าชดเชย ร้อยละ 60 ของค่าจ้างงวดสุดท้ายเป็นเวลา 8 ปี และกรณีนี้บาดเจ็บขณะปฏิบัติทำงาน จะเข้าสู่การดูแลของกองทุนเงินทดแทน ส่วนคนที่เป็นผู้ประกันตน แต่ไม่ทำงาน และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วย สปส.จ่ายค่าทำศพ รายละ 40,000 บาท
 
 
 
 
อธิบดีปภ.มาอำนวยการที่เกิดเหตุตึกถล่มเร่งช่วยเหลือผู้ติดภายในซากตึก
 
          เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 12 ส.ค.57 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเองพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ติดอยู่ภายในซากตึกที่ถล่ม โดยได้ประสานให้ทางหน่วยราชการ ทหาร หน่วยกู้ภัย เข้ามาช่วยเหลือดูแล จนกว่าจนกว่าจะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ติดอยู่ภายในซากตึกทั้งหมดออกมาได้
 
          ด้านนายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวเพิ่มว่า ตอนนี้ ได้ให้ทาง ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง เจ้าของโครงการ และวิศวกรผู้รับผิดชอบโครงการ มาให้ข้อมูลเบื้องต้นและสอบปากคำเพิ่มเติม ในส่วนอาคาร อีกหลังหนึ่ง ได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบล ให้เข้ามาตรวจสอบอาคารข้างเคียงเพิ่มเติมเนื่องจากเป็นโครงการก่อสร้างเดียวกัน
 
          ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูเร่งเข้าช่วยผู้ที่ติดภายในซากตึกที่กำลังทรุดตัวลง จากการสอบถาม นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้กล่าวว่า  ตอนนี้ทราบว่ามีผู้ที่ติดอยู่ภายในซากอาคาร 7 ราย เจอผู้ที่ติดอยู่ภายในซากอาคารแล้ว 3 ราย เจ้าหน้าที่พยามยามเข้าช่วยเหลือและพยายามนำออกมาจากซากอาคาร แต่ซากอาคารเกิดการทรุดตัวลง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ใช้หมอนลมค้ำซากอาคารไว้ไม่ให้ทรุดตัวมากกว่านี้  เพื่อที่จะสามารถนำตัวคนเจ็บที่ติดอยู่ออกมา ส่วน 4 รายที่ยังหาไม่พบเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็ได้เร่งคนหาอยู่ คาดว่าจะพบตัวในอีกไม่นานนี้