ข่าว

บริหารลุ่มน้ำตามศาสตร์ของพ่อ

บริหารลุ่มน้ำตามศาสตร์ของพ่อ

12 ส.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : บริหารลุ่มน้ำ ตามศาสตร์ของพ่อ

 
                     คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระราชกรณียกิจต่างๆ ใช่เพียงเป็นแค่คำพูดท่องจำ แต่เป็นหลักปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของเหล่าพสนิกรทั่วประเทศ และจะเห็นผลได้ชัดเจนเมื่อทุกคนพร้อมใจกันปฏิบัติตามไม่มากก็น้อยแต่ก่อประโยชน์ยั่งยืนแน่นอน เหตุนี้สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกับ เชฟรอนประเทศไทย และ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย พร้อมพันธมิตรทุกภาคส่วนที่มีหัวใจห่วงแหนธรรมชาติจึงร่วมกับสืบสานโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน “ ปีที่ 2 รวมอาสาสมัครเดินทางเรียนรู้และช่วยกันอนุรักษ์ลุ่มแม่น้ำป่าสักในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตามวิธีของพระราชา เริ่มออกเดินทางจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อันเป็นต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดลอายุกว่า 1,300 ปี ไล่ขึ้นพื้นที่สูงชันสู่ต้นน้ำบนภูเขาสูงโดยมีการสรุปกิจกรรมรวมเวลา 9 วัน บริเวณโรงเรียนบ้านหินโงน อ.หล่มเก่า เมื่อวันก่อน
 
                     ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร กลาวว่า โครงการนี้ได้ชวนคนที่เชื่อในหลักการบำบัดน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลุกขึ้นมาปฏิบัติบูชาตามที่พระองค์ท่านสอนตั้งแต่การทำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ไปจนถึงการเก็บน้ำเล็กๆ ในพื้นที่ของชาวบ้าน
 
                     “ทฤษฎีเก็บน้ำที่ง่ายสุดคือโครงการแสนหลุมขนมครก เปรียบเหมือนมีถาดขนมครกเก็บน้ำไว้มีชุมชนต่างๆ 1 บ้านมี 1 หลุม ถ้าได้แสนหลุมรับรองปัญหาภัยแล้งจบ ถ้าทำครบวงจรคู่กับการปลูกพืช 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ชาวบ้านจะมีรายได้มากขึ้นจากการทำเกษตรยั่งยืน มีป่ามีน้ำอุดมสมบูรณ์ พึ่งพาตัวเองได้  การชักชวนชาวบ้านให้มาร่วมกิจกรรมไม่ยากเลยเพราะเขาเห็นประโยชน์ของศาสตร์พระเจ้าอยู่หัวอยู้แล้ว พระองค์ท่านเคยตรัสกับผมว่าชาวบ้านเข้าใจได้ไม่ยาก เพียงแต่เราต้องพูดให้เขาเข้าใจเท่านั้นเอง สำคัญต้องทำตัวอย่างให้เขาดู ถ้าเขาเข้าใจก็จะไปได้เร็วสอนต่อกันเองได้ เราแก้ปัญหากันแบบพอเพียงทำแบบคนจน ชาวบ้านทำกันเองได้ พอเพียงพอเหมาะพอดีกับฐานะ เมืองไทยไม่ใช่ประเทศร่ำรวยอะไรมากเรามีคนจนมากมาย เมื่อแก้ปัญหาแบบคนรวยเราจะจน แต่ถ้าทำแบบคนจนเราจะรวยได้” ประธานสภาบันเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวถึงทฤษฎีของพ่อหลวง
 
                     ทางด้าน ไพโรจน์ กวียานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เผยว่าเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยอุ้มชูชาวบ้าน เกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และคาดหวังว่าช่วงเวลาอีก 8-9 ปีข้างหน้าองค์ความรู้นี้จะกระจายออกไปให้คนเข้าใจ นำไปปฏิบัติในที่ดินของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า ทำฝาย สร้างโคก หนอง นา แก้ไขปัญหาลุ่มน้ำป่าสักที่บริหารจัดการยากที่สุด มีผลทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในส่วนปลายน้ำไปจนถึงกรุงเทพฯ สามารถแก้ไข้ด้วยทฤษฎีที่ชาวบ้านสามารถทำได้เองง่ายๆ และเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืน
 
                     เจ้าของไร่ข้าวโพด ที่เข้าร่วมโครงการ อินตา วังคีรี บอกว่า ชอบดูสารคดีของพ่อหลวงเกี่ยวกับเรื่องการเกษตร ซึ่งอยากทำตามอยู่แล้วแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร กลัวจะทำไม่ถูกต้อง จนโครงการได้นำเสนอขอพื้นที่ทำทฤษฎีนี้จึงตอบรับทันที โดยปกติแล้วปลูกข้าวโพดเป็นอาจชีพหลัก รายได้เยอะแต่ก็ลงทุนเยอะมาก แล้วข้าวโพดก็เป็นพืชที่ไม่มีรากลึกพอถึงช่วงเก็บผลผลิตหน้าดินก็จะเป็นดินสีแดงโล้น ไม่อุ้มน้ำฝนตกมาก็ชะล้างดินลงมาด้านล่าง เราไม่อนุรักษ์เรามีแต่ทำลายลงไป จึงอยากทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เห็นว่าการปลูกพืชยั่งยืนควบคู่กับระบบจัดการน้ำที่ดีในพื้นที่นี้ทำได้จริงไม่น่าจะเกิน 9 ปี ก็น่าจะฟื้นฟูที่แปลงนี้ให้สมบูรณ์ได้