
'ประยุทธ์'เปิดงานเส้นทางปฏิรูปปท.
"ประยุทธ์" หน.คสช. เปิดงานกิจกรรม "เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย" ขอบคุณทุกภาคส่วน ย้ำไม่ได้เก่ง หรือวิเศษกว่าคนอื่น แต่มีจิตสำนึก ทำเพื่อชาติหวังสงบสุขยั่งยืน
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้าคิกออฟสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต ห้องมัฆวานรังสรรค์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมเส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย หรือคิกออฟ ปฏิรูปประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,500 คนจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ พร้อมสมาชิก คสช. รวมทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และปลัดกระทรวง อธิบดีกรมต่างๆ
สำหรับตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วม พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายสาธิต ปิตุเตชะ ส่วนตัวแทนจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ (แรมโบ้อีสาน) ตัวแทนจากพรรคชาติไทยพัฒนา นายพันธุ์เทพ สุลีสถิร เลขาธิการพรรค นายอภิวัชร บัวพันธ์ กรรมการบริหารพรรค ตัวแทนพรรคพลังชล นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา เลขาธิการพรรค นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ รองเลขาพรรค
"บิ๊กตู่"ชี้วันประวัติศาสตร์ปฏิรูปชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบนโยบายแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทยวันนี้ ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เราไม่เคยมีการปฏิรูปในลักษณะแบบนี้ ตั้งแต่เรามีระบอบประชาธิปไตย ปี 2475 ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกคนที่จะต้องมายืนอยู่ตรงนี้ เราเห็นแล้วว่ามีความจำเป็นอย่างไรในการเดินประเทศไปข้างหน้า วันนี้ประเทศชาติจะก้าวไปข้างหน้าได้จะต้องประกอบด้วย 3 เสาหลัก คือ งานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งจะต้องก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน เราจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนทั้งแนวคิด และทัศนคติ ค่านิยม รูปแบบการบริหารราชการ การใช้ระบอบประชาธิปไตยของตะวันตกเต็มรูปแบบ บางครั้งอาจจะไม่เหมาะสมกับประเทศไทยหรือประเทศในอาเซียน ดังนั้น จะต้องปรับเปลี่ยนโดยใช้สติปัญญาของคนไทยในการแก้ไขปัญหาเพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็ง
"การเดินหน้า ไม่ใช่ คสช.แต่จะต้องเป็นทุกคนที่เป็นคนไทยรักชาติ การเลือกจัดกิจกรรมวันนี้ เพราะเดือนนี้เป็นเดือนมหามงคล วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 82 ชันษา ซึ่งที่ผ่านมาการปฏิรูปมีการเสนอกันมาหลายรัฐบาล และมีหลายคณะแต่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้น เราจะต้องมุ่งตรงในเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และการปฏิรูปประเทศไทยจะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนทั้งประเทศไม่ได้อยู่ที่ผม ที่ผ่านมาไม่ได้ไปชี้นำ หรือให้อำนาจคนนั้นคนนี้ ลดอำนาจนักการเมือง ซึ่งคิดแบบนี้ไม่ได้"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราคิดว่าจะทำอย่างไรประเทศชาติจะต้องปลอดภัย เราฟังเสียงของประชาชน ไม่ใช่อะไรก็จะเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ฟังว่าประชาชนต้องการอะไร มีความเห็นต่างมากมาย และได้รวบรวมข้อมูลและสังเคราะห์เอกสารงานวิจัย 418 เรื่อง รวมถึงข้อมูลจากอีเมล และไปรษณีย์ 3,827 เรื่อง สัมภาษณ์เชิงลึก เปิดเวทีสานเสวนากับกลุ่มองค์กรภาครัฐ และเอกชน 75 คณะ ส่วนในภูมิภาคได้จัดตั้งศูนย์ปรองดอง 92,432 ครั้ง เพื่อเอาคนมาพูดคุยกันแม้ว่าจะเป็นคนละสีเพื่อให้หายโกรธเคืองกันและเดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน มีการจัดทำข้อตกลงร่วมกัน นักการเมือง กลุ่มแกนนำ คู่ขัดแย้งต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 177 ฉบับ ส่วนเรื่องกฎหมายก็ไปว่ากันว่าใครถูกใครผิด แต่อย่าไปล้างสมองว่าจะต้องฆ่ากันให้ได้ตายกันไปข้าง
ทูลเกล้าฯถวายรายชื่อสปช.2ต.ค.
“ดังนั้นเราจะนำข้อมูลต่างๆ มารวบรวมให้ส่วนกลาง เมื่อมีการตั้ง สปช.ขึ้นมา คัดเลือก 250 คน ทราบจากข้อมูลว่าอาจจะมีผู้สมัครถึง 2,000 คน และจะคัดเลือกให้เหลือ 150 คน และจะมาบอกว่าไม่เป็นธรรมทำให้ยุ่งไปหมด ขอบอกว่าวันนี้ต้องหยุดเลือดให้ได้ก่อน เพื่อเดินหน้าประเทศ และนำคนเข้ามามีส่วนร่วม วันนี้ทหารต้องมาแบกภาระ ในแต่ละส่วนอาจจะมีสัดส่วนของทหารมาก เพราะสถานการณ์ขณะนี้ไม่ปกติ หากเป็นช่วงปกติพรรคการเมืองยังเลือกคนที่สนับสนุนตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งนี้ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันและจะทำให้ดีที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
หัวหน้า คสช.กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 13 สิงหาคมก็จะมีการตั้งคณะกรรมการคัดสรร 11 กลุ่ม ส่วนทางจังหวัดก็คัดเลือกมา 77 จังหวัด ในส่วนคัดสรรมี 550 คน จากนั้น คสช.จะคัดสรรให้เหลือ 173 คน ทั้งนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องการเอื้อประโยชน์ เพราะตนทำไม่ได้ ส่วนนักการเมืองในอนาคตก็มีโอกาสเข้ามาเล่นการเมืองทั้งสิ้น แต่ต้องสู้ด้วยความดีและความจริงใจในการดูแลประเทศชาติให้ดีกว่าเดิม
"สำหรับขั้นตอนการคัดสรร สปช.ในวันที่ 9 สิงหาคมเป็นการเริ่มคิกออฟ จากนั้นวันที่ 13 สิงหาคมจะมีการคัดสรรและเตรียมการ วันที่ 14 สิงหาคมเปิดรับสมัคร จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 50 วัน และในวันที่ 2 ตุลาคมจะนำรายชื่อพร้อมดำเนินการขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายระหว่างนี้ก็ต้องหารือกันให้ดีว่าใครจะเข้ามาร่วมเป็น สปช.หรือไม่ ส่วนคนที่ไม่เข้าร่วมก็ถือว่าเปิดโอกาสให้ดำเนินการจะช่วยกันเสนอชื่อเข้ามาก็ได้ แต่เรากำลังช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ ใครไม่อยากมีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์ก็แล้วแต่ท่าน ผมไม่สามารถบังคับใครได้"
โรดแม็พเข้าสู่ระยะ2-มีรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนท้ายว่า ตามโรดแม็พในระยะที่ 1 คาดว่าจะจบในเดือนสิงหาคม ส่วนระยะที่ 2 เริ่มปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ที่จะมีรัฐบาล นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ก็ไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์กันมากนัก หนังสือพิมพ์เขียนกันมาทุกวัน กระทรวงนั้นเป็นคนนั้น บางคนตนยังไม่เคยรู้จัก ก็ไม่ใช่ทั้งนั้น เพราะยังไม่ได้ตั้ง ส่วนใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ขอให้รอดู หรือใครอยากเป็นก็มาสมัครได้เลย ที่ผ่านมาก็ไม่ได้อยากมาทำแต่มีความจำเป็นและจะใช้เวลาให้น้อยที่สุด แต่จะทำได้หรือไม่ได้อยู่ที่คนไทยทั้งประเทศ สำหรับระยะที่ 3 คือช่วงปลายปี 2558 ที่จะมีการเลือกตั้งตามกติกา และมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร โดยทุกคนต้องช่วยกันทำให้เกิดความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงและสุจริต ทุกคนมาทำงานให้ประเทศต้องเสียสละและมีธรรมาภิบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่อยากเข้ามา ใครพร้อมก็ขอให้บอก ที่นั่งในนี้ก็เหมาะหลายคน คุณอนุทิน พร้อมเป็นนายกฯ หรือยัง” ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั่งอยู่แถวหน้าได้แต่นั่งยิ้ม ไม่ได้ตอบอะไร ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดอีกว่า “ปัญหาความขัดแย้งขอให้หยุดกันได้แล้วนะ พี่ระ” ทำให้นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. นั่งยิ้มและพยักหน้า
กกต.แจงขั้นตอน-วิธีสรรหาสปช.
ด้านนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงรายละเอียดการรับสมัครสมาชิก สปช.ภายในงานเส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย ว่า ได้กำหนดปฏิทินและขั้นตอนไว้คือ เมื่อมีคำสั่ง คสช.แต่งตั้งกรรมการสรรหา สปช.ภายในวันที่ 13 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ กกต.จะประสานไปยังบุคคลที่ได้รับเลือกเพื่อนัดวันประชุมนัดแรก จากนั้นจะออกประกาศเรื่องการสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็น สปช.ทั้งนี้ ช่วงเวลา 14 สิงหาคม-2 กันยายน จะเปิดให้นิติบุคคลเสนอชื่อผู้เหมาะสมไม่เกิน 2 คน อย่างไรก็ตาม นิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไรในประเทศไทย รวมถึงมูลนิธิ, สถาบันการศึกษา, พรรคการเมือง องค์กรอิสระ ที่รวมแล้วเกือบแสนแห่ง สามารถเสนอชื่อเพื่อตรวจสอบ โดยถือเป็นการเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมได้
ขณะที่ส่วนจังหวัดที่มีกรรมการสรรหา ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), กกต.ประจำจังหวัด จะใช้วิธีที่หลากหลายในการเลือก อาทิ เปิดรับสมัคร หรือคัดเลือกด้วยความเห็นของกรรมการ โดยขณะนี้ในส่วนของการสรรหา สปช.จังหวัดสามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนการตรวจคุณสมบัติจะตรวจสอบไปควบคู่กัน เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ก่อนส่งให้ คสช. คัดเลือกให้เหลือ 250 คน และนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ในช่วงวันที่ 23 กันยายน-2 ตุลาคมนี้
ไร้บล็อกโหวต-พรรคไม่ส่งไร้ปัญหา
นายภุชงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการบล็อกโหวต อีกทั้งกรรมการสรรหา สปช.จะต้องเลือกบุคคลที่มีความรู้ มีประสบการณ์ และประวัติการทำงานที่ดี ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองจะส่งบุคลากรเข้ารับการสรรหานั้น ถือเป็นดุลพินิจของหัวหน้าพรรคการเมือง ทั้งนี้ เชื่อว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ปฏิเสธส่งบุคคลร่วมเข้ารับการคัดเลือกจะไม่เป็นปัญหา เพราะพรรคการเมืองที่จดทะเบียนกับ กกต.ทั้ง 73 พรรคถือมีความเท่าเทียมกัน นอกจากนั้นเวที สปช. ถือเป็นภาคส่วนที่หล่อหลอมความหลากหลาย แนวความคิด และนำปัญหาต่างๆ ไปสู่การแก้ไข เพื่อประโยชน์ของชาติ
ส่วนท่าทีของหน่วยงานที่ส่งบุคลากรเข้าเป็น สปช. ด้านนายวันชัย รุจนวงศ์ รักษาการอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เบื้องต้นที่ได้พูดคุยกับอัยการสูงสุด ทางสำนักงานอัยการสูงสุดจะไม่ส่งตัวแทนร่วม สปช. แต่จะไม่ห้ามอัยการที่ประสงค์จะเสนอตัวเข้าไปร่วมกับ สปช.ในนามส่วนตัว เพราะถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
ขณะที่ นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า ในส่วนสำนักงานศาลยุติธรรม ยังไม่ได้มีการพูดคุยรายละเอียดเรื่องนี้อย่างไรก็ดีบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่ใน สปช.นั้น ถือว่าไม่ได้เข้าไปกระทำเพื่อองค์กรใดองค์หนึ่ง แต่เข้าไปทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
วีระชี้ถูกเชิญ-ลั่นนปช.ยังไม่ตาย
นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. กล่าวว่า มาร่วมงานตามคำเชิญของหน่วยงานทหาร แต่หากถามว่าสมัครใจมาหรือไม่ ขอตอบว่าไม่ได้สมัครใจ และไม่มีความเห็นเรื่องการตั้ง สปช.แต่คาดหวังและต้องการเห็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ถูกครหาว่าสองมาตรฐาน ส่วนกรณีที่ถูกพล.อ.ประยุทธ์ พูดแซวระหว่างกล่าวเปิดงานเรื่องคดีความ ก็รู้สึกประหลาดใจ เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด คาดว่าเหตุผลคือจากกรณีที่ตนวิพากษ์ พล.อ.ประยุทธ์ในเวทีต่างๆ แบบกัลยาณมิตร ไม่ใช่ศัตรู อย่างไรก็ตามเรื่องคดีความก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องของหัวหน้า คสช.ต่อประเด็นขอให้กลุ่มการเมืองและบุคคลที่ต่อต้าน คสช.ยุติการคัดค้านเพื่อสร้างประโยชน์ให้บ้านเมือง อดีตประธาน นปช. กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริหารและบรรยากาศในอนาคต ตอบแทนกลุ่ม นปช.ไม่ได้ หากจะให้แสดงความเห็นในนามส่วนตัวมองว่า นปช.ยังไม่ตาย ส่วนจะเคลื่อนไหวอย่างใดในอนาคตหรือไม่ ต้องรอดู ส่วนผลสำรวจโพลล์พบว่าสังคมสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ นั้น เมื่อทำมาถึงขนาดนี้ก็ควรรับตำแหน่ง โดยไม่ต้องกลัวครหาว่ายึดอำนาจเพื่อตัวเอง เปรียบเหมือนการจับกบจับเขียด ไม่ต้องกลัวกลิ่นคาว



