ข่าว

กกต.แจงปฏิทินสรรหา'สปช.'

กกต.แจงปฏิทินสรรหา'สปช.'

08 ส.ค. 2557

กกต.แจงปฏิทินสรรหา 'สปช.' เผย 'นิติบุคคลอาคารชุด' กว่าหมื่นแห่ง มีสิทธิ์เสนอชื่อ จ่อเพิ่มจำนวน จนท.รองรับ

 
                            8 ส.ค. 57  ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการประชุมชี้แจงสื่อมวลชน เพื่อเตรียมความพร้อมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยมีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. พร้อมนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. นายบุญเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นายสุเทพ พรหมวาส รองเลขาธิการกกต.ด้านการมีส่วนร่วม และ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบกและทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมรับฟังด้วย 
 
                            โดยนายศุภชัย กล่าวว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. มีอำนาจในการศึกษาวิเคราะห์และจัดทำแนวทางข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่างๆ ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องประกอบไปด้วยระบบเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อเป็นกลไกในการจัดการเลือกตั้งที่สมบูรณ์ ปราบปรามทุจริต สร้างความเป็นธรรมในสังคมอย่างยั่งยืน 
 
                            ดังนั้นจึงมีการออกแบบการได้มาซึ่ง สปช. ที่เรียบง่าย และเท่าเทียมกัน เพื่อให้ สปช.เป็นองค์กรที่ประกอบไปด้วย ผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย โดยให้องค์กรนิติบุคคล สามารถเสนอรายชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาได้ และเมื่อ คสช.แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา สปช.ในวันที่ 13 ส.ค. แล้ววันที่ 14 ส.ค.ก็สามารถเริ่มเสนอชื่อได้ทันที และที่ผ่านมา สำนักงานกกต. ในฐานะฝ่ายเลขานุการกรรมการการสรรหา สปช. ซึ่งมีเวลาในการดำเนินงานไม่มากนัก ก็ได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการอย่างเต็มที่ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการกระจายข้อมูลไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ และเพื่อให้สื่อมวลชนได้เข้าใจกระบวนการสรรหา สปช.อย่างถูกต้องในทุกขั้นตอน จึงได้มีการจัดงานในวันนี้ขึ้นมา และจากการได้ร่วมงานกับสื่อมวลชนมามั่นใจว่าจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลการสรรหาไปยังประชาชนอย่างทั่วถึง 
 
                            นายภุชงค์ กล่าวว่า สำหรับปฏิทินขั้นตอนการสรรหาสมาชิก สปช.หลังจากที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. 2557 นั้น คาดว่า ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ คสช.จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา สปช. คณะละ 7 คน สำนักงาน กกต.ก็จะออกประกาศ เรื่อง การสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็น สปช.ทันที จากนั้นในระหว่างวันที่ 14 ส.ค. - 2 ก.ย. จะเป็นระยะเวลาในการเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งเป็น สปช. โดยในส่วนกลางของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 คณะนั้น ให้นิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร สามารถเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมนั่ง สปช.ได้ไม่เกิน 2 คน และในส่วนจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด และกรุงเทพมหานคร สามารถสรรหาบุคคล ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมนั่ง สปช.ได้ทันที ซึ่งสำนักงาน กกต.ได้เตรียมความพร้อมในการรับสมัครสรรหาบุคคล โดยจะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ใน 5 วันสุดท้ายของการรับสมัคร ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.จะมีระยะเวลาเพียง 10 วัน ระหว่างวันที่ 3 ก.ย. - 12 ก.ย.ในการตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อผู้ที่จะเป็น สปช. เพื่อส่งข้อมูลไปยังคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 คณะ ในการคัดเลือกให้เหลืออย่างน้อยคณะละ 50 คน ระหว่างวันที่ 13 ก.ย. - 22 ก.ย.นี้ ก่อนที่ คสช.จะใช้เวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. - 2 ต.ค.เพื่อคัดเลือก สปช. จำนวน 250 คน นำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป 
 
