
ฤดูกาลแห่งการแจ้งเกิด
09 ส.ค. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ฤดูกาลแห่งการแจ้งเกิด
พรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกสัปดาห์ข้างหน้า ทีมที่เสริมทัพได้แข็งแกร่งและดูตรงจุดมากที่สุดเห็นจะเป็น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่ได้มาทั้ง ดิเอโก คอสตา และเชส ฟาเบรกาส ที่คงโดดเด่นในพรีเมียร์ลีกได้ไม่ยาก แต่นอกเหนือจากดาวดังที่กำลังจะเข้ามาโลดแล่นในอังกฤษแล้ว ยังมีบรรดานักเตะดาวรุ่งอีกหลายคนที่ควรจะใช้ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแห่งการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว
โจแอล แคมป์เบลล์ (อาร์เซนอล)
โจแอล แคมป์เบลล์ อาจจะพ้นช่วงแห่งการเป็นดาวรุ่งไปบ้างแล้ว แต่หลังจากที่แจ้งเกิดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายกับคอสตาริกา น่าจะถึงเวลาของการแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีกได้แล้ว หลังจากที่ย้ายมาเป็นนักเตะของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ตั้งแต่ปี 2011 แต่ช่วงเวลาดังกล่าวมีปัญหาเรื่องเวิร์กเพอร์มิต รวมทั้งการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งในทีม ทำให้ไม่สามารถอยู่ในทีมและต้องไปเล่นในต่างแดนก่อน
เมื่อฤดูกาลที่แล้วหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป เมื่อ แคมป์เบลล์ ยิงประตูแมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในการเล่นให้โอลิมเปียกอส ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และต่อเนื่องด้วยฟอร์มในฟุตบอลโลก ทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ปฏิเสธการเอาตัวกลับมาสู่ถิ่นเอมิเรตส์ไม่ได้
กองหน้ารายนี้เด่นทั้งในเรื่องความเร็วและความแข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยให้ เวนเกอร์ มีความหลากหลายในการจัดทีม รวมทั้งยังมีโอกาสลุ้นลงสนามเป็นตัวจริงด้วยซ้ำไป แม้ว่าในทีมจะมี โอลิวิเยร์ ชิรู์ด กับ ยายา ซาโนโก อยู่แล้ว รวมทั้งยังเอา อเลกซิส ซานเชซ เข้ามาเสริมอีกคน
ด้วยวัย 22 ปีในตอนนี้ ฤดูกาลใหม่ในถิ่นเอมิเรตส์ถือว่าเป็นฤดูกาลที่สำคัญมากสำหรับ โจแอล แคมป์เบลล์ ซึ่งอนาคตจะอยู่หรือไม่ก็น่าจะขึ้นอยู่กับฤดูกาลนี้
อัดนัน ยานูซาน (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ช่วงต้นฤดูกาลที่แล้ว อัดนัด ยานูซาย ได้แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของตัวเองในทีม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง กลับถูกเมินจาก เดวิด มอยส์ ทำให้ไม่มีโอกาสลงสนามมากนัก แต่กับ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนใหม่ เชื่อว่าโอกาสของ ยานูซาย จะมีมากขึ้น เนื่องจาก ฟาน กัล เน้นการทำทีมด้วยเทคนิคมากกว่าพละกำลัง
ฟาน กัล เข้ามาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยระบบ 3-5-2 หรือ 3-4-1-2 แน่นอนว่าผู้เล่นทุกคนต้องมีการปรับตัว และคนที่ปรับตัวได้ดีอย่างเห็นได้ชัดคือ แอชลีย์ ยัง ซึ่งตอนนี้คงยึดตำแแหน่งวิงแบ็กตัวจริงได้แล้ว และตำแหน่งนี้ก็น่าจะเป็นตำแหน่งที่ ยานูซาย มีโอกาสจะต้องปรับตัวไปเล่นเช่นกัน
การไปฟุตบอลโลกทำให้ ฟาน กัล ยังไม่มีโอกาสได้เห็น ยานูซาย มากนัก แต่ด้วยการเป็นผู้เล่นเทคนิคสูง และประกอบกับอายุยังน้อย เชื่อแน่ว่ายังไง ฟาน กัล ก็จะยังให้โอกาส ซึ่งที่ผ่านมากุนซือชาวดัตช์ปรับให้ปีกอาชีพอย่าง เมมฟิส เดปาย กับ แอชลีย์ ยัง มาเล่นในระบบของตัวเองมาแล้ว
