ข่าว

'พรเพชร'ลอยลำนั่งประธานสนช.

'พรเพชร'ลอยลำนั่งประธานสนช.

07 ส.ค. 2557

'สุรชัย'ยันพร้อมเร่งสร้างประชาธิปไตย ขณะที่'กล้าณรงค์'ยันสนช.พร้อมอุทิศตนทำงาน

              7ส.ค.2557 นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สนช. กล่าวว่า จากพระราชดำรัสที่เราได้ฟังนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากที่สมาชิกฯทุกคนจะได้น้อมรับไปเป็นแนวทางการหน้าที่สนช. ซึ่งหลังจากนี้สนช.จะต้องทำหน้าที่ให้รวดเร็วที่สุด เพราะจากวิกฤตการเมืองที่ผ่านมา มีกฎหมายค้างคาอยู่จำนวนมาก โดยลำดับแรกคิดว่าจะเป็นการพิจารณาพรบ.งบประมาณรายจ่ายฯปี 2558 ก่อน อย่างไรก็ตามจากพระราชดำรัส มีประเด็นสำคัญอยู่ 2 เรื่องคือ สนช.จะต้องทำหน้าที่อย่างตั้งใจทำงานเพื่อความสุขของประชาชน และต้องทำหน้าที่เพื่อฟื้นฟูบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย เชื่อว่าสนช.ทุกคนจะน้อมนำพระราชดำรัสไปปฏิบัติหน้าที่

              ส่วนการประชุมสนช.ในวันพรุ่งนี้ (8 ส.ค.) ก็มีวาระเรื่องการเลือกประธานสนช. และรองประธานอีก 2 คน เมื่อหมดวาระนี้ก็ต้องรอเพื่อให้มีการโปรดเกล้าตำแหน่งประธานฯลงมาก่อน จากนั้นจึงจะมีการประชุมสนช. ซึ่งเบื้องต้นก็จะยึดตามการทำหน้าที่ของสนช.ปี2549 คือจะมีการประชุมกันสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพุธกับวันพฤหัสฯ ส่วนตำแหน่งประธานสนช. ขณะนี้ไม่มีแคนดิเดทแล้ว เชื่อว่าสมาชิกฯทุกคนน่าจะเห็นชอบตรงกันหมดแล้ว

              เมื่อถามว่า ที่บอกว่าตำแหน่งประธานฯไม่มีแคนดิเดทนั้นคือนายพรเพชร วิชิตชลชัย คนเดียวใช่หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า อย่างที่สื่อนำเสนอไปนั้น ก็คงจะเป็นอย่างนั้น

              ด้านพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ สนช. กล่าวว่า จากพระราชดำรัสที่ได้รับสั่งไปนั้น แน่นอนว่าสนช.ทุกคนจะต้องน้อมนำ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ซึ่งจะต้องกระชับและรวดเร็ว เพราะกฎหมายที่สำคัญๆมีเยอะที่จะต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว


'กล้าณรงค์'ยันสนช.พร้อมอุทิศตนทำงาน

              นายกล้าณรงค์ จันทิก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงพระราชดำรัสสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในพิธีเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า พระองค์ทรงให้พวกเรา สนช.ทำงานด้วยความเข้มแข็ง เที่ยงธรรม ให้อุทิศตนทำงานตามหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จตาทมวัตถุประสงค์ พระองค์ ขอให้พวกสนช.ทุกคน ได้ตระหนักในหน้าที่ของตัวเองและอุทิศตนเสียสละ รับใช้ชาติบ้านเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารับพระราชดำรัสเอาไว้แล้ว ตนเชื่อว่าทุกคน คงจะมีความรู้สึกตรงกันว่าพวกเรา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งมาแล้วเราก็ต้องสนองพระเดชพระคุณของพระองค์ท่าน

              นายกล้าณรงค์ กล่าวว่า การประชุม สนช.ในวันที่ 8 ส.ค.จะมีวาระการเลือกประธานสนช.และรองประธานอีก 2 คน รวมถึงการกำหนดการประชุมว่า ในหนึ่งสัปดาห์จะมีการประชุมกันกี่วัน ส่วนที่มีการกล่าวว่าสนช.ที่เป็นข้าราชการประจำ ควรที่จะมาประชุมให้ครบกำหนดนัดการประชุมนั้น ตนเห็นว่าเมื่อมีการโปรดเกล้าลงมาแล้วก็ต้องมาทำหน้าที่ โดยเราเหล่านั้นก็จะต้องแบ่งหน้าที่ว่าเขามีหน้าที่ในสนช.อย่างไรบ้าง

              นายกล้าณรงค์ กล่าวว่า เรื่องการพิจารณากฎหมายของสนช.นั้น กฎหมายตอนนี้มี 40 กว่าฉบับที่เรายังไม่เห็นว่ามีอะไรบ้าง และอยู่ที่ประธานสนช.จะเป็นคนจัดเข้าวาระ หน้าที่ของสมาชิกสนช.คือพิจารณา ร่างพ.ร.บ. ที่ขณะนี้เท่าที่ทราบประมาณ 40 กว่าฉบับ ประธานจะพิจารณาว่าจะเอาเรื่องอะไร เข้าพิจารณา สมาชิก เสนอร่างพ.ร.บ.ได้ ในฐานะที่เคยเป็นอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ช. เคยเสนอกฎหมายมา เราก็จะต้องดูว่า มีกฎหมายที่จำเป็นจะต้องออกตามอนุสัญญาที่เราทำกับสหประชาชาติ ในเรื่องการต่อต้านการทุจริต ที่ต้องออกเป็นกฎหมายหลายฉบับ ตรงนี้เป็นการด่วน เพราะเราจะถูกประเมิน ป.ป.ช.เสนอสมัยที่แล้ว แต่ยังไม่ผ่าน มีการถอนออกไป ซึ่งเราต้องดำเนินการให้เสร็จตั้งแต่แต่ปี 2556 แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการ คงต้องดำเนินการต่อ


'พรเพชร'ลอยลำนั่งประธานสนช.

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นัดแรก โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกประธานและรองประธาน สนช. ทั้งนี้ ในวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา สมาชิกสนช.ได้จับกลุ่มพูดคุยที่ห้องรับรองชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 ถึงการเลือกประธาน และรองประธานสนช. ซึ่งขณะนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า สมาชิก สนช.จะให้ความไว้วางใจนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธาน สนช. โดยจะมีการเสนอชื่อนายพรเพชร ต่อที่ประชุมสนช.เพียงคนเดียว ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นมาร่วมแข่ง เช่นเดียวกับตำแหน่งรองประธาน สนช.คนที่หนึ่ง ที่สมาชิกจะเสนอชื่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยไม่มีการเสนอชื่อบุคคลอื่นมาประกบเช่นกัน

สนช.สายทหารขอชิงรองปธ.คนที่ 2

              ขณะที่ตำแหน่งรองประธาน สนช.คนที่สอง ที่มีชื่อนายพีระศักดิ์ พอจิต อดีต ส.ว.อุตรดิตถ์ ก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าล่าสุดฝ่ายทหารต้องการผลักดันให้สมาชิก สนช.สายทหาร มาดำรงตำแหน่งรองประธาน สนช.คนที่สอง โดยมีกระแสข่าวว่า จะส่ง พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่ปรึกษาคสช. ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.6 ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษา คสช. มาชิงตำแหน่งรองประธานสนช.คนที่สอง ขณะที่ สนช.สายอดีตส.ว.สรรหาและสายเลือกตั้ง ข้าราชการบางส่วน สนับสนุนนายพีระศักดิ์ ขณะนี้จึงยังไม่สามารถตกลงกันได้ ต้องรอการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทั้ง คสช.และสนช.มาหารือกันอีกครั้ง ก่อนเข้าร่วมประชุม สนช.ในวันที่ 8 สิงหาคม แต่หากมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าให้เสนอชื่อบุคคลใดเป็นรองประธานสนช.คนที่สอง ก็จะไม่มีการเสนอบุคคลอื่นมาแข่งด้วย


'สมคิด'ยันไม่รับตำแหน่งกมธ.ยกร่างรธน.

              นายสมคิด  เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ม.ธ.) ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวยืนยันว่าจะไม่ร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรรมนูญเพราะเคยทำหน้าที่ตรงนี้มา 2 ครั้งแล้ว โดยจะขอทุ่มเทเวลาในการผลักดันกฎหมายเร่งด่วนที่ยังค้างตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้วอยู่ในสภาจำนวน 40 กว่าฉบับ ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ยังให้อำนาจ สนช. เสนอกฎหมายได้ ดังนั้น ตนก็พร้อมจะเสนอกฎหมายที่ตนได้มีความคิดมาก่อน เช่น กฎหมายแยกกระทรวงอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ผลักดันกฎหมายการบริหารบุคคลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น


'ไพบูลย์'เชียร์เต็มที่'ประยุทธ์'นั่งนายกฯ

              พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลัง เป็นประธานโครงการ “ศาสนธรรมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ถึงการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า  ภายหลังเปิดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วในวันที่  8 สิงหาคมนี้ จะมีการเลือกประธาน สนช. จากนั้นประธานสภาจะเป็นผู้พิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งการได้นายกฯนั้นต้องได้ประธานสภาที่ได้รับการโปรดเกล้าฯก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง  เมื่อได้ชื่อนายกฯแล้วก็จะมีการนำชื่อทูลเกล้าฯ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน

