ข่าว

'ประยุทธ์'ชวนทำความดีถวายพระราชินี

'ประยุทธ์'ชวนทำความดีถวายพระราชินี

08 ส.ค. 2557

'ประยุทธ์'ชวนทำความดีถวายพระราชินี คสช.ต้องยุติแบ่งแยกทุกระดับเน้นปฏิรูปคนสู่ธรรมาภิบาล

               8ส.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า วันนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน ผมไม่ได้มุ่งหมายจะบังคับให้ใครต้องเชื่อ ต้องคิดเหมือนกัน เหมือนกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทุกอย่าง เชื่อว่าคนไทยทุกคนน่าจะแยกแยะออกได้ว่า ที่ผมพูดไปแล้วนั้น อะไรดี อะไรไม่ดี อะไรที่เป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ เว้นแต่จะไปตีความหมายเป็นอย่างอื่น

               ระยะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของวันอันเป็นมงคลยิ่ง สำหรับคนไทย คือวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557 นี้ อยากให้ทุกคนช่วยกันทำสิ่งดี ๆ ตั้งจิตปรารถนาดี ๆ ให้กับประเทศชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวาระมหามิ่งมงคลของชนชาวไทยอย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา ปีนี้อยากจะขอให้มากขึ้นอีก วันนี้ทั้ง 2 พระองค์ ได้เสด็จฯมาประทับที่โรงพยาบาลศิริราช


ขอความร่วมมืออย่าดึงสถาบันมาขัดแย้ง

               พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ผมจะกล่าวถึงเรื่องการสื่อสารทั้งในระบบ นอกระบบ ในโซเชียลมีเดีย หรือในโลกส่วนตัวของแต่ละคน ซึ่งมีความเชื่อคนละอย่างกัน ในอดีตที่ผ่านมา แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังมีการกล่าวอ้างทำให้สถาบันเสียหาย ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ทำความชี้แจงเข้าใจ การที่มีคำกล่าวอ้างว่าประเทศเรานั้นเป็นประเทศที่มีศักดินา มีไพร่ มีอำมาตย์  ความเป็นจริงเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราเลิกใช้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานเลิกทาสมาเป็นเวลานานแล้ว ฉะนั้นใครที่ยังใช้คำเหล่านี้อยู่ ถือว่าดูถูกคนไทยทั้งประเทศ เราทุกคนมีความเท่าเทียม เสมอกันในความเป็นคน อาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างด้วยชาติกำเนิด อาชีพ รายได้ ระดับคุณภาพชีวิต ที่แตกต่างกัน อาจด้วยเหตุผลหลายประการ

               ประการสำคัญคือ ประเทศของเราเป็นประเทศที่เป็นเสรีประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นระบบสังคมนิยม หรือการปกครองแบบอื่นใด ดังนั้น ขีดความสามารถในการแข่งขัน ประกอบอาชีพ การเข้าถึงแหล่งทรัพยากร อาจไม่เท่าเทียมกัน เรามีพื้นฐานต้นทุนที่ต่างกัน แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลทุกรัฐบาล ต้องพยายามลดความเหลื่อมล้ำเหล่านั้นให้ได้ ถ้าไปอ้างว่าเป็นเพราะสิ่งต่าง ๆ หรือโทษสถาบันฯ หรือเรื่องของอำมาตย์ ไพร่ หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง

               ปัจจุบันอำมาตย์มีอยู่คือข้าราชการ ทุกคนได้ทำหน้าที่ดูแลแผ่นดิน ดูแลประชาชนแทน สถาบันฯ สถาบันฯ ทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง ท่านได้ทรงมอบพระราชอำนาจ ทั้งบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ให้กับรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพื่อมาใช้ในการบริหารประเทศ พระองค์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จะเห็นได้ว่า ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานอะไรก็ตาม เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หรือจารีตประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาล ซึ่งน้อยมาก

               เพราะฉะนั้น ขอความร่วมมือ ขอความเข้าใจกรุณาอย่านำสถาบันลงมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งอีก อย่าไปโทษในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ผู้รับผิดชอบทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ ต้องมีประสิทธิภาพให้มากขึ้น สิ่งที่ผ่านมาเป็นปัญหา เราถึงต้องมีการปฏิรูป เพื่อให้การบริหารราชการ โดยใช้พระราชอำนาจเหล่านั้นเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

 

หวังปฏิรูปนำสู่ธรรมาภิบาล


               วันนี้รัฐบาลหรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ ฉบับที่ 11 ได้เพิ่มเติม โดยนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาบรรจุในการบริหารราชการแผ่นดินด้วย   การปฏิรูปในครั้งนี้ ก็น่าที่จะเป็นการนำทุกเรื่องที่ต้องปฏิรูป ให้ไปสู่การมีธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง เพื่อดูแลให้การบริการทุกข์สุขของประชาชนอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน


เน้นปฏิรูปคน


               การปฏิรูปคน นั้นมีความสำคัญมากที่สุด เพราะคนประกอบไปด้วย หลายพวก หลายฝ่าย หลายศาสนา หลายระดับความเป็นอยู่ ฉะนั้นแต่ละคน แต่ละฝ่าย ก็จะมีค่านิยมที่แตกต่างกันออกไป มีทัศนคติที่แตกต่างกันออกไป ผมเคยเรียนไปแล้วว่า การศึกษาเป็นบ่อเกิดของปัญญา หากการศึกษาไม่สร้างคน ครอบครัวไม่มีเวลา ขาดความอบอุ่น ครูไม่มีกำลังใจในการสอน ไม่มีประสิทธิภาพ เราก็จะได้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่จบไปเป็นคนที่คิดไม่ทัน ไม่มีวิสัยทัศน์ รับมือกับภัยคุกคามทั้งรูปแบบเก่าและใหม่ไม่ได้ ก้าวไม่ทันตามวิวัฒนาการ การเปลี่ยนแปลงของโลก ประเทศไทยจะไปอยู่ตรงไหน ต้องกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาในโลกใบนี้อยู่ตลอดไป ถอยหลังไปเรื่อย ๆ เพราะความขัดแย้ง ความเห็นแก่ตัว ไม่สุจริต แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ฯลฯ ผมคิดว่า ทุกคนน่าจะคิดใคร่ครวญเรื่องนี้ให้ดี มากกว่าประโยชน์ส่วนตน


ชี้กระบวนการยุติธรรมต้องไม่ลำเอียง


               "บางอย่างสังคมช่วยกันตักเตือน ไม่สนับสนุน ไม่ร่วมมือ เราคงใช้การไล่ล่าฆ่าฟันกัน เพราะผิดกฎหมาย และเราคงฆ่ากันได้ไม่หมด ฆ่าคนไม่ดี ต้องใช้กฎหมาย และใช้อย่างไม่เลือกปฏิบัติ เจ้าหน้าที่  กระบวนการยุติธรรมต้องชัดเจน ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่ลำเอียง สร้างความไว้วางใจ และประชาชนต้องร่วมกระบวนการนั้นด้วยให้การยอมรับ เราอยากให้ทุกคนมุ่งตรงนี้ ทั้งประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว


ชี้ต้องไม่รับกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง


               ผมได้ยินคำกล่าวว่า เราต้องทำลายระบอบต่าง ๆ จะชื่ออะไรก็แล้วแต่ ผมถามว่าที่ผ่านมา มีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดระบอบเหล่านั้น ที่เกิดขึ้นมาก็เกิดด้วยคน ด้วยระเบียบ ด้วยข้าราชการ หรือบางภาคส่วน บางคน รวมกับประชาชนที่อาจจะไม่ดี คิดไม่ดีกับประเทศ กับผลประโยชน์ ฉะนั้นก็ทำอะไรที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน ไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้นำก็ตาม ถ้าคนเหล่านี้มาร่วมมือกันทำในสิ่งที่ไม่เป็นความผิด นั่นก็คือระบอบอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าเราไม่ต้องการให้ระบอบเหล่านั้นเกิดขึ้น เราต้องไม่ยอมรับในกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของตนเอง จะได้ไม่เกิดขึ้นมาใหม่


แนะใช้ประชาธิปไตยแบบไทยๆ


               วันนี้หากเราต้องการขจัดระบอบที่ไม่ดีให้ยั่งยืน ต้องมาช่วยกันหาทาง หามาตรการที่เหมาะสม โดยการเป็นประชาธิปไตยแบบไทย ที่ใช้สติปัญญาของคนไทยร่วมกันแก้ไข เพื่อไม่ให้มีใครมาทำให้เกิดขึ้นมาอีกในอนาคต วันนี้เรามาแก้ไขในทุกมิติ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปและไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นมาอีกในอนาคต


ถามถ้ากฎหมายตัดสินไม่ได้อะไรจะตัดสิน


               วันนี้อยากให้ทุกคนแยกกันให้ออก ระหว่างอะไรที่เป็นความผิด อะไรที่เป็นความไม่ดีของบุคคล กลุ่มบุคคล ที่ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปตามปกติ แต่ในส่วนของประเทศชาติ ต้องเดินไปข้างหน้าด้วย ถ้ามัวทำข้างใดข้างหนึ่งอยู่ข้างเดียว ก็แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้ ประเทศชาติก็เดินต่อไปไม่ได้ แต่ผมไม่ได้หมายความว่าจะไปช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะไปแก้ปัญหาให้ใครคนใด คนหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ เพราะเราออกมาทำงานเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชนคนไทย ถ้าเรื่องใดที่เป็นความผิดถึงแม้จะมีเจตนาดีก็ตาม ส่วนไหนที่ผิดก็ไปว่ากันตามกฎหมาย ส่วนไหนที่ถูกก็ไปว่ากันตามถูก ถ้าผิดต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น ผมไม่ไปก้าวล่วงกฎหมาย ถ้าท่านก้าวล่วงมาก ๆ กฎหมายไม่ทำตามใจ และความเชื่อถือก็ไม่เกิด แล้วจะนำอะไรมาตัดสิน ถ้ากฎหมายตัดสินไม่ได้และจะนำอะไรมาตัดสิน อย่าทำให้องค์กรเสียหายเพราะอำนาจในการปกครองประเทศมีอยู่ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ไม่มีอำนาจอย่างอื่นอีกแล้ว


