ข่าว

ความฝันอันยิ่งใหญ่ และภาพในใจไทยทุกคน

ความฝันอันยิ่งใหญ่ และภาพในใจไทยทุกคน

12 ส.ค. 2557

ความฝันอันยิ่งใหญ่ และภาพในใจไทยทุกคน : โดย...กนกลักษณ์ ธนรักษ์กิตติโชติ

 
                         เป็นเวลากว่า 25 ปีมาแล้ว ที่ "ภูดิท กรรณิการ์" วัย 38 ปี อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ เก็บสะสมพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” กว่า 1 หมื่นภาพ และของสะสมอื่นๆ อีกมากมายอันเกี่ยวเนื่องกับพระองค์ พร้อมภาพข่าวในพระราชสำนัก ที่บันทึกจากสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง เกือบทุกวัน  
 
                         ภูดิท เล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่สะสมพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า ตอนเด็กๆ บ้านที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย จะดูข่าวในพระราชสำนักทุกวัน ได้เห็นในหลว งพระราชินี ทรงงานต่างๆ เพื่อคนไทย จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ นอกจากนี้ยังได้เห็นความงดงามของพระราชพิธีสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ความงดงามของฉลองพระองค์ พระจริยวัตร และรอยพระสรวลที่เป็นยิ้มแห่งสยามในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ จึงทำให้เริ่มสนใจเรื่องราวของพระองค์
 
                         “เริ่มสะสมภาพพระฉายาลักษณ์อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบกับได้ไปค้นเจออัลบั้มภาพ และหนังสือพระราชประวัติของพระราชินีที่เก่ามากในตู้ของคุณแม่ จึงนำมาเก็บรวมไว้กับภาพและปฏิทินที่มีอยู่ การสะสมช่วงแรกๆ ยังไม่จริงจังมาก เนื่องจากยังเด็กๆ ก็จะเก็บสะสมพระฉายาลักษณ์ของท่านจากสิ่งที่มีอยู่ในบ้าน เช่น ปฏิทิน ภาพจากหนังสือเก่าของที่บ้าน พอโตขึ้นคุณแม่ก็มอบหน้าที่ในการเก็บปฏิทินให้ จึงได้เห็นความงดงามของพระฉายาลักษณ์ของพระราชินี ทำให้มีความคิดที่อยากจะมีงานอดิเรกในการเก็บสะสมพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ภูดิท กล่าว
 
                         เมื่อเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ก็เริ่มมีพระฉายาลักษณ์มากขึ้น ทุกวันเสาร์-อาทิตย์  มักจะเข้าร้านหนังสือเก่า เพื่อหาหนังสือ และรูปภาพที่เกี่ยวกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ   โดยมีวิธีในการหารูปภาพคือ เลือกหนังสือที่เป็นเดือนวันเฉลิม วันสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากัตริย์ ก็มักจะเจอภาพ แต่ภูดิทเล่าว่า บางครั้งมีอะไรบางอย่างที่เกิดความมหัศจรรย์กับตัวเอง คือ เวลาไปเที่ยวไหน พอเจอร้านหนังสือเก่าๆ จะเข้าไปดูโดยไม่ได้คิดอะไร ก็มักจะเจอหนังสือที่มีพระฉายาลักษณ์ขึ้นมาโดยบังเอิญ   
 
                         พระฉายาลักษณ์ที่เก็บจะแยกเป็นหมวดหมู่ เช่น พระบรมฉายาลักษณ์คู่ของในหลวงราชินี ภาพพระราชประวัติ ภาพเก่าขาวดำยุคเก่า ภาพฉลองพระองค์ในเครื่องแบบทางราชการต่างๆ ภาพฉลองพระองค์ชุดไทย ภาพการเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร แยกเป็นปี พ.ศ.บ้าง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่ม ที่เป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นในโอกาสต่างๆ ที่เป็นเรื่องราวของในหลวง พระราชินี มากมายมากกว่า 200 เล่ม ของสะสมอื่นๆ อีก เช่น ปฏิทินทั้งแบบแขวน แบบตั้งโต๊ะ แบบพกพา ดวงตราไปรษณียากร ไปรษณียบัตร เหรียญกษาปณ์-ธนบัตรที่ระลึกในโอกาสสำคัญต่างๆ บัตรโทรศัพท์ ส.ค.ส. บัตรภาพ สูจิบัตร และสิ่งพิมพ์บนวัสดุอื่น เช่น กระปุกออมสิน แก้วน้ำ จานโชว์ ฯลฯ
 
                         "ของสะสมสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด เป็นพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นไปรษณียบัตรถวายพระพร ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี 2528 ในสมัยนั้นรัฐบาลเปิดขายให้ประชาชนได้เขียนชื่อตนเอง ส่งข้อความถวายพระพรไปยังสำนักพระราชวัง แล้วทางสำนักพระราชวังก็จะมีตราประทับกลับมาว่า ทรงขอบใจ" 
 
                         นอกจากสะสมพระฉายาลักษณ์แล้ว ยังบันทึกภาพข่าวในพระราชสำนัก ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่องไว้ด้วย โดยเริ่มบันทึกเทปอัดมาตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน แต่อัดเป็นวิดีโอเทป ตอนนี้มีทั้งหมดมากกว่า 100 ม้วน ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากชอบดูข่าวในพระราชกรณียกิจประกอบกับวันหนึ่งประมาณ ปี พ.ศ.2533 ได้ดูข่าวในพระราชสำนัก มีงานเฉลิมฉลอง 90 พรรษาสมเด็จย่า ในหลวง พระราชินี พระราชวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จฯ ไปเฝ้าสมเด็จย่าที่พระตำหนักดอยตุง จ.เชียงราย ได้เห็นภาพในหลวง พระราชินี พระราชวงศ์ทุกพระองค์ เข้าไปกราบและกอดสมเด็จย่า สมเด็จย่าก็ทรงกอดและหอมแก้มทุกพระองค์ ดูข่าวในพระราชสำนักวันนั้นแล้วมีความสุขมาก อยากดูอีก แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงขอให้คุณแม่ซื้อเครื่องอัดวิดีโอเทปให้ แต่แม่ก็ไม่ซื้อให้ จนเรียนจบ  ม.6 เข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ คุณพ่อเห็นว่าอยากได้เครื่องเล่นวิดีโอมาเพื่ออัดข่าวในหลวง พระราชินี จึงซื้อให้ หลังจากนั้นเวลา 2 ทุ่ม จะมานั่งดูข่าว และอัดข่าวในพระราชสำนักเกือบทุกวัน
 
                         ปัจจุบันเห็นว่า คนในสังคมได้ติดต่ออยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งตนเองเป็นอาจารย์สอนศึกษามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ จึงอยากให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสองพระองค์ จึงมักจะนำรูปต่างๆ มาให้นักศึกษาได้ชมเวลาสอน และนำรูปภาพมาโพสต์ทางเฟซบุ๊กให้เพื่อนได้ชมกัน จนมีเพื่อนคนหนึ่งมีความคิดว่า อยากจะทำเว็บเพจเกี่ยวกับในหลวง พระราชินี จึงได้ร่วมกับเพื่อนทำเว็บเพจ เฟซบุ๊กชื่อ “In my heart ภาพที่อยู่ในหัวใจคนไทย” โดยนำเสนอพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชกรณียกิจของพระราชวงศ์ไทย ซึ่งมีผู้สนใจเข้าชมและเป็นแฟนเพจจำนวนมาก
 
                         “มีความฝันว่า สักวันจะจัดทำนิทรรศการ อยากจัดทำพิพิธภัณฑ์ หรือศูนย์ประวัติศาสตร์ที่รวบรวมเรื่องราวของในหลวง พระราชินี และพระราชวงศ์ หรืออาจจะมอบสิ่งสะสมเหล่านี้ให้เป็นสมบัติแก่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง เพื่อรักษาเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างที่คิดก็จะยังคงเก็บสะสมเรื่องราวของสมเด็จพระบรมราชินีนาถต่อไปด้วยความจงรักและภักดี" ภูดิท กล่าว
 
 
 
 
-----------------------
 
(ความฝันอันยิ่งใหญ่ และภาพในใจไทยทุกดวง : โดย...กนกลักษณ์ ธนรักษ์กิตติโชติ)