ตอนนี้ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่ ยานูซาย จะเบียดลงสนามเป็นตัวจริง แต่โอกาสที่รอยู่ยังมีทั้งตำแหน่งวิงแบ็ก หรือแม้แต่กองกลางตัวรุกหมายเลข 10 ก็เป็นโอกาสให้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว
เคิร์ท ซูมา (เชลซี)
บ่อยครั้งที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ไม่ประสบความสำเร็จกับระบบดาวรุ่งของตัวเอง มีผู้เล่นหลายคนที่เชลซี พยายามซื้อมาร่วมทีมตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็แทบจะไม่มีดาวรุ่งคนไหนที่ทะลุขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้เลย เนื่องจากในทีมชุดใหญ่ก็มีการซื้อดาวดังเข้ามาเสริมทีมอยู่เรื่อยๆ
มาถึงฤดูกาลนี้ เคิร์ท ซูมา กลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่กำลังจะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ ชูเซ มูรินโญ จากการเป็นกองหลังที่แข็งแกร่ง และทำผลงานใช้ได้ในช่วงปรีซีซั่น ทำให้คาดว่า มูรินโญ จะเอา ซูมา เข้ามาแทนที่ ดาวิด ลุยซ์ ที่ย้ายไปปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ และบางทีอาจจะดูมีประโยชน์มากกว่าการมี ลุยซ์ อยู่ในทีม
เชลซี ไปจองและซื้อตัว ซูมา จากแซงต์ เอเตียน มาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาก่อนจะปล่อยตัวให้ต้นสังกัดเก่ายืมตัวไป เนื่องจากกองหลังรายนี้ถูกมองว่าจะเป็นกองหลังระดับโลกได้ในอนาคต มีทั้งความแข็งแกร่งและความนิ่งในตัวเอง
ในฤดูกาลใหม่นี้ เคิร์ท ซูมา มีโอกาสได้ศึกษาประสบการณ์จากบรรดาตัวเก๋าอย่าง จอห์น เทอรร์รี หรือว่า บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ซึ่งจะทำให้ตัว ซูมา มีการพัฒนาขึ้นไปได้อีก และหากแจ้งเกิดได้ เชลซี คงประหยัดเงินซื้อกองหลังไปเยอะ
จอร์แดน ไอบ์ (ลิเวอร์พูล)
ช่วง 2 ฤดูกาลหลังมา ในทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้เห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกดาวรุ่ง ที่ก้าวจากระบบเยาวชนที่แอนฟิลด์ และใช้เวลาไม่นานก็สามารถติดทีมชาติอังกฤษไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้
ถึงตอนนี้เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ จากไป ทำให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หวังจะดัน จอร์แดน ไอบ์ ปีกดาวรุ่งของทีมอีกคนขึ้นมาลองเล่นในทีมชุดใหญ่บ้าง ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี ไอบ์ มีโอกาสได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของ เบอร์มิงแฮม จากการยืมตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมทั้งยังมีโอกาสเล่นในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลไป 2 นัด ในพรีเมียร์ลีก และลีก คัพ
ด้วยความเร็วและมุมมองในการผ่านบอลที่ดี ทำให้ลิเวอร์พูล เอาเด็กคนนี้มาบ่มเพาะตั้งแต่สมัยที่เล่นให้ วีย์คอมบ์ เมื่ออายุแค่ 15 ปี ซึ่งตอนนี้ ร็อดเจอร์ส เชื่อว่าเด็กคนนี้สามารถขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมต่อจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และสเตอร์ลิง รวมทั้งว่ากันว่าน่าจะเป็นว่าที่นักเตะทีมชาติอังกฤษในอนาคต
จากการที่ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ซื้อดาวดังในแนวรุกเข้ามาแทน หลุยส์ ซัวเรซ แบบจริงๆ จังๆ โอกาสที่ จอร์แดน ไอบ์ จะเดินตามรอยของ สเตอร์ลิง ถือว่ามีไม่น้อย