ย้ำคสช.เข้ามาเพื่อยุติปัญหา


               คสช. ต้องการมายุติปัญหาเหล่านั้น และเดินหน้าประเทศไปให้ได้ ยุติการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งแยกของทุกระดับทั้งบริหาร ราชการ ประชาชนให้ได้ บางคนอาจจะหาว่าช่วงนี้ตนพูดซ้ำ ๆ บางอย่างจำเป็นต้องพูดซ้ำ เพราะเป็นปัญหามายาวนาน ถ้าไม่พูดซ้ำก็ไม่สนใจ ไม่แก้ไข และถ้าหากมองว่าสิ่งที่ผมทำวันนี้เป็นประชานิยม ผมไม่เห็นว่าจะเป็นตรงไหน ในการที่เราจะทำตามปัญหาที่เกิดขึ้น ตามคำร้องเรียน ตามความต้องการของประชาชน มุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเดือดร้อนของประชาชน ผมไม่เข้าใจว่าจะเป็นประชานิยมตรงไหน ต้องการให้คนมารัก คสช. มากขึ้น ผมไม่ต้องการอย่างนั้น

 

วอนประชาชนร่วมมือ คสช.

               ผมต้องการแต่เพียงว่า ทำอย่างไรประชาชนมาร่วมมือกับ คสช. ให้มากขึ้นในการที่จะเดินไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการ อะไรที่ทำได้ เราก็ทำก่อน อาจจะดูว่าจะอย่างไรต่อไป ก็ไปแก้ระยะสั้น ระยะยาวต่อไป เรื่องใดทางกฎหมาย กฎหมายก็ไปว่ามา อะไรช้าบ้าง เร็วบ้าง ก็ไม่ต้องเร่งรัดกันมากนัก เราต้องเร่งรัดการปฏิรูปประเทศชาติให้ได้ก่อน จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าอย่างไร ทางด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และอื่น ๆ รวมถึงการเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วันนี้มีเวลาจำกัด เหลือน้อยเต็มทีแล้ว ถ้าเอาทุกอย่างมาปนกันแล้วเร่งรัดทำ ทำไม่ได้หรอก ไม่มีใครทำได้ และเราจะแก้ไขอะไรไม่ได้ซักอย่าง ก็จะกลับมาใหม่เหมือนเดิม ขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วย


โวบริหารแผ่นดินไม่เห็นจะยากตรงไหน

               การบริหารราชการของ คสช.ในวันนี้ หลายคนบอกว่าเป็นทหารจะรู้หรือเรื่องการบริหารราชการ การบริหารบ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่ ผมเรียนท่านแล้วทุกวันนี้ เราทำกฎกลไกของรัฐปกติ ในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ผมไม่เห็นจะยากตรงไหน ในการที่จะบริหารให้คนทำงาน แต่จะก้าวหน้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่เราทำอยู่ขณะนี้ เราทำตามระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีกฎ มีระเบียบ มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มีกฎหมาย เขียนไว้มากมาย บางอย่างก็ทำบ้าง บางอย่างก็ไม่ทำบ้าง ในอดีตที่ผ่านมา

               วันนี้เรามากำกับดูแลให้เขา ขับเคลื่อนให้เขา สร้างให้เขาริเริ่ม ให้เขาคิด ให้เขาทำเป็นกระบวนการ ให้เขาเกิดการบูรณาการร่วมกัน นั่นเป็นสิ่งที่ คสช. ทำ ทหารทำได้ เพราะทหารเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้วในกองทัพ ไม่เช่นนั้นกองทัพอยู่ไม่ได้ กองทัพมีคนหลายแสนคน

               เรื่องของความรู้ และเรื่องต่าง ๆ ผมต้องพึ่งพาอาศัยข้าราชการ พึ่งพาอาศัยคนที่มีความรู้ความสามารถ อาศัยที่ปรึกษา รับฟัง อ่านเอกสาร และเราก็จัดระเบียบเขา ให้สามารถทำงานได้ เขาเรียกว่าการบริหารจัดการ กองทัพบกทำมานานแล้ว เรื่องการบริหารจัดการในกองทัพบก แต่ละปีจะมีนโยบายของเรา ปีนี้พัฒนาคน ปีหน้าพัฒนาทุกระบบ ปีต่อไปบริหารระบบบริหารจัดการ ปีต่อไปเป็นเรื่องของการพัฒนากองทัพไปสู่ความทันสมัย เรามีกรอบกำหนดเวลาไว้ชัดเจน ผมจะนำสิ่งเหล่านี้ไปขับเคลื่อนในการทำงานของรัฐบาลที่จะมีในอนาคต และจะส่งต่อไป อันไหนที่ดีก็ทำต่อกันไป อันไหนคิดว่าไม่ดี ทำได้ดีกว่าท่านก็นำไปทำ


