
สหรัฐอพยพจนท.กงสุลใหญ่เมืองอาร์บิล
11 ส.ค. 2557
สหรัฐสั่งอพยพจนท.ออกจากสถานกงสุลในเมืองอาร์บิลของอิรัก หลังกลุ่มรัฐอิสลามรุกคืบอย่างหนัก ด้าน รมต.อิรักเผยความโหดร้ายของกลุ่ม IS เผาทั้งเป็นชาวยาซิดี้หลายร้อยคน
11 ส.ค.57 สหรัฐอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากเมืองอาร์บิล เขตที่อยู่ของชาวเคิร์ดในอิรัก หลังเผชิญการบุกอย่างหนักของกลุ่มมุสลิมญีฮัด "กลุ่มรัฐอิสลาม" หรือ IS
การประกาศอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนของสถานกงสุลใหญ่ในเมืองอาร์บิล มาในรูปแบบของการประกาศเตือนเรื่องการเดินทางไปอิรักของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ หรือ ห่างจากการประกาศเตือนครั้งก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน
ด้านมารี ฮาร์ฟ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ได้ยืนยันในถ้อยแถลงที่ว่า คำสั่งอพยพมีขึ้นโดยดูจากสถานการณ์ความมั่นคงในอิรัก และสหรัฐได้ได้ย้ายเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลในเมืองอาร์บิล ในจำนวนที่จำกัดเป็นการชั่วคราว ไปยังสถานกงสุลในเมืองบาสร่า ที่อยู่ทางตอนใต้ของอิรัก และที่หน่วยสนับสนุนอิรัก ในกรุงอัมมานของจอร์แดน
ฮาร์ฟ กล่าวด้วยว่า ในขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในอิรัก ยังอยู่ในระดับสูงสุด การโยกย้ายเจ้าหน้าที่อย่างจำกัดนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ไม่ได้หมายถึงว่า มีอันตรายที่จำเพาะเจาะจงใด ๆ และบุคลากรส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเมืองอาร์บิล ก็จะยังอยู่ต่อไป เนื่องจากสถานกงสุลมีความพร้อมในเรื่องเครื่องมือ ที่จะปฏิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยได้ โดยสถานกงสุลในเมืองอาร์บิล จะยังคงเปิดและจะยังคงมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันกับชาวอิรัก และผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งของพวกเขา สนับสนุนพวกเขาในขณะที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับกระบวนการตามรัฐธรรมนูญของอิรัก และปกป้องตนเองจากภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา
สหรัฐได้เริ่มใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเมื่อวันศุกร์ โดยมีเป้าหมายยับยั้งการรุกคืบของกลุ่ม IS ที่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้พยายามรุกคืบเข้าโจมตีเมืองอาร์บิล ซึ่งเป็นเมืองเอกในเขตปกครองของชาวเคิร์ด ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้อ้างความชอบธรรมในการใช้ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องบุคลากรของสหรัฐที่ประจำการอยู่ในเมืองอาร์บิล
รมต.อิรักเผยความโหดร้ายของกลุ่ม IS เผาทั้งเป็นชาวยาซิดี้หลายร้อยคน
นายโมฮัมหมัด เชีย อัล-ซูดานี่ รัฐมนตรีสิทธิมนุษยชนของอิรัก ได้เปิดเผยถึงความโหดร้ายของพวกมุสลิมญีฮัดนิกายสุหนี่กลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS ที่กวัดแกว่งอาวุธและร้องตะโกน รวมถึงการยืนคร่อมศพ และเฉลิมฉลอง ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ ยาซิดี้ เชื้อสายเคิร์ด ถูกเผาทั้งเป็น 500 คน
