ข่าว

จัดระเบียบผู้ค้าแผงลอย คืนพื้นที่ให้คนกรุงเทพฯ

จัดระเบียบผู้ค้าแผงลอย คืนพื้นที่ให้คนกรุงเทพฯ

12 ส.ค. 2557

จัดระเบียบผู้ค้าแผงลอย คืนพื้นที่ให้คนกรุงเทพฯ : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร

 
                         "จุดที่ กทม.ผ่อนผัน มันไม่ใช่เป็นที่มรดกตกทอดนะ ไม่ใช่เป็นโฉนดที่ดิน อยู่แล้วต้องอยู่ตลอดไป จุดไหนที่ กทม.เคยให้เป็นจุดผ่อนผัน ต่อมามันสร้างความเดือดร้อน สร้างการจราจรติดขัด สร้างความเสียหาย เราก็ยกเลิกได้นะ"
 
 
                         ระยะนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะบริเวณทางเท้าที่เคยถูกกลุ่มผู้ค้าใช้เป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้ามานาน กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ โดยกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการตั้งเป้าจะคืนพื้นทางเท้าเหล่านั้นให้แก่ผู้เดินถนน ตามนโยบายคืนความสุขให้คนกรุงเทพฯ การขับเคลื่อนนโยบายจัดระเบียบทางเท้าดังกล่าว มีที่มาที่ไปอย่างไร และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. พร้อมตอบทุกคำถาม
 
 
ทำไมต้องจัดระเบียบผู้ค้าบนทางเท้า
 
                         เพราะมีประชาชนร้องเรียนมามาก เรื่องหาบเร่แผงลอยที่ยึดพื้นที่ฟุตบาททำมาหากิน สร้างความเดือดร้อน สร้างความสกปรกทำให้ไม่เป็นระเบียบ เป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่จะต้องเร่งแก้ปัญหา ซึ่งผู้ว่าฯ มอบหมายให้ผม และท่านประธานที่ปรึกษา วัลลภ สุวรรณดี รวมถึงท่านอัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการจุดนี้ เดิมเรากำหนดจะจัดระเบียบพื้นที่ จุดใหญ่ๆ 5 จุด ก่อน คือ ถนนริมคลองหลอดใกล้สนามหลวง ปากคลองตลาด โบ๊เบี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และบริเวณหน้าพารากอน 
 
                         ซึ่งดำเนินการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อจัดระเบียบ ปรากฏว่าที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเราจัดเรียบร้อยแล้ว สยามเราไปจัดระเบียบ กลางวันไม่ให้ขาย หน้าเซ็นทรัลเวิลด์จัดไปแล้ว ต่อมาพอมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งไปร้องเรียน คสช.ให้เข้ามาจัดระเบียบด้วย โดยมีพื้นที่ 8 จุด ที่มีการร้องเรียนให้จัดระเบียบ บางจุดตรงกับนโยบายของผู้ว่าฯ เราเลยร่วมทำงานกับ คสช.และตำรวจ การจัดระเบียบครั้งนี้ไม่ใช่ผู้ว่าฯ ไม่ให้ขาย บางจุดที่ขายไม่ได้ ก็มีการจัดพื้นที่สำรองไว้ให้ขาย ซึ่งมีอยู่หลายจุดเหมือนกัน โดยคิดค่าเช่าราคาถูกมาก
 