วอนขอให้ไว้ใจ

               วันนี้ขอให้ คสช. ทำ ขอให้ไว้ใจกัน ผมไม่ได้ไปดูถูกภูมิปัญญาใคร ผมอาจจะรู้น้อยกว่าท่านด้วยซ้ำ แต่ผมมีความจริงใจ มีความบริสุทธิ์ใจ ในการบริหารราชการ และต้องการแก้ปัญหาของประเทศ นั้นคือประเด็นสำคัญที่จะเรียนให้ทุกคนทราบ ถ้าเราไม่ยึดถือหลักการต่าง ๆ ใช้วิธีการเดิม ๆ ต่อสู้กันต่อไป ใช้ทั้งกฎหมายบ้าง ใช้กระบวนการประชาธิปไตยบ้าง และท้ายสุดก็ต้องไปเข่นฆ่ากัน ถ้าใช้วิธีนั้นแก้ปัญหา ใครแข็งแรงกว่า ใครมีอาวุธมากกว่า ใครได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าแล้วชนะ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมสู้ข้างบนไม่ได้ ก็ไปสู้ใต้ดิน


ระบุต้องหยุดเลือดที่ไหลก่อน

               สิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อไปคือหลาย ๆ คนอาจจะโกรธเคืองผมอยู่บ้าง ต้องขอโทษด้วย หากคำกล่าวใด ๆ ที่ผ่านมา อาจทำร้ายความรู้สึกของคนบางกลุ่มบางพวกโดยไม่ตั้งใจ ผมจำเป็นต้องหยุดเลือดที่ไหลอยู่ให้ได้ก่อน บางอย่างอาจจะพูดแรงไปบ้าง พูดเบาไปบ้าง เพราะทุกฝ่ายนั้นเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง ผมต้องทำให้ทุกคนสงบลง บางคนก็บอกว่าทำไมไม่ไปว่าทางนั้น ทางนี้

               สรุปว่าผมจำเป็นต้องว่าทุกพวกให้สงบลง แล้วนำกฎหมายมาแก้ไข เพราะบางกลุ่มต่อสู้ด้วยกฎหมาย ความถูกต้อง ความยุติธรรม ความชอบธรรม  บางกลุ่มอาจต่อสู้ด้วยวิถีทางทางการเมือง หรืออื่น ๆ การให้ร้ายซึ่งกันและกันต้องยุติ เหลือกฎหมายไว้ทำงาน ที่ผ่านมาลดลงได้ระดับหนึ่งแล้ว คราวนี้ก็เป็นการเริ่มต้นสร้างกระบวนการทางความคิดใหม่ รวมทุกคนให้ได้ แยกคนที่ผิดออกไป จะไปสู้คดีดำเนินคดีก็ว่ากันไป ในส่วนของที่เหลืออยู่ ต้องมาพัฒนาประเทศไทย ช่วงที่ผ่านมาเราประสบวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง และขยายตัวลุกลามไปสู่การเผชิญหน้า มีทั้งผิดและถูก และนำมาซึ่งความรุนแรง ใช้อาวุธ ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย หลังวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คสช. เข้ามาควบคุมและทำให้บ้านเมืองสงบลงได้จนปัจจุบัน ด้วยความร่วมมือของทุกท่าน

               สำหรับนักการเมืองที่ดี ๆ มีมากมาย ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และผมคิดว่าอนาคตก็มีนักการเมืองหน้าใหม่ ๆ อีกมาก ซึ่งเขาอยากจะเข้ามาดูแลบ้างเมืองบ้าง ผมถือว่าช่วงนี้ถ้าเรามีการปฏิรูปทุกภาคส่วนทั้ง 11 เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการเมือง คนดี ๆ ก็จะเข้ามา ซึ่งมีอำนาจมากอยู่แล้ว คนไม่ได้มีน้อย อย่าไปเหมาเข่งกันไปมา ว่าใครดีหรือไม่ดี ต้องแบ่งพวกแบ่งฝ่ายกันต่อไป สรุปคือให้กฎหมายตัดสิน ให้มาช่วยกัน


               สำหรับความคืบหน้าของ คสช. ผมเรียนไปแล้ว นอกจากเรื่องยุติความรุนแรงต่าง ๆ ก็มีเรื่องเศรษฐกิจที่ต้องเดินหน้าไปตลอดเวลา การใช้จ่ายงบประมาณยังคงต้องทำอยู่ วันนี้ คสช. และ ทุกส่วนราชการ พยายามสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในไทยและต่างประเทศ  


แจงงานต่างประเทศยุโรปเข้าใจในสถานการณ์

               สำหรับประเทศในกลุ่มยุโรปเช่น เยอรมัน ได้มีการทำความเข้าใจในสถานการณ์ด้านต่าง ๆ และด้านแรงงาน และความชัดเจนของ คสช. และรัฐบาลในอนาคตทางด้านเศรษฐกิจกับกรรมการบริหารสมาคมธุรกิจเยอรมันประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และได้ทราบว่า ภาคธุรกิจขายปลีกของเยอรมัน มีความเข้าใจ และมีปฏิกิริยาตอบรับในทางบวก

               กลุ่มประเทศอาเซียน ห้วงที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงของอินโดนีเซียได้แสดงความเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือที่จะผลักดันเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไป รวมทั้งมุมมองจากการสัมมนา ของอดีตเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ซึ่งพอจะสรุปที่เขากล่าวไว้ว่า “แนวทางประชาธิปไตยในรูปแบบตะวันตกอาจไม่ใช่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ จึงไม่มีความจำเป็นที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติตาม แต่ละประเทศควรหาแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ โดยไม่ขัดแย้งต่อหลักการประชาธิปไตย ของสังคมโลกมากนัก ” อันนี้ผมเคยเรียนท่านแล้วคนไทยต้องใช้สติปัญญาในการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยว่าจะเดินหน้ากันไปอย่างไร ในขณะเดียวกันต้องได้รับการยอมรับจากโลกสากลด้วย


วอนดูโครงการโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่วงเงิน


               การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ไว้เป็นระยะเวลา 8 ปี  5 แผนงาน คำว่าแผนยุทธศาสตร์คือวางแผนระยะยาวเอาไว้ ทั้ง 5 แผนงาน 8 ปี ไม่ใช่สร้างทั้งหมดกี่ล้าน ๆ บาท ไม่ทราบเรื่องตัวเลข ตัวเลขตั้งแต่ 8 ปี ถ้าทำทีเดียวก็ต้องเป็นแบบนั้น จากนั้นจะนำแผนที่วางมาตัดตอน ว่าจะปีไหน งบประมาณมาจากที่ไหน ยังไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น ก็บอกว่าเหมือนกัน เหมือนเดิม เดี๋ยวก็มีการทุจริตตรงนั้น ตรงนี้ คนละขั้นตอน ขั้นตอนที่ไปทำ ไปจัดซื้อจัดจ้าง ไปตรวจสอบการทุจริต ไปว่ากันตรงโน้น ตรงนี้เป็นเรื่องของนโยบายเป็นเรื่องของการอนุมัติแผนงานโครงการระยะยาว ก็เหมือนที่เราวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็เดินไปทุก 5 ปี ก็เหมือนกันให้สอดคล้องกับแผนที่วางไว้

               วันนี้เราจะมีการเชื่อมโครงข่ายคมนาคมกับประตูการค้า เมืองหลัก กรุงเทพฯ - ปริมณฑล ต้องเข้าใจทั้งชายแดน ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ต้องต่อเนื่องเชื่อมโยง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม

               เรื่องต่อไปที่เราเร่งให้ดำเนินการ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางราง ท่านทราบดีว่า ไม่มีการขนส่งใดที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการให้บริการทางราง ทั้งขนส่ง โดยสาร การบริการอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกนั้นก็เป็นเรื่องของทางน้ำ ทางบกใช้สิ้นเปลืองใช้งบประมาณสูง แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นทุกอย่าง ต้องทยอยทำไปตามแผนงาน จะไปหาเงินที่ไหนกันมา จะไปกู้หรือไม่ ใช้เงินงบประมาณในประเทศหรือไม่ ยังไม่ได้พูดถึง พูดถึงตัวเลขคราว ๆ เท่านั้น ถึงเวลานั้นอาจจะถูกกว่านี้ แพงกว่านี้อีกก็ได้ ถ้าเราตีเส้นว่าจะเท่านี้เท่านั้น ทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด ไปแยกขั้นตอนให้เป็น คิดให้ออก ให้เหมือนที่พวกเราคิด ท่านคิดได้ดีกว่าผมอยู่แล้ว ถ้าท่านไม่ฟังผม ท่านก็จะพูดของท่านไปเรื่อย และกลับมาที่เก่า ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง


คุยหอการค้าสหรัฐฯทราบแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจ

               ในห้วงที่ผ่านมา ตัวแทนหอการค้าสหรัฐฯ ในอาเซียน ได้เข้าพบหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ทราบถึงแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมากในอนาคต มีความพึงพอใจในสิ่งที่ คสช. ได้วางยุทธศาสตร์ไว้ในเรื่องของการคมนาคมและขนส่ง และรับว่าจะมีการนำไปประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ เพื่อให้มีการลงทุนค้าขายเพิ่มเติมกับเราต่อไป นั้นคือสิ่งที่เราจัดทำแผนงานเตรียมการยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องของประเทศ วางกรอบไว้ ถ้าทำงานไม่มียุทธศาสตร์ใหญ่ ก็ทำเป็นชิ้น ทำเป็นแผนย่อย เป็นโครงการย่อย ก็จะเป็นแบบเดิม ทุกเรื่องต้องมียุทธศาสตร์



เดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำ


               การบริหารจัดการน้ำ เราได้จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบของประเทศ ครอบคลุมทุกลุ่มน้ำ ทุกมิติ ป้องกัน น้ำท่วม น้ำแล้ง หรือให้มีการกักเก็บน้ำ โดยทั้งนี้ ทั้งนั้นจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ด้วย ที่ผ่านมาบางทีกะทันหัน ถึงเวลาประชาชนก็ไม่รู้ ไม่ทราบ และต่อต้านกันมานาน วันนี้ต้องไปทำความเข้าใจกันให้ได้ ถ้าท่านบอกว่าต้องการน้ำ จะสร้างอะไรไม่ได้ ทำตรงนั้นก็ไม่ได้ ทำตรงนี้ก็ไม่ได้ และน้ำจะมาจากไหน ต้องรอฝนอย่างเดียว ปีนี้เข้าใจว่าฝนตกน้อยลง น่าจะมีการกักเก็บน้ำได้น้อย เพราะฝนตกน้อย จะทำอย่างไร ประชาชนต้องร่วมกันช่วยคิด อย่าต้านกันอย่างเดียว ตรงไหนทำได้ต้องให้ทำ ไม่เช่นนั้นจะค้างคาไปเรื่อยทุกเรื่อง สร้างก็ไม่ได้ พอสร้างได้ก็ทุจริตอีก ไปตรวจสอบให้เร็ว และคนทำก็อย่าไปทุจริต บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้ ประชาชนกับข้าราชการต้องร่วมมือกัน โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ทำได้ทุกอย่าง

               จากการไปตรวจโครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำ จังหวัดปราจีนบุรี ผมได้ไปดูเรื่องโครงการกำจัดผักตบชวา ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมเห็นมีมาก จะทำอย่างไรกับผักตบชวา ผมเห็นลอยเต็มตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนทุกคลอง ทุกซอย และคนที่อยู่ริมแม่น้ำทำอย่างไร จะช่วยกันได้หรือไม่ จะช่วยกันเก็บหรือไม่ ถ้าเก็บคนละ 10 - 20 ต้น ก็ช่วยกันคนหลายล้านคนอยู่ริมแม่น้ำ ถ้าทำได้ก็ขอความร่วมมืออย่าไปปล่อยให้เจ้าหน้าที่อย่างเดียว บางทีเจ้าหน้าที่ก็ไม่พอ เรือก็มีน้อยผมยกตัวอย่างง่าย ๆ

               เรื่องขยะก็เหมือนกันตัวผมเองก็เคยทำตั้งแต่เด็ก ๆ ขับรถไปไหน เดินไปไหน เห็นอะไรไม่รู้ก็จอดรถเก็บมาใส่รถและไปหาที่ทิ้งขยะให้เขา ถ้าทุกคนช่วยกันคนละไม้ คนละมือ ไม่ใช่ใช้ในรถเปิดหน้าต่างโยนทิ้งออกไป เดี๋ยวคนมาเก็บขยะมาเก็บเอง ถ้าเป็นแบบนี้ก็สกปกอยู่แบบนี้ เท่าไรถึงจะพอ ทุกคนต้องช่วยกัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการดูแล ความสะอาด ทางน้ำไหลต่าง ๆ ท่านต้องดู เพราะท่านเป็นเจ้าหน้าที่ งบประมาณก็มีอาจจะน้อยบ้าง มากบ้าง แต่อยู่ที่หัวใจท่าน หน้าที่ของเรา เราจะทำให้เกิดความตั้งใจอย่างไร ในการทำให้เต็มที่ ทหารคิดแบบนี้

               ถ้าคิดแบบว่า งบประมาณมีก็ทำ ไม่มีก็ไม่ทำ มีน้อยก็ทำน้อย ถ้าคิดแบบนี้ทหารอยู่ไม่ได้เหมือนกัน วันนี้ทหารคิดอีกแบบหนึ่ง ใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า ถ้างบประมาณในเรื่องนี้ ถ้าเพียงพอหรือเหลือ นำไปทำเรื่องอื่น ถ้าเราประหยัดได้ ก็ประหยัดไปทำเรื่องอื่น ฉะนั้นจะเห็นว่ากองทัพทำได้หลายอย่าง บางอย่างไม่มีงบประมาณส่วนใหญ่น้อย แต่เราต้องทำให้ได้ เพราะเราเป็นที่พึ่งของประชาชน เราต้องปลูกฝังคนทุกคนให้เป็นแบบนี้ ประชาชนก็มีส่วนร่วมของประชาชน ข้าราชการก็ทำให้เต็มที่

