
'โทนี เฟอร์นานเดส' ผู้นำโมเดล 'โลว์คอสต์' รุกอาเซียน
11 ส.ค. 2557
'โทนี เฟอร์นานเดส' ผู้นำโมเดล 'โลว์คอสต์' รุกอาเซียน
“ผมจะสร้างการเชื่อมโยงในอาเซียน และทำให้ภูมิภาคนี้แคบลง และเชื่อมั่นว่า การรวมกลุ่มกันครั้งนี้จะสร้างตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ ที่ผ่านมาอาเซียนอาจมีบทบาทเด่นชัดด้านการเมือง แต่สิ่งสำคัญในขั้นต่อไป คือ เพิ่มการเชื่อมโยงกันในมิติด้านการค้า"
โทนี เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวในตอนหนึ่ง ระหว่างเปิดใจให้สัมภาษณ์ "สุทธิชัย หยุ่น" ประธานเครือเนชั่น ถึงประโยชน์ของธุรกิจการบินหลังอาเซียนรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558
เขายังฉายมุมมองต่ออุตสาหกรรมการบินในอาเซียนอย่าง "ตรงไปตรงมา" ว่า
แม้ด้านธุรกิจจะเป็นการขยายโอกาสการตลาดให้กว้างขึ้น แต่ยอมรับว่ายังคงมีอุปสรรคจาก "ความแตกต่าง" บางประการ อาทิ การเมืองการปกครอง ขนาดประชากรและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ อาทิ อินโดนีเซีย กับ บรูไน และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ที่มีประเทศซึ่งจีดีพีสูงและต่ำอย่างสิงคโปร์และลาวอยู่ร่วมกัน
ส่วน "การแข่งขัน" ที่เริ่มเข้มข้นมาก สำหรับเขา "ไม่กลัว" แต่กลับมองบวกใน 2 มุมว่า ใน "ด้านธุรกิจ" จะดีต่อบริษัทในการพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น ดีกว่าปล่อยให้ธุรกิจเปรียบเหมือน "คนอ้วนที่เกียจคร้าน"
ขณะที่ด้าน "ผู้โดยสาร" นั้น ก็จะมีทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งนี้ทุกการแข่งขันจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ "ความยุติธรรม" ซึ่งส่วนตัวเชื่อมั่นมาตลอดว่า ธุรกิจสายการบินควรต้องเป็นกิจการของภาคเอกชนเท่านั้น
ส่วนการที่ "สายการบินแห่งชาติ" เกิดปัญหาธุรกิจในปัจจุบัน เขามองการแก้ไขปัญหาใน 2 เรื่องหลัก คือ สายการบินจะต้อง "เลิกคิด" ว่ารัฐบาลจะไม่มีวันปล่อยให้องค์กรล้ม หากดำเนินธุรกิจขาดทุนหรือล้มเหลว และที่สำคัญก็คือ จะต้องให้ทีมบริหารได้ทำหน้าที่ "บริหาร" อย่างเต็มที่ ไม่ปล่อยให้การเมืองแทรกแซง
"การใช้กลไกปกป้องธุรกิจในประเทศของตัวเอง หรือห้ามการแข่งขัน ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง และการฆ่าคู่แข่งสายการบินอื่นๆ ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน ดังนั้น สิ่งที่แอร์เอเชียพยายามทำทุกวันนี้ คือ การเข้าไปสร้างตลาดใหม่ๆ และสร้างทางเลือกที่หลากหลาย"