              "แต่ถ้าถามว่าใครจะเป็นนายกฯ ในส่วนตัวผมเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มีความเหมาะสม เพราะที่กล่าวอย่างนี้ต้องย้อนไปเมื่อวันที่22 พฤษภาคม ที่ได้มีการควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ และได้สัญญาประชาคมกับพี่น้องประชาชนว่าจะนำพาประเทศชาติสู่ความปลอดภัย และจะมีความสุข โดยตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา การบริหารประเทศอยู่ภายใต้การดูแลของ คสช. และจากการสำรวจความเห็นพี่น้องประชาชน พบว่ามีความพึ่งพอใจ เพราะว่าเกิดจากประชาชนพอใจการแก้ไขปัญหา ไม่เฉพาะการปรองดอง แต่มีเรื่องของเศรษฐกิจด้วย  ทั้งนี้ตนอยากบอกว่า หัวหน้า คสช. ได้นั่งอยู่ในฐานะเหมือนนายกฯ และก็สามารถบริหารราชการ โดยไม่มีข้อบกพร่อง อีกทั้ง หัวหน้า คสช.ได้พยายามศึกษางานของ กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ และจากความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สิ่งที่สะท้อนกลับจากประชาชนก็มีความพอใจ ฉะนั้นเห็นว่า หัวหน้า คสช.มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

              พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า แม้หัวหน้า คสช.ไม่ได้เติบโตด้านบริหาร แต่ก็ได้มีการศึกษา และใช้คนเป็นในการบริหารบ้านเมือง ซึ่งจะเห็นได้จากการที่หัวหน้า คสช.แถลงผลงานในรายการคืนความสุขให้ประชาชน ว่าท่านมีความเข้าใจการบริหารงานของประเทศชาติ ถ้าหากแถลงออกมาแล้วประชาชนร้องยี้ ก็จะเกิดผลกระทบย้อนมาสู่ท่านเอง ทุกครั้งที่ท่านแถลงทุกวันศุกร์ ผมมีความเข้าใจว่า ท่านหัวหน้า คสช.เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการประคับประคองบริหารประเทศเป็นไปตามโรดแม็ป ของ คสช. และที่ผ่านๆมาท่านก็สามารถทำได้ดีในการเข้ามาบริหารประเทศ” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว และว่า  ทั้งนี้ตนอยากให้ประชาชนได้พิสูจน์การบริหารงานประเทศของหัวหน้า คสช. ไม่ใช่ตนเป็น คสช.แล้วจะมาพูด แต่อยากให้เปรียบเทียบทุกอย่างที่เกิดขึ้น รวมถึงขอให้มองด้วยความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม คสช.จะพยายามสร้างสิ่งที่ดีงาน ถูกต้อง ด้วยความสุจริต และยุติธรรม  ตามที่ได้เคยพูดไว้

              พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงการคณะกรรมการ 11 คณะ ที่จะคัดสรรสภาปฏิรูปแห่งชาติ  (สปช.) ว่า ตามรัฐธรรมนูญ  (ชั่วคราว) 2557 คสช.จะเป็นผู้คัดเลือกบุคคลมาเป็น 11 คณะ ให้ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการคัดสรร โดยจะคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับบุคคลที่ถูกคัดเลือกในด้านต่างๆ ทั้งด้าน การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ส่วนคนที่ได้รับการคัดเลือกต้องมีความรู้ในสาขานั้นๆ แต่เรื่องนี้คงต้องคอย  ทว่าหลังจากนี้จะมีการตั้งหัวหน้าคณะขึ้นมาก่อน แล้วต่อไปคงจะมีการกระบนการคัดสรร  อย่างไรก็ตามคิดว่าขณะนี้คงเริ่มดำเนินการแล้ว ส่วนจะประกาศเมื่อใดต้องเฝ้าดูต่อไป ซึ่งตนไม่มั่นใจว่าสมบูรณ์หรือยังว่ามีบุคคลที่จะได้แต่ละคณะ

              ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากได้คณะรัฐมนตรี (ครม.)มาบริหารงาน แบบใด พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า อยากได้ ครม.ที่เข้ามาบริหารประเทศ  แต่ตนไม่สามารถตอบได้ ต้องเป็นเรื่องของนายกฯที่จะเลือก ครม. ซึ่งตนเข้าใจว่าหัวหน้า คสช.มีรายชื่อคนที่อยู่ในใจอยู่แล้ว และเชื่อว่าสามารถคัดเลือกคนที่จะมาดูแลประเทศชาติได้ ทั้งนี้อยากให้มีการประกาศนายกฯอย่างเป็นทางการก่อน

              เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวที่จะได้รับพิจารณาเป็น รมว.ยุติธรรมใน ครม. หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ ได้แต่ยิ้มรับ โดยไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด พร้อมกับเดินทางกับทันที


กกต.ยันสอบ'ยิ่งลักษณ์'ทัวร์นกขมิ้นทำตามก.ม.

