
ต้านเหมืองเดือด เดิมพันด้วยชีวิต
11 ส.ค. 2557
ต้านเหมืองเดือด เดิมพันด้วยชีวิต : โดย...ชยานนท์ ปราณีต
การร้องขอความปลอดภัยย่อมไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับใครสักคน ผู้ประกอบสัมมาอาชีพ หากแต่การดิ้นรนเช่นว่านั้นก็จำเป็นในยามคับขัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเชิญกับสิ่งที่เป็นนามธรรมหากแต่อาจนำมาซึ่งการคุกคามอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อน
วันเพ็ญ พรมรังสรรค์ แกนนำต้านเหมืองแร่ทองคำ ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อคัดค้านการสำรวจแร่ของบริษัททำเหมืองแร่ ในพื้นที่ ต.ลำพญากลาง และ ต.ลำสมพุง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี รวมถึงเรียกร้องให้ตรวจสอบการข่มขู่คุกคามเอาชีวิตแกนนำชาวบ้านที่ต่อต้านเหมืองแร่ทองคำแห่งนี้ ที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังทวีความรุนแรงมากเป็นลำดับ ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อยื่นหนังสือให้ตรวจสอบกลุ่มข้าราชการและอดีตนักการเมืองที่เอื้อประโยชน์ต่อนายทุน
วันเพ็ญ เล่าว่า หลังจากกลุ่มบริษัทสำรวจแร่เข้ามาเมื่อช่วงปี 2555 ยังไม่มีชาวบ้านรับทราบว่าจะเข้ามาสำรวจเพื่อทำเหมืองแร่ และมารู้เรื่องเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา หลังจากเห็นหนังสือว่ามีกลุ่มทุนบริษัททำเหมืองแร่เข้ามาในพื้นที่ จึงนำเรื่องเข้าไปเปิดเผยในที่ประชุม อบต.ลำพญากลาง จากนั้นได้จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้ แต่ป้ายนั้นถูกมือมืดรื้อทิ้ง จึงพยายามจะต่อสู้และกระจายข่าวให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมให้มาก รวมถึงการรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดตามมาหากปล่อยให้มีเหมืองแร่เกิดขึ้นในชุมชน
ทั้งนี้ แกนนำยังทำหนังสือคัดค้านการออกอาชญาบัตรพิเศษเหมืองแร่ทองคำให้แก่กลุ่มบริษัททำเหมืองแร่ ที่ยื่นขออนุญาตอาชญาบัตรพิเศษเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่ ต.ลำสมพุง และ ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก เพราะเป็นการขอทับซ้อนสิทธิที่ดินทั้ง 2 ตำบล ร่วม 7 หมื่นไร่ แต่ก็ยังมีการลักลอบเข้ามาสำรวจปักหมุดในพื้นที่ ส.ป.ก.ของชาวบ้าน โดยกรมที่ดิน อีกทั้งยังอ้างกับชาวบ้านว่า เป็นการเจาะสำรวจน้ำบาดาล โดยการปักหมุดจากกรมที่ดิน แต่จริงๆ แล้วเป็นการขุดเจาะเพื่อตรวจพิสูจน์แร่ในชั้นใต้ดิน และเมื่อขุดเจาะเสร็จชาวบ้านกลับไม่ได้ใช้น้ำ เพราะกรมทรัพยากรน้ำบาดาลล้อมรั้วและล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ไม่ต่างจากการเข้าสำรวจแร่ในพื้นที่ จ.พิจิตร ซึ่งชาวบ้านจะรู้ก็ต่อเมื่อบริษัทได้รับสัมปทานไปแล้ว และเมื่อถึงเวลานั้นชาวบ้านก็ไม่สามารถคัดค้านอะไรได้อีก
"ทุกวันต้องให้ความรู้ชาวบ้านเรื่องผลกระทบหากมีเหมืองแร่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยใช้บ้านของตัวเองเป็นจุดศูนย์รวม และอธิบายถึงหินที่มีแร่หลากหลายชนิด รวม 38 ชนิด และหากมีการขุดเจาะลึกลงไปในชั้นดิน 1 กิโลเมตร จะมีน้ำมันดิบ จึงเป็นช่องทางให้นายทุนเข้ามาหาผลประโยชน์"
การออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านจนถึงขั้นที่มีการข่มขู่ คุกคาม และประกาศตั้งค่าหัวแกนนำต่อต้านเหมืองแร่อย่าง ชูศักดิ์ พุ่มกลาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ลำสมพุง หนึ่งในแกนนำต่อต้าน รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นผู้หนึ่งที่ถูกข่มขู่ และกลายเป็นคน "มีค่าหัว" ติดตัวไปด้วยอีกหนึ่ง ชูศักดิ์เล่าว่า หลังจากออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างต่อเนื่อง ก็ถูกลูกน้องนายทุนเดินเข้ามาบอกขณะเข้าไปซื้อสินค้าในตลาด ต.ลำสมพุง ว่า ให้หยุดการเคลื่อนไหวต่อต้าน เพราะอาจจะได้รับอันตราย โดยจะให้ค่าหัวในราคา 3 หมื่นบาท หลังจากถูกข่มขู่ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นลายลักษณ์อักษรที่ สภ.มวกเหล็ก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา
"ผมต่อสู้เพื่อบ้านเกิด และต่อสู้เพื่อคนในชุมชน ถึงแม้จะถูกข่มขู่คุกคามอย่างไรก็ไม่หวั่นเกรง เพราะหากเรานิ่งเฉยบ้านและทรัพยากรป่าไม้ก็จะถูกทำลาย"
การตื่นตัวของชาวบ้านในพื้นที่ที่ลุกขึ้นมาคัดค้านสัมปทานเหมืองทองคำ ซึ่งการขึ้นป้ายข้อความระบุว่า "ลำพญากลาง คัดค้านการทำเหมื่องแร่" ก็เป็นอาวุธอีกอย่างที่พวกเขาจำต้องหยิบออกมาใช้ โดย วิชัย เปาวิมาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำพญากลาง บอกว่า ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องการเหมืองแร่ เพราะเกรงกันว่าจะเกิดผลกระทบตามมา เนื่องจากมีฟาร์มโคนม และฟาร์มแพะจำนวนมาก หากมีการทำเหมืองแร่จะทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบอย่างหนัก อบต.ลำพญากลาง จึงออกแถลงการณ์ของกลุ่มคัดค้านการทำเหมืองแร่ 1.ขอคัดค้านการออกอาชญาบัตร และสัมปทานบัตรเหมืองแร่ทุกชนิด ทุกบริษัทในเขตพื้นที่ ต.ลำพญากลาง ต.ลำสมพุง และต.ซับสนุ่น เหตุเพราะพื้นที่ 3 ตำบลนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ประกอบด้วย เขื่อนลำตะคองบางส่วน คลองลำพญากลาง ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และแม่น้ำเจ้าพระยา
2.ขอเรียกร้องให้ประกาศเขต 3 ตำบล เป็นเขตอนุรักษ์ห้ามมิให้ออกอาชญาบัตร และสัมปทานบัตรเหมืองแร่ทุกชนิด และห้ามออกใบอนุญาตให้โรงงานอุตสาหกรรมทุกชนิด ยกเว้นอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกี่ยวกับการเกษตร (การเลี้ยงโคนม) เหตุผลเพราะในเขตนี้อาชีพส่วนใหญ่ของเกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพอยู่แล้ว หากมีเหมืองแร่จะส่งผลกระทบต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมอย่างรุนแรง จึงขอแสดงเจตนาคัดค้านการออกอาชญาบัตร และสัมปทานบัตรเหมืองแร่
สิ่งสำคัญที่พวกเขาอยากเรียกร้องบริษัทเหล่านี้คือ อย่ามุ่งแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกันกับต่างชาติอย่างไม่ลืมหูลืมตา จากผลของทุนและเทคโนโลยีการขุดเจาะ สกัด และย่อยแร่ขนาดใหญ่โตมโหฬารจนก่อความเสียหาย เสื่อมโทรมหรือผลกระทบต่อธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนท้องถิ่นอย่างรุนแรงจนยากที่จะฟื้นฟูเยียวยาได้
----------------------
(ต้านเหมืองเดือด เดิมพันด้วยชีวิต : โดย...ชยานนท์ ปราณีต)