               ในส่วนของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณฝนตกขณะนี้ที่วัดได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมา และฝนตกส่วนใหญ่ตกใต้เขื่อน คือข้างล่างลงมา เหนือเขื่อนตกน้อย การกักเก็บน้ำก็ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับปีที่ฝนแล้ง ก็ต้องช่วยกันภาวนาให้ฝนตกมากขึ้น จากนี้ไปถึงอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ก่อนที่จะหมดหน้าฝน

               ฉะนั้น ถ้าฝนตกอยู่แบบนี้จะเป็นปัญหาในการกักเก็บน้ำ ทำไม่ได้ การผลิตไฟฟ้า การปล่อยน้ำมาช่วยเหลือประชาชน และการเกษตร ต้องลดลง การทำนาข้าว การปลูก การเกษตรต่าง ๆ มีปัญหาหมด ก็เดือดร้อน และถ้าถามกลับไปว่าทำไมฝนถึงตกลงมาน้อย ขอเทวดามาก ๆ ท่านจะให้หรือไม่ ช่วยตัวเองก่อน ช่วยกันปลูกต้นไม้ ช่วยกันรักษาผืนป่า ช่วยกันรักษาป่าต้นน้ำ ทำคูคลองให้สะอาด ช่วยกันขุดลอกเมื่อมีงบประมาณ อะไรที่ช่วยตัวเองได้ก็ต้องช่วย

               สมัยก่อนเรายังทำกันเองได้ สมัยก่อนผมเห็นบ้านนั้น บ้านนี้ รวมคนมาวันสำคัญหรือวันหยุดราชการ มาขุดบ่อ ลอกหนอง คลองบึงที่มีอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ทำได้ แต่วันนี้ทำไม่ได้เลย ต้องใช้เครื่องมือเครื่องจักรหมด ต้องกลับมาใหม่ เพราะเรามีคนอยู่ทุกที่ อะไรที่เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ สามารถที่จะเก็บกักน้ำได้ก็ช่วยกันขุด ระดมแรงกัน ระดมกันมาทั้งหมู่บ้านมาช่วยกัน นำอาหารมาเลี้ยงกันสนุกสนาน ต้องกลับไปแบบนั้น ถ้าเรารอรัฐอย่างเดียว รอเครื่องจักรอย่างเดียวจนทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น บางทีพอน้ำท่วม น้ำแล้ง ผมไปตรวจไปดู ตันแค่ไม่เท่าไหร่ 5 -10 เมตร ก็ไม่แก้กันต้องรองบประมาณ ผมไม่ทราบว่าทำไมเป็นแบบนั้น ต้องแก้ไข ท่านรู้อยู่แล้วว่าตรงไหนตัน ตรงไหนน้อยหรือแคบ ท่านก็ไปขุดกันเองบ้าง ถ้าใหญ่ ๆ ก็รัฐเขามาใช้งบประมาณใช้เครื่องใช้ ต้องช่วยกัน แม้กระทั่งในบ้าน ในกรุงเทพฯ ด้วย ท่อตันต่าง ๆ ก็ไม่ดูต้องเรียกคนหมด และก็ทำไม่ทัน พอไม่ทัน พอมีน้ำท่วม ฝนแล้ง เป็นต้น ก็ต้องหาจำเลยกันแล้ว ทุกคนเป็นจำเลยหมด ผมเองก็ด้วย ถ้าเกิดเรื่องทั้งประเทศ ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ ฉะนั้นต้องช่วยกันทำ

               สำหรับเรื่องของฝนเทียม ฝนหลวง วันนี้เร่งรัดไปแล้วให้ไปทำก่อนเวลาด้วย ขณะนี้ทางกรมฝนหลวงก็ได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว จริง ๆ ยังไม่ได้ทำในช่วงที่ผมสั่งไป ผมก็บอกว่าสั่งไปทางสังคมจิตรวิทยาไปประสานว่าไปทำก่อนได้หรือไม่ ต้องไปดูว่าความชื้นพอหรือไม่ เมฆมีหรือไม่ ไม่ใช่ว่านึกจะทำตรงไหนก็ทำ ก็ไม่ตก ไม่มีเมฆ ไม่มีความชื่น ความเกิดจากไหน เกิดจากป่า ถ้าท่านบุกรุกป่าไปเรื่อย ๆ สร้างรีสอร์ทไปเรื่อย ๆ ไปปลูกยาง ปลูกอะไรไม่ใช่ที่ส่วนบุคคล ป่าหายไปความชื้นไม่ได้ ฝนไม่ตก น้ำไม่มี แล้วจะไปโทษใคร