ผู้หญิงและเด็กถูกฝังทั้งเป็นในหลุมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังลักพาตัวผู้หญิง 300 คน ไปเพื่อเป็นทาสบำเรอทางเพศหรือเป็นหญิงรับใช้ ชาวยาซิดีราว 150,000 คน พากันอพยพหลบหนีออกจากบ้านเรือน หลังจากกลุ่ม IS บุกเข้าเมืองซินจาร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และการเปิดเผยถึงความโหดร้ายล่าสุดของ IS จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อชาติตะวันตก ให้ดำเนินการในขั้นต่อไปเพื่อยับยั้งการขยายการรุกคืบอย่างไม่หยุดยั้งของพวกเขาให้ได้
รัฐมนตรีสิทธิมนุษยชนของอิรัก บอกด้วยว่า เขาเห็นภาพหลายภาพที่แสดงให้เห็นพวก IS ส่งเสียงร้องตะโกนและโบกอาวุธอยู่เหนือศพของชาวยาซิดี้ และยังมีหลักฐานที่ได้จากชาวยาซิดี้ที่หนีออกมาจากเมืองซินจาร์ รวมถึงคนที่รอดตาย รวมถึงภาพเหตุการณ์ที่กลุ่ม IS ประหารชีวิตชาวยาซิดี 500 คน หลังยึดเมืองซินจาร์ได้
นอกจากนี้ ยังมีชาวยาซิดี้อีกหลายหมื่นคน ที่ติดอยู่ในบริเวณภูเขาซินจาร์มาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วซึ่งมีเด็ก ผู้หญิงและคนชราจำนวนนับไม่ถ้วน ที่ตายเพราะขาดน้ำและอาหาร เนื่องจากอาหารและน้ำดื่มที่เตรียมไปหมดลง ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนจัดถึง 50 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ ยังมีภาพที่เผยแพร่ล่าสุด แสดงให้เห็นเด็ก ๆ มีผ้าพันแผลพันศีรษะ และสีหน้าที่เจ็บปวด รวมถึงภาพการพยายามช่วยผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยภาพเหล่านี้ เชื่อว่า ถ่ายจากบริเวณภูเขาซินจาร์
เมื่อวานนี้ มีรายงานว่า ชาวยาซิดีราว 3000,000 คน ได้หลบหนีไปยังเขตภายใต้ควบคุมของชาวเคิร์ด ทางตอนเหนือของอิรัก และนักรบชาวเคิร์ดได้ช่วยพวกเขาข้ามชายแดนไปยังซีเรีย โดยใช้ทั้งรถบรรทุก, ลาและรถบุลโดเซอร์ในการขนส่ง
เวียน ดัคฮิล ส.ส.อิรัก ที่มีเชื้อสายยาซิดี้ บอกว่า มีคนราว 20,000-30,000 คน ที่หนีข้ามพรมแดนไปยังซีเรีย แต่ยังมีคนที่ติดอยู่บนภูเขา ที่ไม่ปลอดภัย ส่วนเรซาล่า ชานกาลี ผู้สื่อข่าวเชื้อสายยาซิดี้บอกว่า กลุ่ม IS ข่มขืนผู้หญิงและเด็กผู้หญิงต่อหน้าพ่อและสามีของพวกเธอ ก่อนจะสังหารเด็กทั้งหมดต่อหน้าพ่อแม่ของพวกเขา ที่พยายามร้องขอความเมตตา ส่วนพวกที่ติดอยู่บนภูเขาซินจาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิงและคนชรา พากันล้มตายไปต่อหน้าต่อตาครอบครัวที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เด็กคนหนึ่งร้องขออาหารก่อนจะหมดสติและเสียชีวิต ผู้หญิงท้องเสียชีวิตขณะคลอดเพราะตกเลือด
เครื่องบินรบของสหรัฐ ได้ทิ้งระเบิดโจมตีนักรบ IS ในพื้นที่ทางเหนือของอิรักอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยคุ้มกันกองกำลังชาวเคิร์ดที่ช่วยเหลือผู้อพยพ ส่วนเครื่องบินลำเลียงเฮอร์คิวลิสของกองทัพอากาศอังกฤษ หรือ ARF ได้หย่อนความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์ชุดแรกให้กับผู้อพยพบริเวณภูเขาซินจาร์ ทางการอิรัก ระบุว่า ความช่วยเหลือฉุกเฉินจำนวนมากของสหรัฐก่อนหน้านี้ ต้องสูญเปล่าเพราะการหย่อนของจากที่สูงมากโดยปราศจากร่มชูชีพ ทำให้เสียหายเมื่อตกกระแทกพื้น
มีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับความสำเร็จในการผลักดันกลุ่ม IS เมื่อกองกำลังชาวเคิร์ด สามารถยึดเมืองทางเหนือคืนได้ 2 เมือง แต่การที่กลุ่ม IS ยึดเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้กับเมืองโมซุลได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ส่งผลให้เกิดความวิตกว่า พวกเขาอาจระเบิดเขื่อน เพื่อตัดการส่งกระแสไฟฟ้า หรือทำให้เกิดน้ำไหลบ่าทะลักเข้าท่วมหลายเมือง รวมทั้งกรุงแบกแดดด้วย
---------------------------------------------
(ภาพ : EPA)



