ข่าว

'วิษณุ'เปรียบปฏิรูปเหมือนรถพังต้องซ่อมนาน

'วิษณุ'เปรียบปฏิรูปเหมือนรถพังต้องซ่อมนาน

09 ส.ค. 2557

'วิษณุ'แจง 2 เส้นทางเข้าเป็นสปช. จังหวัดเลือก-สมัครเอง ระบุเริ่มงานได้หลังครม.แถลงนโยบายต้นก.ย. เปรียบงานปฏิรูปประเทศเหมือนรถพังต้องจอดซ่อม

                ที่สโมสรกองทัพบก วิภาวดี เมื่อเวลา 11.30น. วันที่ 9 ส.ค.2557 นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะทีมร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขึ้นเวทีชี้แจงกระบวนการสรรหาและความจำเป็นในการมีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสรรหาสปช. กระบวนการต่อจากนี้คงใช้เวลาประมาณ 1สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นเล็กน้อยที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะเลือกผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศ  หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ นายกฯจะจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) และนำเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อเข้าทำงาน โดยระยะเวลาอาจจะล้ำไปจนถึงเดือนกันยายน และช่วงต้นเดือนกันยายนรัฐบาลจะแถลงนโยบายต่อสนช. แม้ว่ารัฐธรรนูญชั่วคราว 2557 ไม่ได้บังคับให้แถลงแต่ถือเป็นประเพณีปฏิบัติในการปกครองที่ต้องทำ

                นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ดำเนินการคู่ขนานกับการทำงานของงรัฐบาลคือการแต่งตั้งสปช. ที่เป็นองค์กรใหม่ที่จะเข้ามาคิดอ่าน เสนอแนะแนวทางที่จะปฏิรูปประเทศ โดยมีหน้าที่เสนอแนะเท่านั้นไม่ได้มีหน้าที่ปฏิรูป เพราะฝ่ายที่ลงมือปฏิรูปคือ รัฐบาล องค์กรต่างๆของรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ และภาคเอกชน ว่าจะดำเนินการตามแนวทางนี้อย่างไร เพื่อเป็นคู่มือและไม้บรรทัดเดียวกัน ซึ่งสปช.ไม่ได้ผูกขาดความคิดหรือข้อเสนอแนะ เพราะสปช.เป็นเพียงเวทีอย่างเป็นทางการของสปช.จำนวน 250 คนเท่านั้น เพราะบางคนขาดคุณสมบัติ หรือ มีข้อจำกัดต่างๆ จึงขอสมัครใจอยู่ข้างนอกก็ได้ แต่ควรมีเวทีให้มีการเสนอแนะอื่นๆนอกเหนือจากเวทีของสปช.

                นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า นอกจากสปช.แล้ว ในส่วนของรัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีการปกิรูปโดยวิธีการอื่น ดังนั้นรัฐธรรมนูญชั่วคราวจึงระบุว่านอกจากครม.มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินแล้ว ยังมีหน้าที่ปฏิรูปประเทศและสร้างความปรองดองสมานฉันท์อีกด้วย ซึ่งหลักคิดนี้มาจากอดีตที่เคยเขียนมาตลอดว่าครม.มีแค่อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน พอเรียกร้องให้รัฐบาลทำอย่างอื่นบ้างก็หาว่าอย่างอื่นไม่ใช่บริหารราชการแผ่นดินทั้งที่เป็นเรื่องที่ต้องทำ รัฐธรรมนูญชั่วคราวฯจึงกำหนดให้รัฐบาลมี 3 หน้าที่  คือ 1.บริหารราชการแผ่นดิน 2.หน้าที่ปฏิรูปประเทศ ทั้งคิดเองทำเองหรือรับที่คนอื่นเสนอมาทำ และ 3.หน้าที่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ อย่างไรก็ตาม สปช.เป็นของใหม่ ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยที่คิดกันเชื่อว่าน่าจะพอไปได้

