ข่าว

อบต.ทับตีเหล็ก ส่งเสริมการศึกษา
จ้าง"ครูสอนภาษาอังกฤษ"เยาวชน

อบต.ทับตีเหล็ก ส่งเสริมการศึกษา จ้าง"ครูสอนภาษาอังกฤษ"เยาวชน

02 ก.ค. 2552

ในโลกยุคปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะ "ภาษาอังกฤษ" ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะถือเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารที่ทั่วโลกยอมรับมากที่สุด ทั้งยังเป็นช่องทางในการค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างกว้างขวางที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ตด้วย

 ด้วยเหตุนี้ นาวิน พิกุลทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทับตีเหล็ก อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษด้วยการจ้าง "ครูสอนภาษาอังกฤษ" มาให้ความรู้แก่เยาวชนเพื่อต่อยอดทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น

 โครงการนี้มีชื่อว่า โครงการอบรมภาษาอังกฤษ (English for Daily Life) โดยเปิดให้เด็กมาเรียนฟรีสัปดาห์ละ 1 วัน คือ วันอาทิตย์ บริเวณที่ทำการ อบต.ทับตีเหล็ก

 โดยจ้างครูมาสอนภาษาอังกฤษตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ
 ช่วงแรก ระดับ ป.4-6 เรียนตั้งแต่เวลา 09.00-10.30 น.
 ช่วงที่สอง ระดับ ป.1-3 เรียนตั้งแต่เวลา 10.30-12.00 น.
 ส่วนออปชั่นแถมที่น่าจะถูกใจเด็กๆ มาก คือ หลังจากเรียนเสร็จแล้วจะมีอาหารและขนมให้รับประทานฟรีอีกด้วย

 นายก อบต.ทับตีเหล็ก ระบุว่า เดิมตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีเด็กมาเรียนประมาณ 60 คน แต่เพียงอาทิตย์แรกที่เปิดโครงการกลับมีเด็กสนใจเข้าร่วมโครงการถึง 110 คน และจนถึงทุกวันนี้มีเด็กเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 150 คน

 สาเหตุที่ผู้ปกครองส่งลูกหลานเข้ามาเรียนอย่างล้นหลาม เพราะมองเห็นว่า การส่งเด็กมาเรียนยังดีกว่าให้เด็กไปนั่งเล่นเกม ทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระผู้ปกครองอีกด้วย

 โครงการนี้เป็น "โครงการนำร่อง" ซึ่งจะเรียนไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม แต่ถ้ายังได้รับความสนใจจากผู้ปกครองก็จะมีโครงการต่อเนื่องต่อไปตลอดเทอม

 นอกจากนี้ ในระหว่างเรียนก็ได้เน้นย้ำให้ครูผู้สอนให้ความรู้เกี่ยวกับ "พิษภัยยาเสพติด" ด้วย และยังมีการเสริมด้วยกิจกรรมอื่นๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี และกีฬา เป็นต้น

 ขณะที่ ณรงค์ชัย พงศ์ศรีเพียร ปลัด อบต.ทับตีเหล็ก กล่าวเสริมว่า โครงการนี้มีประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่อย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความรู้และทักษะการใช้ภาษาอังกฤษให้แก่เด็กด้อยโอกาสที่ไม่มีโอกาสไปเรียนพิเศษในเมืองแล้ว

 การได้เสริมทักษะภาษาอังกฤษยังทำให้นักเรียนสามารถนำไปต่อยอดกับบทเรียนในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมแนวนโยบายจัดการศึกษาของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาอังกฤษอีกทางหนึ่งด้วย

"มัจฉา ท่าจีน"