เขายังบอกด้วยว่า หากย้อนกลับมามอง "ส่วนผสม" ในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในแบบฉบับแอร์เอเชีย ต้องเชื่อถือใน "ความรู้สึก" ที่บางครั้งมากับโชค และขณะเดียวกันก็ "กล้า" ตัดสินใจ เช่น การเลือกเปิดจุดหมายในเส้นทางใหม่ๆ บางครั้งอาจจะมีแรงบันดาลใจเบื้องต้น มาจากการลองไปเยือนเมืองนั้น 2-3 ชั่วโมง และรู้สึกทันทีว่าผู้คนจะต้องชื่นชอบและต้องการเดินทางมาแน่นอน และบางครั้งก็ต้องกล้าลองเชื่อมโยงเส้นทางใหม่ๆ ให้คนได้เดินทางถึงกัน อย่างในอดีตที่แอร์เอเชียริเริ่มบิน มาเลเซีย-กระบี่ หรือ มาเลเซีย-เชียงใหม่ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเคยคิดถึงมาก่อน
ทว่า ภายใต้การตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกนั้น เขาบอกว่า สิ่งที่ต้องมีควบคู่กันไปคือ "การยอมรับความผิดพลาด" เช่น การเปิดเส้นทางใหม่ทุกเส้นทางของแอร์เอเชียใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปทั้งหมด มีเส้นทางไม่น้อยที่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน เมื่อพิสูจน์แล้วว่าไม่ตอบโจทย์ธุรกิจ
"หากผมพลาด ก็คือพลาด นี่คือสิ่งที่ต้องยอมรับ แต่สิ่งสำคัญคือ คุณต้องไม่มีอีโก้ เพราะมันเป็นเพชฌฆาตในการทำธุรกิจการบินเลยทีเดียว หากพลาดต้องพร้อมยกเลิกและก้าวต่อไป เหมือนในอดีตที่เคยกระโดดเข้าสู่การมีทีมร่วมการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (ฟอร์มูล่าวัน) ซึ่งเมื่อไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ก็ต้องยอมรับ และรู้ขีดจำกัดของตัวเอง" เฟอร์นานเดส เล่า
ผู้ก่อตั้งแอร์เอเชีย ยังยอมรับว่า การบินเป็นอุตสาหกรรมที่ "ยาก" เพราะมีเหตุการณ์ที่ไม่อาจหยั่งรู้ล่วงหน้าได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งปัญหาการเมือง ภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติต่างๆ ที่มีตัวอย่างให้เห็นทั่วโลก อาทิ การระบาดของโรคซาร์ส และไข้หวัดนกในเอเชีย ดังนั้นสิ่งที่เขายังต้องทำจนถึงทุกวันนี้ คือ การใส่ใจและละเอียดรอบคอบกับทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามงบการเงินอย่างละเอียด และติดต่อสื่อสารกับผู้บริหารทุกสายการบินในเครืออย่างใกล้ชิด โดยเน้นวัฒนธรรมความ "โปร่งใส"
ส่วนกุญแจที่ทำให้ธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง เขาเปิดเผยว่า อยู่ที่การวาง "โฟกัส" ที่ชัดเจน เช่น แอร์เอเชีย ที่วางตำแหน่งเป็น "โลว์คอสต์" ก็จะพัฒนามุ่งไปทางนี้ให้สุดตัว หากลุ่มเป้าหมายให้ชัด ถ้าเป็นแบรนด์แอร์เอเชีย ที่ให้บริการเส้นทางระยะใกล้ ก็จะชัดเจนว่า ให้บริการชั้นที่นั่งเดียว และใช้ฝูงบินรุ่นเดียวเท่านั้น เพื่อลดต้นทุน แต่หากเป็นแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ซึ่งให้บริการเส้นทางระยะไกล ก็จะแยกบริษัทและการบริหารจัดการกัน
เขายังบอกด้วยว่า หากมองภาพการแข่งขันของโลว์คอสต์บางรายที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ เขาเชื่อว่าเหตุผลที่ทำให้วันนี้แอร์เอเชียไปได้ไกลกว่า เกิดจาก "ดีเอ็นเอ" ของโลว์คอสต์อย่างแท้จริง ต่างจากสายการบินอื่นๆ ที่ถูกจัดตั้งในฐานะอีกหน่วยธุรกิจของสายการบินที่ให้บริการเต็มรูปแบบ (Full Services) ที่มีหลายกรณีศึกษาฉายให้เห็นแล้วว่าอาจจะ "ไปไม่ถึงจุดหมาย"
"สิ่งสำคัญคือ ต้องมีโฟกัสที่ชัด สายการบินบางรายกลับเลือกขยายด้วยเครื่องบินหลายแบบในฝูงบินเดียว รวมถึงการวางเป้าหมายเซ็กเมนต์ตลาดไม่ชัดเจนว่า ในที่สุดจะเจาะตลาดโลว์คอสต์ หรือ พรีเมียม"
เมื่อพูดถึงการธุรกิจ "ไทยแอร์เอเชีย" สายการบินในเครือข่ายที่ดำเนินการมาครบรอบ 1 ทศวรรษ ท่ามกลางอุณหภูมิการเมืองไทยที่ร้อนแรงนั้น เฟอร์นานเดส ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยว่า จะฟื้นตัวกลับมา เพราะมีจุดแข็งในฐานะ "เมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยวของอาเซียน" ที่เป็นแรงดึงดูดให้ใครๆ ยังคงต้องการมาเยือน ไม่ว่าจะมีวิกฤติการณ์ใดๆ ก็ตาม
โดยความเชื่อมั่นของแอร์เอเชียที่มีต่อไทย ดูได้จากการเลือกให้เป็นจุดหมายของการขยายธุรกิจ "อันดับแรก" ต่อจากมาเลเซีย ซึ่งเป็นบ้านเกิด ไม่ว่าจะเป็นการตั้งไทยแอร์เอเชียเป็นแห่งแรกต่อจากมาเลเซีย รวมถึงการเปิดตัว ทูนส์ อินชัวรันส์ ธุรกิจประกันภัย เมื่อเร็วๆ นี้
ผู้บริหารในวัย 50 ปี ยังเล่าถึงความปรารถนาของตัวเองว่า ต้องการบุกเบิกสร้างรากฐานกับธุรกิจใหญ่อีก 2 ด้าน คือ การศึกษา และสุขภาพ ซึ่งมีแนวคิดจะเปิดสถาบันการศึกษาและโรงพยาบาล ที่มีมาตรฐานที่ดีและคนทั่วไป "เข้าถึงได้" เหมือนกับที่เคยทำให้สายการบินประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยเฉพาะด้านการศึกษา ที่เขามองว่าควรจะมีระบบที่เปิดโอกาสให้นักเรียนอาเซียนได้ทลายกรอบเรื่องการศึกษาแต่ในตำราที่เป็นรูปแบบฝังมาช้านาน ไปสู่การให้เรียนรู้กิจกรรมรอบด้าน ให้เด็กค้นพบว่าตัวเองไปได้ดีในเรื่องใด และต้องการเติบโตเป็นอะไรในอนาคต
“ด้วยคติในใจว่า หากพลาดก็คือพลาด ทำให้ตัวผมในวัย 35 ปี หรือเมื่อราว 13 ปีก่อน กล้าตัดสินใจออกจากตำแหน่งผู้บริหารที่วอร์เนอร์ มิวสิค แล้วมาสานต่อความฝันในการทำธุรกิจโลว์คอสต์ตามแบบอย่างสายการบินยุโรป เพราะตอนนั้นผมคิดเพียงว่าไม่อยากเป็นคนในวัย 50 กว่าที่ได้แต่นั่งคิดเสียดายว่า ตัวเองน่าจะทำอย่างนี้ในตอนนั้น"
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความสนใจผันตัวเองเป็น "นักการเมือง" เฟอร์นานเดส ไม่ได้ปิดกั้นหรือตอบรับอย่างชัดเจน เขาตอบเพียงว่า แม้เขาจะรู้ปัญหาในธุรกิจการบิน และรู้ว่าการเข้ามาเล่นการเมืองเท่านั้นถึงจะแก้ไขปัญหาได้ แต่วันนี้ยังไม่เคยมีใครออกปากชักชวนอย่างจริงจัง อีกทั้งการเป็นนักการเมืองนั้น ต้อง "เสียสละ" อย่างมาก
ขณะที่ปัจจุบันเขายัง "รักอิสระ" ในแบบที่เป็นมากกว่า