                "เมื่อสปช.เป็นของใหม่ตามที่คสช.คิดให้ แต่เรื่องอย่างนี้ก็เหมือนเรื่องตบมือที่คสช.ไม่สามารถตบได้คนเดียว ต้องมีมืออีกข้างมาตบด้วยคือความร่วมมือของท่านทั้งหลาย ถ้าคสช.คิดเอง คิดออก คงคิดเองแล้วเมื่อสองเดือนก่อน แต่เมื่อคิดเองไม่ออกหรือคิดแล้วไม่อาจจะไม่ถูกใจทุกคน ก็ต้องการมืออีกข้างที่เชิญมาตบกันอีกข้างให้เป็นเสียงที่ดังขึ้น"นายวิษณุ กล่าว

                ที่ปรึกษาคสช. กล่าวถึงกรอบเวลาในการทำงานของสปช.ว่า สปช.มีเวลาในการทำงาน 1 ปี ภายใต้ข้อจำกัด 3 ข้อคือ 1.เป็นของใหม่ 2.ทำฝ่ายเดียวไม่ได้ และ3.การมีเวลาทำงานน้อย เราจึงต้องมีเจ้าภาพเป็นทางการคือสปช. ในการเสนอสิ่งต่างๆในเวลาอันสั้นจึงไม่อาจยกปัญหาในอดีตทั้งหมดมาพูดและแก้ไข  สปช.จึงต้องสกัดเอาสิ่งในปัจจุบันมาปฐมพยาบาลกันก่อน อย่างไรก็ตาม มีคำถาม 5 ข้อ ว่า จะให้สปช.ทำอะไร ซึ่งเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ คือ1.การปฏิรูปหมายถึงอะไร 2.ทำไมต้องมีการปฏิรูป 3.แล้วจะปฏิรูปกันอย่างไร 4.ต้องการให้ทำอะไร และ 5.มีความคาดหวังในผลสำเร็จของสปช.เพียงใด

                จากนั้นนายวิษณุเริ่มตอบคำถามทีละข้อว่า เริ่มจาก การปฏิรูปคืออะไร รัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ ที่พูดถึงการปฏิรูปต้องการให้หมายถึงการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใทางที่ดีขึ้น ถ้าหากว่าปรับปรุงใดใดเป็นเรื่องเล็กน้อยทำไม่นานก็เสร็จเรียกว่าปรับปรุงเปลี่ยนแปลงก็พอ ไม่ถึงกับยกระดับเป็นการปฏิรูป การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทำได้ทุกวัน แต่ถ้าจะยกระดับเป็นการปฏิรูปก็ต้องทำให้สมกับปฏิรูป คือมาในแบบใหม่ ซึ่งคนที่ทำการปฏิรูปเมื่อ 130 ปีที่แล้ว คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงรับสั่งว่าประเทศสยามนั้นเหมือนเรือที่ออกไปหาปลาเช้าก็ออกไปค่ำก็กลับมา ทำแบบนี้เรือก็ทรุดโทรมก็ได้แต่ปะผุไปวันวัน เพราะต้องรีบซ่อมให้เสร็จเรือจะได้ไปหาปลา หากทำแบบนี้เรือจะได้อัปปางลงเป็นแน่แท้ จำเป็นต้องจอดเรือ ตั้งกง ขึ้นกระดาน เปลี่ยนไม้ ตอกตะปู ขึงใบใหม่ ซึ่งต้องจอดเรือเป็นแรมเดือน คนหาปลาต้องหาเรือเล็กหรือไปทำอย่างอื่น จนกว่าจะได้ยกเครื่องเรือใหม่เสร็จ  เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องคิดคือว่าเราจะใช้วิธีปะผุไปวันวันหรือจอดเรือสยามรัฐนาวาขึ้นกง ตั้งกระดาน เปลี่ยนไม้ ตอกตะปู ขึงใบเสียใหม่ ถ้าเห็นว่าปัญหามากเหนือบ่ากว่าแรงก็คงต้องจอดเรือ พูดเรื่องเรืออาจจะไม่เห็นภาพเหมือนรถยนต์  ถ้ารถเสียเล็กน้อยเข้าอู่เช้าออกบ่าย เข้าวันนี้ออกพรุ่งนี้ได้ แต่ถ้าชำรุดมากมันก็คงใช้วิธีปะผุไม่ได้ จึงต้องยกเครื่อง สิ่งที่ต้องสำรวจว่าประเทศแค่ปะผุหรือต้องยกเครื่องใหม่

                นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนคำถามที่แล้วทำไมจึงต้องปฏิรูปนั้น อะไรที่ใช้นานก็ต้องเสียชำรุดและจำเป็นต้องซ่อมยกเครื่อง เรื่องนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมดา ประเทศอยู่อย่างที่เคยอยู่มานานแล้ว ต้องซ่อมพักทำนุบำรุงกันเสียที และด้วยสภาวะการบ้านเมือง โลกเปลี่ยน เหตุการณ์เปลี่ยน คนเปลี่ยน ระบบเปลี่ยน จึงมีคำว่าต้องคิดใหม่ทำใหม่ ซึ่งชาร์ล ดาวินซ์ เขียนว่า "ไม่ใช่มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดหรอกที่ประทังอยู่ได้ แต่มนุษย์ที่ยอมเปลี่ยนแปลงกับสิ่งที่ถาโถมเข้ามาจึงจะยืนหยัดอยู่ได้ ต้องรีบเปลี่ยนตัวเองเสียก่อนที่ใครจะมาเปลี่ยนเรา หรือเคยมีคำโฆษณาว่า "แค่ท่านหยุดเดินต่อไปข้างหน้า ท่านก็ได้ชื่อว่าถอยหลังเสียแล้ว" คือไม่ต้องทำอะไร เพราะโลกหมุน คนอื่นเดินแซงไปหมด ดังนั้นระบบการเมือง ระบบราชการ ระบบพลังงาน การศึกษาไม่เหมือน 30 ปีที่แล้ว

                สำหรับคำถามว่าจะปฏิรูปกันอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า แม้จะมีการจัดตั้งสปช.ขึ้นมาแล้วแต่ทางสถาบันการศึกษา องค์กรเอกชน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่นๆ สามารถตั้งเวทีและเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศมายังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสปช.ก็ได้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในการปฏิรูปประเทศ และเห็นว่าควรมีมาตรการอะไรบางอย่าง  หากรัฐบาลไม่ดำเนินการด้วย

                นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของคำถามที่ต้องการให้สปช.ทำอะไรนั้น ขอชี้แจงว่า สปช.มีลักษณะคล้ายกับสภาานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่จำกัดหน้าที่ให้ทำ 2 เรื่อง คือเสนอแนวทางปฏิรูปและให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.รธน.) ยกร่างเสร็จแล้ว โดยในจำนวนของกมธ.ยกร่างจำนวน 36 คน ให้สปช.เลือกให้คนไปนั่งได้เป็นเสียงข้างมากถึง 26 คน ใช้เวลาร่าง 4 เดือน หรือ 120 วัน จากนั้นก็ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้สปช.ดู หากไม่ชอบมาตราไหนก็แปรญัติ หากกมธ.เห็นด้วยก็แก้ หากกมธ.ยกร่างฯไม่เห็นด้วยกับสปช. กมธ.ยกร่างก็ชนะ และจากนั้นกมธ.ยกร่างฯ จะตกแต่งร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ  และนำกลับมาถามสปช.อีกว่า จะรับหรือไม่รับเท่านั้น จะรับแล้วขอแก้มาตราไหนไม่ได้ ถ้ารับก็ผ่านทั้งฉบับ ถ้าไม่รับก็ตกทั้งฉบบับ จะแก้รายมาตราไม่ได้ การชี้ขาดตรงนี้อยู่ที่สปช. 250 คน

                นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ระหว่างที่กมธ.ยกร่างฯอยู่นั้น สปช.ก็มีเรื่องให้ทำไม่เว้นแต่ละวันที่ต้องเสนอแนะแนวทางปฏิรูป 11ด้าน ถ้าทำเสร็จไว อยากเพิ่มด้านอื่นๆ ก็เชิญ แต่ 11 ด้านต้องการคำตอบ ซึ่งในใบสมัครเข้ามาเป็นสปช.จะระบุว่าให้กาว่าท่านต้องการเป็นสปช.ด้านใด เมื่อได้รับเลือกเข้ามาแล้วสามารถเปลี่ยนใจได้ หรือถูกจับเปลี่ยนไปด้านใดด้านหนึ่งได้  โดยจะแบ่งเป็นกมธ.11คณะ ประกอบด้วย 1.ด้านการเมือง รายละเอียดด้านนี้หมายถึงการคิดจะเข้ามาเสนอแนะเรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง การดำรงตำแหน่ง การสมัครส.ส. ส.ว. ต้องการแก้กติกาอันไหน รวมทั้งเรื่องป้องกันการทุจริต การต่างประเทศ และความมั่นคง  2.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านนี้คือการเสนอว่าเข้าไปแล้วจะไปปฏิรป กระทรวง ทบวง กรม ตั้งกระทรวงนั้น ยุบกระทรวงนี้ ตัด แยก กระทรวงนั้นกับกระทรวงนี้ หรือตัดกระทรวงท่องเที่ยวฯไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งอันนี้ท่านต้องคิดไม่ใช่ตนคิด หรือเห็นว่าน่าจะตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำ กรมการขนส่งทางราง รวมทั้งดูเรื่องอัตรากำลัง คนล้นงาน อัตรากำลังไม่เพียงพอ

                3.ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้านนี้เหมาะกับคนที่คิดปฏิรูปตำรวจ อัยการ ศาล คนที่รำคาญเรื่อง 2 มาตรฐาน กฎหมายเชยล้าสมัย และคนที่รำคาญกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) คิดจะปรับปรุงอะไรกรุณาข้าไปอยู่ในกลุ่มนี้ 4.ด้านการปกครองท้องถิ่น เหมาะสำหรับคนปฏิรูปอบต. อบจ. เทศบาล การตั้งมหานคร จะเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดดีไหม จะวางระบบอย่างไร อบจ.ควรยุบหรือไม่ 5.ด้านการศึกษา เหมาะสำหรับคนสนใจเรื่องครู นักเรียน โรงเรียน การอบรมทุกรูปแบบ  6.ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งด้านนี้ใหญ่โตมากเพราะรวมถึงการปรับระบบโครงสร้างภาษีทุกชนิด เรื่องอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม โลจิสติก การขนส่ง  7.ด้านการพลังงาน หมายถึงปฏิรูปพลังงานทุกรูปแบบ ทั้งพลังงานทดแทน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังานนิวเคลียร์ 8.ด้านสังคม หมายถึงด้านที่จะปฏิรูปความอยู่ดีกินดี กินอิ่มนอนหลับแก้ปัญหาความยากจน การคุ้มครองผู้บริโภค 9.ด้านสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม ซึ่งด้านนี้สาธารณะสุขอยู่พื้นบนและการจัดการมลพิษ มลภาวะ สิ่งแวดล้อม การทำให้คนอยู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอย่างไร จะสร้างเขื่อนดีหรือไม่ดี  ด้านที่ 10.ด้านสื่อสารมวลชน การปฏิรูปท้ังหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ระบบโทรคมนาคม ทุกรูปแบบ และ11.ด้านอื่นๆ ไม่ใช่จับฉ่าย ไม่ใช่สัพเพเหระ หมายความถึงด้านดนตรี กีฬา ศิลวัฒนะะธรรม ค่านิยม ศาสนา ขนบ คุณธรรจริยธรร มความมีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ จิตสาธารณะ รวมทั้งวัฒนธรรมทางการเมือง

                จากนั้น นายวิษณุ กล่าวถึงที่มาของง สปช.ว่า สปช.มี 2 ประเภท ประเภทแรก คือตัวแทนจังหวัด 77 คน ที่มาจากคณะกรรมการสรรหาจังหวัดละ 1 ชุด มีผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หัวหน้าศาล ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และเอ็นจีโอรวม 5 คน ซึ่งผู้ที่จะได้รับการเลือกไม่มีการรับสมัคร แต่จะเป็นลักษณะแมวมอง ที่คณะกรรมกาารสรรหาต้องนั่งประชุมว่าน่าจะคัดใครเป็นสปช.จังหวัดของเรา โดยเลือก จังหวัดละ 5 คนแล้วส่งให้คสช.เลือก 1 คน เท่านั้น และคสช.จะเลือกนอกเหนือ 5 คนนี้ไม่ได้

               "ถามว่าแมวมองมองยังไงก็แล้วแต่จังหวัด แแต่ผมทราบมาว่าบางจังหวัดปิดประตูศาลากลางไม่พบหน้าใครทั้งนั้น ใครดีเด่นดังก็เสนอกันมาแล้วมาโหวตกัน ก็ไม่ว่ากัน บางจังหวัดแปลกกว่านั้น ประกาศว่าใครสนใจส่งใบสมัครมา จะทำอย่างนี้ก็ได้ หรือท่านผู้ว่าบางจังหวัดนึกไม่ออกให้แนะนำตัวมาทีละคน แล้วแสดงวิสัยทัศน์แล้วหาคนที่เจ๋งสุดส่งให้คสช.พิจารณา 5 คน แต่ผมล็อคอย่างเดียว คือห้ามผลัดกันเกาหลัง ว่าในคณะกรรมการสรรหาคุณเลือกผม ผมเลือกคุณ อย่างนี้ไม่ได้ เพราะเราเขียนว่ากรรมการสรรหาจะถูกเลือกเป็นสปช.ไม่ได้ และหวังใจด้วยว่าจะห้ามคู่สมรสด้วยซ้ำไปแต่ก็ไม่ได้ห้าม แต่หากเป็นคู่สมรสหมด ถ้าท้าทายกับคสช.ขนาดนั้นให้มันรู้ไป"นายวิษณุ กล่าว

                นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนสปช.อีกประเภทเป็นส่วนของอาชีพ และผู้ที่สนใจ173 คน เปิดกว้างทั้งประเทศ ไม่เกี่ยวกับภูมิลำเนา ที่มีคุณสมบัติระบุไว้ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ ไม่ต้องจบปริญญา ยังทำงานได้ เป็นข้ารราชการก็ได้ จึงจำเป็นต้องสมัคร โดยให้องค์กรนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร เป็นผู้เสนอชื่อ อาทิ สมาคม มูลนิธิ องค์กร องค์การ รัฐวิสาหกิจ กระทรวง ทบวง กรม สภา มหาวิทยาลัย อปท. เทศบาล อบต. อบจ. ให้เสนอชื่อได้ และไม่ต้องเสนอคนที่เป็นสาชิกของตัวเองเท่านั้นแต่เสนอคนดีที่ไหนก็ได้ นอกจากนี้มีคนถามว่าแล้วนิติบุคคลอาคารชุดได้หรือไม่ ก็ตอบว่าได้เพราะศาลเคยมีคำตัดสินแล้วว่านิติบุคคลอาคารชุดเป็นนิติบุคคลที่ไม่มีวัตถุประสงค์ค้ากำไร ท่านก็สามารถเสนอได้ แต่แนะนำให้หาทางเลือกอื่นที่เป็นจากสมาคมมากกว่าที่ท่านจะฝักไฝ่แต่คอนโดของท่านเท่านั้น

 

กปปส.หนุนแนวทางคสช.ปฏิรูปประเทศ

               นายพุทธิพงษ์   ปุณณกันต์ แกนนำนกปปส. ซึ่งไปร่วมงานปฏิปประเทศที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต กล่าวว่า  แกนนำทั้ง 9 คนรวมพระสุเทพได้พูดคุยกันและเห็นพ้องต้องกันในการให้ความร่วมมือปฏิรูปประเทศซึ่งกปปส.ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกับแนวทางของคสช.พร้อมให้การสนับสนุนและคิดว่าการปฏิรูปเป็นสิ่งจำเป็นของประเทศ และอะไรที่เป็นประโยชน์เราก็ให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ดังนั้นวันนี้ตนและนายเอกนัฏ  พร้อมพันธุ์ จึงเป็นตัวแทนกปปส.ไปรับฟังแนวทางคสช. โดยหลังจากที่รับฟังแล้วแกนนำก็จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งว่าจะให้ความร่วมมืออย่างไรบ้าง