ข่าว

จ่อเอาผิดเจ้าของคลินิคอุ้มบุญย่านถ.วิทยุ

จ่อเอาผิดเจ้าของคลินิคอุ้มบุญย่านถ.วิทยุ

09 ส.ค. 2557

เตรียมแจ้งความเอาผิด เจ้าของคลีนิคอุ้มบุญย่านถ.วิทยุ-สอบปากคำแม่อุ้มบุญแล้ว 3 ราย

 
          วันที่ 9 ส.ค.57  พล.ต.ต.ชยุต ธนธวีรัชต์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผย หลังการประชุมกรณีเด็กอุ้มบุญ ว่า การสืบสวนได้ความคืบหน้าและความชัดเจน และเชื่อได้ว่ากรณีนี้ มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการ มีการเตรียมการแต่เนื่องจากใน ไทยยังไม่มีกฎหมายข้อบังคับเกี่ยวกับการทำอุ้มบุญโดยตรง แต่ตำรวจจะใช้กฎหมายในข้ออื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการเพื่อหยุดยั้งขบวนการนี้  ส่วนการสอบปากคำมารดาผู้รับอุ้มบุญของเด็กทั้ง 14 คน อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้น สอบปากคำไปแล้ว 3 ราย  สำหรับพ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่น ตำรวจได้ประสานขอข้อมูลส่วนตัวโดยละเอียดกับทางการญี่ปุ่นไปแล้ว พร้อมขอให้เร่งติดตามตัวนายชิเกตะ มิตสุโตกิ เข้ามาให้ข้อมูลกับทางการไทยโดยเร็วที่สุด 
 
          ทั้งนี้ ในการตรวจสอบสถานพยาบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการทำอุ้มบุญ เบื้องต้น การตรวจค้นคลินิคพบข้อพิรุธ คือ หลายแห่งปิดคลินิคและนำเอกสารออกจากคลินิคไปทั้งหมด  แต่เจ้าหน้าที่ได้เอกสารมาส่วนหนึ่งซึ่งชัดเจนว่า ผู้รับทำอุ้มบุญ กระทำการโดยไม่ชอบทำ อย่างแน่นอนตามระเบียบของ แพทยสภา
 
          พล.ต.ต.ชยุต กล่าวอีกว่า ขณะที่ในสัปดาห์หน้าทางสำนักงานส่งเสริมบริการสุขภาพ จะแจ้งความดำเนินคดีกับ เจ้าของคลินิครับทำอุ้มบุญ ย่านถนนวิทยุ ตามความผิดพระบัญญัติสถานพยาบาล 2541 ใน 2 ข้อตั้งข้อกล่าวหา  ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยที่ไม่รับอนุญาต และ ปล่อยให้ผู้ประกอบวิชาชีพไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ต้องระวางโทษ จำคุก1 ปี ปรับ 2 หมื่น บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ 
 
          เมื่อถามว่า มีโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกี่แห่งที่จะต้องดำเนินคดี พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานว่า โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลใดบ้างที่เกี่ยวข้อง คาดว่าคงจะมีอยู่หลายที่ ประการแรกจะต้องขอความร่วมมือ เพราะหลายที่อาจจะเป็นส่วนของการทำคลอด ส่วนการทำอย่างอื่นนั้น อาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ ส่วนมีมากกว่า 5 แห่งหรือไม่ คาดว่าน่าจะมากกว่านั้น ยังไม่สามารถบอกได้ส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนหรือรัฐบาล เพราะยังไม่มีข้อมูลปรากฏ
 
          เมื่อถามถึงการตั้งประเด็นการสืบสวนสอบสวนนั้นมีสาเหตุอย่างไรบ้าง พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นคำถามอยู่ว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญตรงนี้ ผู้เกี่ยวข้องจะนำไปทำอะไร ตรงนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอยู่ ส่วนที่ถามว่าเมื่อเป็นขบวนการแล้วจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ กรณีการค้ามนุษย์ต้องเรียนว่า อาจจะเป็นความเข้าใจผิด เพราะประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ถ้าดูตามกฎหมายจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศเป็นหลัก เรื่องการใช้แรงงาน การบังคับคนเป็นทาส กรณีดังกล่าวที่จะเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ที่มีการขายคนไปนั้น ยังไม่ใช่ ความผิดเรื่องของการค้ามนุษย์ขณะนี้ยังไม่ใช่ คำจัดกัดความตรงนั้น ยังไม่ขาด
 
          เมื่อถามว่า ชายชาวญี่ปุ่นที่อาการทางจิตหรือไม่ กรณีที่ทำการอุ้มบุญเด็กทารกทั้งหมดนั้น พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ เนื่องจากไม่พบตัวชายชาวญี่ปุ่นดังกล่าว ส่วนข้อมูลการรักษาในสถานพยาบาลต่างด้วยนั้น ยังไม่ได้รับรายงานข้อมูลดังกล่าว ซึ่งการประสานติดตามตัวหรือการเดินทางเข้าออก รวมถึงตัวแม่เด็กนั้น ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานติดตามตัว ซึ่งคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ แม่ที่เลี้ยงดู พี่เลี้ยงเด็ก ในขบวนการยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยมีแค่พยานเพียงบางส่วนที่ได้ทำการสอบถามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คดีจะเริ่มแล้ว โดยทางกรมสนับสนุนบริการสุภาพ จะกล่าวหาดำเนินคดีกรณีสถานพยาบาลก่อน เป็นการดำเนินคดีอาญา
 
          เมื่อถามว่า เด็กทารกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องมีมากกว่า 9 คน หรือไม่ พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบมีมากกว่า 9 คนอย่างแน่นอน รายละเอียดหากได้ข้อมูลชัดเจนแล้วจะบอกอีกครั้ง ส่วนบริเวณห้องพักเจ้าของห้องที่ถูกต้องนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่ชัดเจน
 
          ด้านนายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการพิเศษ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมแจ้งข้อหา เจ้าของคลินิกย่านเพลินจิต ในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541  หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณ ชั้น 12 เอ ความผิดฐาน ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมกระทำการไม่ได้มาตรฐานตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์   มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนชั้น 15  ในอาคารเดียวกันนั้น มีความผิดเข้าข่าย ข้อหาประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท โดยจะเดินทางไปแจ้งความในวันที่ 13-14 ส.ค. สน.ลุมพินี  เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของคลินิกดังกล่าว
 
          เมื่อถามว่า มีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นอีกหรือไม่ นายชาตรี กล่าว่า เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องอีกประมาณ 5  ราย ซึ่งจะ ต้องรวบรวมหลักฐานเอาผิดอีกครั้ง  สำหรับสถานพยาบาลและคลินิกของรัฐและเอกชน ที่ ได้รับอนุญาต มีทั้งหมด 45 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนที่พบว่ามีการกระทำผิดลักลอบให้บริการ ขณะนี้พบ 12 แห่งและเข้าไปตรวจค้นแล้ว 1 แห่ง หลังจากนี้จะต้องรวบรวมหลักฐานเอาผิดทั้งหมด นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบ ด้วยว่าภายหลังจากได้รับเชื้อแม่เด็กทั้ง 9  คนไปฝากครรภ์ที่ใด ซึ่งจะต้องสอบสวนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีแพทย์บางรายที่ลักลอบให้บริการเนื่องจากมีรายได้ดีถึงรายละกว่า 1  ล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับค่าปรับ หรือการดำเนินคดีแล้วนับว่าแตกต่างกันมาก ทำให้แพทย์บางรายยอมเสี่ยง