                            นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีองค์กรนิติบุคคลไม่แสวงหากำไรที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 3,146 ราย แบ่งเป็นสมาคม 3,035 ราย หอการค้า 111 ราย นอกจากนี้ยังมีวัด 2 แสนแห่ง พรรคการเมืองอีก 73 พรรค ขณะที่นิติบุคคลอาคารชุดต่างๆ คณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้ตีความแล้วว่า ไม่เป็นองค์กรแสวงหาผลกำไร ซึ่งมีกว่าหมื่นแห่ง ยังไม่รวมสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย วิทยาลัย ที่สามารถเสนอรายชื่อได้ อย่างไรก็ตาม องค์กรใดหากคิดว่าเป็นองค์กรแสวงหาผลกำไร ก็ไม่ต้องเสนอชื่อมา รวมทั้งอยากให้ตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้ามก่อนส่งมาด้วย จะได้ไม่เสียเวลาในการตรวจสอบ และบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ก็ต้องรู้ตัวเองว่ามีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เราไม่อยากให้มีการแต่งตั้งแล้วมาพบว่าขาดคุณสมบัติในภายหลัง เพราะทั้ง สนช.-สปช. คสช.ไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้ง แต่เป็นเพียงผู้ถวายคำแนะนำให้พระมหากษัตริย์ โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ดังนั้นถ้ามาพบภายหลังว่าขาดคุณสมบัติแล้วก็จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี 
 
                            "กกต.เอง ไม่ได้ปิดกั้นหากบุคคลใดมีข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อ สามารถส่งข้อมูลมาให้ กกต.ตรวจสอบได้ ขอเพียงอย่าเป็นการกลั่นแกล้งกันเท่านั้น และองค์กร รวมทั้งผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ต้องรู้ว่าเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ยื่นมานั้น เป็นเอกสารที่ยื่นต่อทางราชการ ในทางกฎหมายอาญาแล้ว หากพบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเท็จ ก็จะถือว่ามีความผิด ซึ่ง กกต.ก็ไม่อยากให้ต้องมาดำเนินคดีกัน ส่วนกรณีการสรรหานี้ หากมีผู้เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนตัวก็เห็นว่า มาตรา 17 ของ พ.ร.ฎ.สรรหา สปช.ไม่เปิดช่องให้มีการร้องต่อศาลปกครอง เพราะได้กำหนดให้เป็นอำนาจเด็ดขาดของหัวหน้า คสช."
 
                            นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับองค์กรนิติบุคคลที่ต้องการเสนอชื่อบุคคลนั้น ต้องเป็นมติของที่ประชุมนิติบุคคล ส่วนพรรคการเมือง คสช.ให้ข้อยกเว้นเป็นอำนาจของหัวหน้าพรรค ที่จะเสนอชื่อโดยไม่ต้องผ่านที่ประชุมใหญ่ของพรรค ส่วนการสรรหาบุคคลเป็น สปช.ทั้ง 11 ด้าน กฎหมายไม่ได้กำหนดว่า แต่ละด้านต้องมีสัดส่วนเท่ากัน เพียงแต่ระบุว่า ให้คณะกรรมการสรรหาแต่ละด้าน เสนอบุคคลไม่เกิน 50 คน หรือไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ส่วนระดับจังหวัด จังหวัดละ 5 คน รวมรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาจะเสนอให้ คสช.ไม่เกิน 550 คน เพื่อให้ คสช.เลือกให้เหลือไม่เกิน 250 คน และขณะนี้ องค์กรนิติบุคคลใดที่ประสงค์จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเป็น สปช.สามารถดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ คำขอของนิติบุคคล แบบแสดงความประสงค์บุคคล หนังสือยินยอมเข้ารับการคัดเลือกเป็น สปช. ได้ทาง www.ect.go.th <http://www.ect.go.th/> ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป