
ชาวสีม่วงเวียดนามไม่หยุดแค่พาเหรด
09 ส.ค. 2557
สังคมอาเซียน : ชาวสีม่วงเวียดนาม..ไม่หยุดแค่พาเหรด
ชาวสีม่วงในเวียดนามเพิ่งจัดงานพาเหรดประจำปีในกรุงฮานอยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ส.ค.) แม้ไม่ได้ฟู่ฟ่าใหญ่โตขนาดเทียบกับงานเกย์ไพรด์ในลอนดอน หรือมหานครซิดนีย์ มีชาวเวียดนามราว 300 คนร่วมขี่จักรยานไปตามถนนสายแคบๆ ในนครหลวง แต่ก็เต็มไปด้วยสีสันและมีนัยสำคัญมากพอให้ประชาคมผู้มีเพศหลากหลาย หวังได้เห็นกฎหมายอนุญาตคู่รักเพศกำเนิดเดียวกันแต่งงานกันได้ในวันข้างหน้า
งานพาเหรดเกย์ในเวียดนามจัดเป็นปีที่สามแล้ว และครั้งนี้ถือว่าใหญ่สุด สะท้อนทัศนคติของสังคมเปิดกว้างมากขึ้นตามลำดับ แม้ว่าค่านิยมขงจื๊อและอนุรักษนิยมยังเป็นใหญ่โดยเฉพาะในชนบท
ผู้จัดเชื่อว่าถึงงานพาเหรดของชาวเกย์จะไม่อลังการ แต่ก็หนักแน่นและต่อเนื่อง ปีแรกที่จัดนั้น นักข่าวจากสื่อทางการลังเลไม่ไปทำข่าว กระทั่งเมื่อเห็นว่ากิจกรรมนี้กำลังเป็นที่สนใจของสื่อโลก คราวนี้ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่ไปที่บ้านของเขาทันที และเห็นได้ชัดว่าสื่อเองก็สนใจอย่างจริงจัง
ทุกวันนี้ ตามเมืองใหญ่ตั้งแต่ฮานอยลงไปยังโฮจิมินห์ ซิตี้ ทางใต้ ล้วนมีมุมชีวิตกลางคืนของชาวเกย์แบบเล็กๆ แต่มีชีวิตชีวา และหลายคนอาจไม่ทราบว่า ประเทศเวียดนามภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ ติดกลุ่มประเทศก้าวหน้าที่สุดในแง่ของเพศวิถี และสิทธิของชาวเกย์ ถือเป็นจุดสว่างที่สุดในสถานการณ์สิทธิมนุษยชนเวียดนามที่มักถูกตำหนิในหลายเรื่อง
สามปีก่อน สมัชชาแห่งชาติเคยถึงขั้นพิจารณาแก้ไขกฎหมายอนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้มาแล้ว แม้ไม่อาจไปไกลได้ถึงขั้นนั้น แต่ก็มีการยกเลิกโทษปรับงานเลี้ยงแต่งงานเพศเดียวกัน อันหมายความว่าอยู่กินกันได้ฉันสามีภรรยาแต่ไม่มีการรับรองทางกฎหมาย
เวลานี้ นักเคลื่อนไหวกำลังพยายามเรียกร้องให้ทางการปรับแก้กฎหมายเรื่องการแต่งงาน
นักเคลื่อนไหววัย 30 ปีคนหนึ่งบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า พวกเราอยากให้เวียดนามรับรองการแต่งงานของเพศเดียวกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อจะได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และรับลูกบุญธรรมได้ นักเคลื่อนไหวคนนี้จัดงานเลี้ยงแต่งงานเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่หากจัดเร็วกว่านั้นสัก 5 เดือนก็อาจมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าไปล้มงานได้
งานเลี้ยงแต่งงานของทั้งคู่ มีผู้ใหญ่สองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมแขกเหรื่ออีกราว 200 คน โดยก่อนหน้านั้น มีการแจ้งทางการไว้ก่อนและได้รับอนุญาต งานสมรสเต็มไปด้วยความสุข แต่ทั้งคู่ซึ่งเปิดร้านอาหารเล็กๆ โดยตั้งชื่อร้านที่มีคำว่าเกย์ในภาษาเวียดนามด้วยในจังหวัดบิ่ญเฟื้อ หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงให้การอยู่กินแบบสัญลักษณ์ เป็นสถานภาพทางกฎหมายเหมือนการสมรสตามปกติในวันหนึ่ง
นักเคลื่อนไหวคนนี้เชื่อมั่นว่า จะต้องมีวันนั้น เพราะไม่มีเหตุผลที่จะไม่มี
แต่ปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่เห็นด้วย โดยมักให้เหตุผลว่าประชาชนที่ยังยึดมั่นค่านิยมอนุรักษ์ในเวียดนามโดยเฉพาะชนบท ยังไม่พร้อม
เล กวาง บิ่ญ นักสังคมวิทยากล่าวว่า สองสามปีมานี้ ทัศนคติในสังคมเปลี่ยนไปมาก แต่ยังน่าผิดหวังมากเช่นกันที่การแต่งงานเพศเดียวกันยังไม่เป็นกฎหมาย ก่อนหน้านี้ กฎหมายครอบครัวฉบับใหม่ที่เสนอเข้าสภา มีบทบัญญัติหนึ่งที่ขยายการคุ้มครองทางกฎหมายแก่ชาวหลากหลายทางเพศ ในเรื่องของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์และการรับบุตรบุญธรรม แต่สมัชชาแห่งชาติถอดมาตรการพวกนี้ออกในนาทีสุดท้าย จึงทำให้คู่รักเพศเดียวกันยังไม่สามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ร่วมกันหรือรับบุตรบุญธรรมได้
แต่สำหรับรัฐ ถือว่าการยกเลิกโทษปรับงานเลี้ยงแต่งงานเพศเดียวกัน ก็เป็นก้าวที่สำคัญและยกระดับชีวิตคู่ของชาวเกย์มากแล้ว พร้อมกับยืนยันว่ากฎหมายให้การคุ้มครองพลเมืองทุกคน