 
พื้นที่ไหนที่จัดระเบียบเสร็จไปแล้ว
 
                         คลองหลอดประมาณพันกว่าแผงเรียบร้อยแล้ว เขาไปเช่าที่เอกชนอยู่แถวท่าดินแดงไปหมดเลย ที่พารากอนกลางวันไม่ให้ขาย ก็เรียบร้อย โบ๊เบ๊ ก็กำลังดำเนินการอยู่ เหลือขั้นตอนการจับสลากแค่นั้นเอง วันที่ 15 สิงหาคมนี้ ก็เรียบร้อยแล้ว ตรงท่าน้ำ ท่าช้าง ท่าเตียน ท่าพระจันทร์ มีการกำหนดให้ภายในสิ้นเดือนนี้จะไม่ให้ตั้งแผงจำหน่ายสินค้ากันแล้ว เพื่อขอพื้นที่คืนโดยกรุงเทพมหานครจะปรับปรุงเกาะรัตนโกสินทร์ทั้งหมดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะตอนนี้ ท่าช้าง ท่าเตียน มีปัญหามาก พ่อค้าแม่ค้ายึดพื้นที่หมด ชาวต่างชาติที่มาเที่ยววัดพระแก้ว เดินบนฟุตบาทไม่ได้เลย ที่สำคัญเอาสินค้าอะไรไปหลอกขายฝรั่งให้เสียหายหมด เราจึงต้องปรับปรุงเกาะรัตนโกสินทร์ให้หมด
 
 
ผู้ค้าในจุดที่จัดระเบียบต้องหยุดขายเมื่อไหร่
 
                         บางจุดก็วันที่ 15 สิงหาคม เป็นวันสุดท้าย หลังจากนั้นต้องไม่มีการค้าขายให้เห็น บางจุดก็ถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ไม่มีการขยายเวลาต่อ และบางจุดอย่างเช่นสีลม จะดำเนินการต่อทันทีหลังจากมีการจัดระเบียบพื้นที่ท่าช้าง ท่าเตียนเสร็จ เพราะย่านสีลมมีการร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเกิดขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน คนเดินถนนไม่สามารถเดินบนฟุตบาทได้เลย ส่วนที่รามคำแหง ได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เหลือเฉพาะบางรายที่รุกล้ำอยู่บ้าง ซึ่งได้มีการรื้อถอนแล้ว รอให้เขาดำเนินการ หากไม่ทำเราจะเข้าไปรื้อถอนเองในเร็วๆ นี้ และในการค้าขายต่อจากนี้ กลางวันเราจะไม่ให้ขายเลย ให้ขายได้ในเวลากลางคืน คือตั้งแต่ทุ่มครึ่งเป็นต้นไปเท่านั้น 
 
                         สำหรับผู้ค้า เราไม่ได้ไม่ใส่ใจ เพราะได้เตรียมสถานที่รองรับไว้หลายแห่งมาก เกินกว่า 4 แห่ง แต่เราก็ดูว่าตลาดไหนเขาควรจะไปไหน อย่างเช่น ตลาดสนามหลวง 2 ไปได้หมดทั้งตลาดล่าง ตลาดบน จตุจักร 2 เทเวศร์ ตลาดตรงข้าม "บองมาร์เช่" เราก็มี ตรงข้ามเขตราชบูรณะเราก็มี ตลาดพลูก็มี เรามีหลายจุด และก็มีที่ของเอกชนบางจุดที่สามารถรองรับผู้ค้าได้ โดยคิดค่าเช่าพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าราคาถูกมาก
 
 
การจัดระเบียบผู้ค้าแผงลอยทำไมจึงทำได้ยาก
 
                         ปัญหาเกิดจาก 4 ปัจจัย คือ ความเห็นแก่ตัวของพ่อค้าแม่ค้า ผมพูดได้เลย อย่างฉันต้องขายตรงนี้ บางคนบอกให้ขายแผงเดียวก็จะขาย 4-5 แผง บางคนมีแผงเอาไปรุกล้ำ 20 กว่าแผง แล้วเอาแผงนั้นไปเซ้งไปหาผลประโยชน์ นี่เกิดจากกลุ่มผู้ค้าเห็นแก่ตัว ต่อมาคือเจ้าหน้าที่รัฐเราไปเอื้อประโยชน์ จนหมักหมมมาทุกวันนี้ มีทั้ง เทศกิจ ตำรวจ อะไรก็แล้วแต่ มันก็เลยเกิดปัญหา ถัดมาคือกลุ่มที่หาผลประโยชน์ เช่น มาเฟีย อีกกลุ่มหนึ่งจากประชาชนเอง อะลุ่มอล่วยให้เขาขายหน้าบ้านเอง ก็หมักหมมมาอย่างนี้ และแก้ปัญหาไม่ได้ และเดิมเองเราก็ต้องยอมรับว่าหน่วยงานเราไม่เอาจริงเอาจัง
 
 
มาเฟียที่ว่าคือใครเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร
 
                         เป็นกลุ่มที่หาผลประโยชน์จากพ่อค้า อย่างกลุ่มแรกถ้ารู้ว่าที่ไหนมีพ่อค้าแม่ค้าก็จะเอาร่มไปให้เช่า และบางคนมาขายโดยไม่มีอุปกรณ์อะไรมาเลย เอาโต๊ะ เก้าอี้ไปให้เช่า เวลาไล่พ่อค้าแม่ค้า กลุ่มพวกนี้จะออกมาต่อต้าน ปลุกมวลชนขึ้นมา อีกอันกลุ่มมาเฟียที่ไปยึดพื้นที่หลายแผง อย่างโบ๊เบ๊อย่างนี้ บางคนเราให้ขายแผงเดียว แต่บางคนมี 23 แผง เอา 23 แผงไปเซ้ง แผงละ 7-8 แสนบาท พอเซ้งเสร็จก็เก็บค่าเช่า แต่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตัวจริงเขาแฮปปี้ที่เข้าไปจัดระเบียบ อีกอันคือกลุ่มมาเฟียที่อ้างว่ามีสี เก็บผลประโยชน์ เพราะสินค้าบางอันผิดกฎหมาย กลุ่มพวกนี้ก็จะเข้ามาเก็บผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐ
 
 
สามารถจัดการกับกลุ่มมาเฟียได้หรือไม่
 
                         จัดการได้แต่ต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อก่อนผมเป็นผู้การ 2 จับที่เตาปูน ติดคุก 6 ปี ไปเก็บพ่อค้าแม่ค้าตามตลาด ผมจับเลย ยึดทรัพย์หมด และก็เงียบไปเลยพอเจ้าหน้าที่รัฐเอาจริง อย่างวันก่อนผมไปตรวจรามคำแหง เอาที่ถนนมาเก็บเป็นค่าเช่า เดือนละ 3 หมื่นบาท เพราะถนนตรงนั้นติดกับร้านตัวเอง อ้างว่าเป็นอาณาเขต ผมบอกต่อไปคุณอย่าจ่ายนะ เพราะนี่เป็นที่สาธารณะ
 
                         จุดที่ กทม.ผ่อนผัน มันไม่ใช่เป็นที่มรดกตกทอดนะ ไม่ใช่เป็นโฉนดที่ดิน อยู่แล้วต้องอยู่ตลอดไป จุดไหนที่ กทม.เคยให้เป็นจุดผ่อนผัน ต่อมามันสร้างความเดือดร้อน สร้างการจราจรติดขัด สร้างความเสียหาย เราก็ยกเลิกได้นะ และบางจุดไหนขายได้เราก็ให้ขาย ไม่ใช่ว่าเราไม่ให้ขายทั้งหมด 
 
 
อนาคตมีโครงการอะไรดำเนินการต่อ
 
                         ตอนนี้ผมมีนโยบายถนนสวย 10 สาย ใน 10 สายนี้ คือ ราชดำเนิน ศรีอยุธยา สุขุมวิท พระราม 4 พระราม 6 พญาไท สาทร ราชวิถี และหลานหลวง ให้เป็นถนนสวย เพื่อคืนความสุขให้คนกรุงเทพฯ โดยจะไม่มีหาบเร่แผงลอย เอาต้นไม้ดอกไม้ไปใส่ให้สวยงาม เอาป้ายโฆษณา ไฟส่องสว่างมาติดตั้ง
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(จัดระเบียบผู้ค้าแผงลอย คืนพื้นที่ให้คนกรุงเทพฯ : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร)