ข่าว

ประเดิมสนช.57...มือใหม่เขี้ยวลาก

ประเดิมสนช.57...มือใหม่เขี้ยวลาก

09 ส.ค. 2557

ประเดิมสนช.57...มือใหม่เขี้ยวลาก : โอฬาร เลิศรัตนดำรงกุล, ประภาศรี โอสถานนท์รายงาน

                ไม่ได้มีการผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อยกับการเลือกสรรประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ที่ พรเพชร วิชิตชลชัย ลอยลำเข้ามาอย่างไร้คู่แข่ง เช่นเดียวกับเก้าอี้รองประธานอีก 2 ตัว ทั้ง สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย และ พีระศักดิ์ พอจิต ก็เป็นไปตามโผเช่นกัน

                แต่ความสนใจในการประชุมนัดแรกกลับไปตกอยู่กับบรรดาสมาชิกสนช.ที่มากไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายและได้สร้างสีสันทางด้านวัยวุฒิให้ฮือฮาได้พอสมควร

                โดยเฉพาะคุณปู่ "สมพร เทพสิทธา" ที่มีอาวุโสสูงสุด 89 ปี ต้องเข้ามาทำหน้าที่ชั่วคราวในฐานะประธานที่ประชุม โดยมีเจ้าหน้าที่สภาประกบหน้า-หลังเป็นองครักษ์ตั้งแต่ลงรถพานั่งเก้าอี้รถเข็นกระทั่งมาส่งถึงบัลลังก์

                แม้หูตาจะฝ้าฟางไปตามสังขารแต่ด้วยประสบการณ์ชั้นครูงัดลูกเล่นแพรวพราวทำให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางความห่วงใยของเจ้าหน้าที่รุ่นลูกหลานที่กระหนาบให้คำปรึกษา

                ที่สำคัญคุณปู่ สมพรเอง นอกจากจะฟิตร่างกายมาเปรี๊ยะแล้ว ท่านยังมีการเตรียมความพร้อมมานอกจากแว่นสายตาไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นและยาวแล้ว จะมีแว่นขยายส่วนตัวมาช่วยอีกชั้นหนึ่งด้วย

                เป็นที่รับรู้กันทั่วไปถึงบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรบ่อยครั้งจะมีความวุ่นวายจากเหล่าสมาชิกที่มักจะยกมือหรือลุกขึ้นพูดทับซ้อนกันทำเอาสับสนไปทั่ว ซึ่ง สนช.ชุดนี้ก็มีบ้าง

                "ผมสายตาไม่ดี ผมมองไม่เห็นว่าใครเป็นใคร เชิญท่านสมาชิกพูดได้เลย" ท่านประธานออกตัวอย่างสุภาพ เล่นเอาสมาชิกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

                ผู้ทรงเกียรติรุ่นพี่หลายคนที่อยู่มาหลายสมัยก็โชว์เหนือให้เด็กใหม่ได้เห็นด้วยการลุกขึ้นหยิบข้อบังคับการประชุมมาคัดง้างข้อเสนอ ประหนึ่งเป็นประธานเสียเอง ...?

                แต่เมื่อถึงเรื่องสำคัญๆ อย่างการเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อไม่มีผู้เสนอชื่อแข่งกับท่านพรเพชร เซียนเหยียบเมฆอย่างปู่สมพรก็ไม่ปล่อยโอกาสของการทำหน้าที่ให้หลุดลอยไป นับ 1 ถึง 5 ก่อนที่จะปิดฉากอย่างรวดเร็ว

                แต่ที่ว่าช้ากลับเป็นเรื่องทางเทคนิคอันเนื่องมาจากสมาชิกป้ายแดงหลายคนยังงงกับเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะสมาชิกที่แสดงตนกับสมาชิกที่มาลงชื่อมีจำนวนไม่เท่ากัน จึงต้องตรวจสอบจำนวนผู้เข้าประชุมใหม่หวั่นขาดสมาชิกภาพ

                สุดท้ายก็ไม่พ้นเลขาธิการวุฒิสภาต้องลุกขึ้นชี้แจงวิธีการกดบัตรแสดงตนและวิธีการลงคะแนน ทำให้ สนช.หลายคนต้องวิ่งออกไปเซ็นชื่อหน้าประชุมก่อนเข้ามาลงคะแนน 

                หากเป็นสภาปกติจะมีวิปหรือคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลคอยบอกหรือล็อบบี้ให้กดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่สนช.ชุดนี้ ไม่ต้องมีใครคอยบอก ใช้วิธีการสงบสยบความเคลื่อนไหว แต่พอผลออกมาภาษาวัยรุ่นเรียก "เป๊ะเว่อร์" !

                และคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกอย่างจะอยู่ในกรอบ เพราะสนช.เกินครึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนายทหาร เรื่องระเบียบวินัยไม่ต้องพูดถึง เห็นได้จากบรรยากาศในห้องประชุมทุกคนนั่งนิ่งไม่มีการหันหน้าคุยกัน ตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้น

                สอดรับกับที่ "บิ๊กติ๊ก" พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เปรยก่อนหน้านี้ว่า "ทหารเรื่องระเบียบวินัย ต้องมาก่อน ใครหลับจะถ่ายรูปไว้" แหมๆ แบบนี้ใครจะกล้าแตกแถว

                สีสันนอกห้องประชุมสภาก็ไม่แพ้กัน สนช.ป้ายแดง เดินทางกันตั้งแต่เช้า ทั้งรถนำ รถตาม ไม่ต้องพูดถึง ส.ส.ที่ว่าแน่ ต้องเรียกพี่กันเลย ทั้งทัพบก เรือ อากาศ ตำรวจ มากันครบ นอกเครื่องแบบ ในเครื่องแบบเพียบจนแน่นสภา

                ขณะที่ สนช.บางส่วน ได้ร่วมตัวกันหลายคน นั่งรถมินิบัส รถตู้ มาพร้อมกัน ก็ถือว่าประหยัดไปอีกแบบ  ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยตามถนนรายล้อมและในสภาอย่างเข้มงวด

                นับเป็นสีสันที่เกิดขึ้นในวันแรกของการประชุม สนช.57 คงมีอะไรให้ติดตามอย่างสนุกกับการทำหน้าที่มือใหม่ให้เกิดเสียงหัวเราะและรอยยิ้มมุมปากฝากความน่ารักของท่านสมาชิกไปอย่างน่อยก็ 1 ปีอีกเยอะ !