สั่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

               สำหรับสถานการณ์อุทกภัย วันนี้เท่าที่ได้รับรายงานมีทั้งหมดรวม 19 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมเข้าใจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมเป็นคนเกิดที่นั้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมเข้าใจถึงพี่น้องชาวอีสานว่าทุกคน รอฝน รอธรรมชาติในการที่จะประกอบอาชีพ อากาศเวลาแล้ง ๆ มาก ๆ ฝนไม่ตก ไม่รู้จะทำอะไร ก็เป็นบ่อเกิดของเรื่องอื่น ๆ อีกในอนาคต ทำอย่างไรจะมีน้ำ ทำอย่างไรน้ำจะไม่ท่วม ทำอย่างไรจะมีที่กักเก็บน้ำ

               ผมพูดไปแล้วหลายอย่างเมื่อสักครู่ ผมได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งกองทัพทุกกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าทัพอื่น ๆ ด้วยติดตามสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึงด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ต้องสั่ง ทหารบอกไปแล้วว่าไม่ต้องสั่ง ถ้าตรงไหนท่วมให้ไปได้เลย งบประมาณเบิกทีหลัง อดทน ไปประสานผู้ว่าราชการจังหวัดของบประมาณเพิ่มเติม เบี้ยเลี้ยงเท่านั้นเองที่จะให้ทหาร ค่าน้ำมัน ไม่มีค่าจ้าง ไปทำให้ ที่ผ่านมาก็เป็นไปตามความเรียบร้อย        


เตือนผู้ว่าฯอย่าประกาศเขตภัยพิบัติไปทั่วเปิดช่องทุจริต


               ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอื่น ๆ ก็ต้องสำรวจความเสียหาย ตรงนี้ต้องขอความร่วมมือว่าต้องสำรวจอย่างจริง ๆ เสียตรงไหน ตรงไหนไม่เสีย ก็เว้นให้ชัดเจน เดี๋ยวก็มีปัญหาอีก จ่ายไม่ได้อีก พอจ่ายไม่ได้คนเดือดร้อนก็ไม่ได้ ส่วนคนที่ไม่เดือดร้อนก็ไม่เป็นปัญหา เพราะว่าไม่ได้เดือดร้อนจริง ฉะนั้นต่อไปนี้ต้องสำรวจความเสียหายให้ชัดเจนต้องมีคนรับผิดชอบ ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันภัยฯ ไม่ใช่ประกาศทั้งจังหวัดไปแล้วปรากฏว่าท่วมไม่กี่อำเภอ อำเภออื่นก็จะเอาด้วย ก็เป็นบ่อเกิดของการทุจริต

               ฉะนั้น ข้าราชการทุกคนต้องอย่าทำ พี่น้องประชาชนอย่าไปร่วมมือกับเขา อย่าไปเซ็นชื่อให้เขา ทำให้เกิดการเบิกจ่ายทำไม่ได้ พอทำไม่ได้ก็ล้าช้า บางอย่างต้องอนุมัติย้อนหลังปี 1-2 ปี เพราะอะไร เพราะไม่โปรงใสถ้าประชาชนทุกคนอยากได้อะไรได้เร็ว ๆ อย่าไปร่วมมือในเรื่องของการทุจริต จะเร็ว เพราะสามารถจะอนุมัติได้ในวงเงินที่เป็นจริง ไม่มากมายจนเกินไป ถ้ามากพออนุมัติไปก็เหมือนกับใช้เงินไปโดยที่ไม่เกิดอะไรเลย นอกจากเอามาบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว ๆ อยู่แบบนี้ ความยั่งยืนไม่เกิด ที่เหลือก็ไม่มีเงินใช้ ขอร้องเรื่องความเสียหายเป็นพื้นที่ อย่าให้เกิดขึ้นอีกตามไปเซ็นชื่อรับเงิน แบ่งกัน อย่าให้มี ถ้าเป็นข้าราชการก็ต้องถูกปลด


เร่งแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตร

          
               ลองกอง ปีนี้ผลผลิตล้นตลาดแน่นอน มีการประชุมใน คสช. การประชุมในลักษณะ คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำทุกพืชผลมาพูดกัน ข้าว ลองกอง มังคุด อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์ม พูดหมด เดี๋ยวจะน้อยใจว่าพูดแต่เรื่องข้าวไม่พูดเรื่องอื่น พูดทุกเรื่อง รู้ว่าทุกเรื่องคือปัญหาและทุกอย่าง ทุกเรื่องก็แก้มาทุกรัฐบาล ก็แก้ระยะยาวไม่ได้ เดือนร้อนก็ Subsidize ลงไป นำเงินไปช่วยก็เป็นอยู่แบบนี้ 10 ปีหน้าก็เป็นแบบนี้

               วันนี้ทำให้เป็นระบบขึ้น ทุกอย่างต้องดูเรื่องการขนส่ง การจัดหาตลาด ควบคุมพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งแปรรูปให้มีมูลค่าสูงข