
นักการเมือง กับเครื่องกรองน้ำ
11 ส.ค. 2557
วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ : นักการเมือง กับเครื่องกรองน้ำ : โดย...ประภัสสร เสวิกุล psevikul.com
ในสมัยก่อนคนเราดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ลำธาร แอ่งน้ำ หรือน้ำฝนได้โดยสนิทใจ เพราะเชื่อว่าน้ำจากแหล่งดังกล่าวเป็นน้ำที่สะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งสกปรกเจือปน แต่ต่อมาเราก็เริ่มไม่แน่ใจในคุณลักษณะของน้ำเหล่านั้น จึงมีการใช้เครื่องกรอง เพื่อทำหน้าที่แยกสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพออกเสียก่อน เพื่อให้น้ำมีความสะอาดขึ้น
การเมืองก็เป็นเช่นเดียวกับน้ำ ในสมัยนครรัฐกรีก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ชาวกรีกมีความเชื่อว่า คนที่เข้ามาสู่วงการเมืองคือคนที่มีความรู้ มีความคิด มีความสามารถ มีอุดมการณ์ และมีความตั้งใจจริงในอันที่จะอุทิศตนเพื่อทำงานให้ส่วนรวม นักการเมืองสมัยนั้นจึงเป็นบุคคลที่มีเกียรติและได้รับการยกย่อง แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมา และสภาพของสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไป การเมืองก็กลายเป็นอาชีพหนึ่ง และเกิดนักการเมืองอาชีพขึ้น การทำงานการเมืองส่วนหนึ่งจึงมิใช่การเสียสละเพื่อส่วนรวม แต่เป็นการหาเลี้ยงชีพของตน ซึ่งมักจะรวมถึงการแสวงหาผลประโยชน์ และรักษาผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับน้ำ การเมืองก็มิใช่น้ำสะอาดเช่นอดีต แต่มีมลพิษมากมาย
แนวคิดในการทำการเมืองให้บริสุทธิ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีคนที่พยายามคิดและทำมานานพอสมควร เช่น การกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง และบทลงโทษแก่ผู้กระทำผิด เป็นต้นว่า ระงับการใช้สิทธิทางการเมืองในระยะเวลาหนึ่ง หรือยุบพรรคการเมือง ฯลฯ แต่ก็มีการหลีกเลี่ยงด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ หรือใช้ตัวแทนอย่างสมาชิกในครอบครัวและเครือญาติลงสมัครรับเลือกตั้งแทน โดยผู้ถูกลงโทษคอยควบคุมกำกับอยู่เบื้องหลัง
นักปรัชญาทางการเมืองรุ่นหลังๆ มองเห็นว่า การเมืองไม่ใช่เรื่องของอุดมคติอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ และให้คำจำกัดความว่า การเมืองเป็นเรื่องของการแสวงหา รักษา และแบ่งปันผลประโยชน์ ประเด็นขัดแย้งทางการเมืองที่สำคัญก็คือการแย่งชิงอำนาจ และการแบ่งผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว ขณะที่มวลชนตกเป็นเพียงเครื่องมือของนักการเมืองเท่านั้น
การกลั่นกรองตัวบุคคลที่จะเข้าสู่วงการเมืองจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะหากได้คนดีๆ ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์ และมีความตั้งใจจริงที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม โดยไม่มีผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ย่อมสามารถผลักดันให้บ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้า แต่ในทางตรงกันข้าม หากการเมืองยังคงเป็นเวทีของคนบางกลุ่ม ที่เป็นเพียงหุ่นเชิดของคนอื่น หรือวนเวียนอยู่กับการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน บ้านเมืองก็จะประสบกับปัญหาต่างๆ เช่น การแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจ การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การสร้างอิทธิพล การผูกขาดทางการค้า การทุจริตคอร์รัปชั่น และความวุ่นวายต่างๆ ซึ่งถ่วงรั้งประเทศไทยให้ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้
เราคงต้องยอมรับว่า ทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งนักการเมืองไทยก็เป็นเช่นนั้น แต่นักการเมืองก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า น้ำดีที่พลัดเข้าไปอยู่ในน้ำเน่าย่อมที่จะต้องแปดเปื้อนไปด้วย ดังนั้นการกรองสิ่งสกปรกออกจากน้ำจึงเป็นความจำเป็นขั้นต้น เพื่อทำให้น้ำนั้นมีความสะอาด บริสุทธิ์ สามารถดื่มกินได้โดยสะดวกใจ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
เมื่อเรามีเครื่องกรองน้ำที่มีศักยภาพ มีไส้กรองที่มีประสิทธิภาพ ก็ย่อมจะได้น้ำที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์จากน้ำที่ดีๆ ก็คือคนไทยทั้งมวล
----------------------
(วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ : นักการเมือง กับเครื่องกรองน้ำ : โดย...ประภัสสร เสวิกุล psevikul.com)