              นายดุษฎี  พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการกกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่ากกต.เร่งสืบสวนสอบสวนคดีทัวร์นกขมิ้น ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ยืนยันว่า กกต.ปฏิบัติงานตามกฎหมาย และระเบียบ ไม่เลือกปฏิบัติ ทุกสำนวนที่เข้ามาจะมีความแตกต่างกัน บางสำนวนเป็นการไต่สวน บางสำนวนเป็นการสืบสวน บางกรณีมีหลักฐานชัดเจน แต่บางกรณีก็หาหลักฐานยาก ทำให้เวลาในการพิจารณาไม่เท่ากัน แต่ทั้งนี้การพิจารณาต้องอยู่ในกรอบเวลา 1 ปีที่กฎหมายกำหนด  และไม่มีใครแทรกแซงการทำงานในจุดนี้แน่นอน


มติกกต.แจกใบแดง-ใบเหลืองเลือกตั้งท้องถิ่นเพียบ

              นายดุษฎี แถลงว่า กกต.มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิและสั่งเลืออกตั้งใหม่ผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น ประกอบด้วย  1.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายศุภชัย ศุภศิริ นายกเทศบาลตำบลหนองแหย่ง  อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมนายประพัตร คำมา และนายสมัย บัวไพจิตติ  สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองแหย่ง และสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลในเขตเลือกตั้งที่ 2 ทดแทนกรณีถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งพร้อม สั่งให้ทั้งหมดชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินการคดีอาญากับบุคคลทั้ง 3 รวมถึง นายอุเท็ญ เขนย และนางฟองจันทร์ วันอ่อน ผู้ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ เนื่องจากก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งนายกและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลหนองแหย่ง นายอุเท็ญ นางฟองจันทร์ นายประพัตร และนายสมัย ซึ่งยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลฯได้ไปจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์โดยสวมเสื้อทีมของกลุ่มพลังทองเพื่อหนองแหย่งที่นายศุภชัย เป็นหัวหน้ากลุ่ม จึงถือว่าการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการเป็นคนเป็นโทษแก่ผู้สมัคร   

              นายดุษฎี กล่าวต่อว่า 2.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายสุด ดวงจันทร์ และนายสุนทร สุฤทธิ์  ผู้สมัครสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับทัน เขตเลือกตั้งที่ 2 อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ และสั่งเลือกตั้งใหม่ พร้อมเรียกค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ พร้อมดำเนินคดีอาญากับบุคคลทั้งสองด้วย จากกรณีย้ายบุคคลเข้ามาในทะเบียนบ้านเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งโดยไม่ชอบ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการดังกล่าว อันเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัคร  3. สั่งเพิกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและเลือกตั้งใหม่ นายสหนนท์ สถิตธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลส้มปอย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ  พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่และดำเนินคดีอาญา จากกรณีปราศรัยหาเสียงในทำนองว่า หากได้รับเลือกเป็นนายกอบต.ส้มป่อย จะจัดตั้งโครงการหลังฝนถนนเรียบ โดยมีรถเกรด 3 คันอยู่ที่บ้านพร้อมเอาเกรดถนนที่เป็นหลุมบ่อสัญจรไม่ได้จากเหตุฝนตกเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชาวบ้าน พร้อมจะเติมน้ำมันรถด้วยเงินตนเอง  จึงเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินจูงใจเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง
               
              นายดุษฎี กล่าวอีกว่า 4.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและเลือกตั้งใหม่ นายสว่าง จันทร์เที่ยง นายกอบต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่และดำเนินคดีอาญา จากกรณีลงประกาศในเว็บไซด์ เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “กลุ่มเพื่อเทพเสด็จ”โดยมีข้อความว่า ตนเองจบการศึกษาคณะสังคมศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยจ.เชียงใหม่ ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เคยศึกษาในมหาวิทยาลัยดังกล่าว และยังแจกเสื้อยืดโปโลที่มีข้อความ กลุ่มเพื่อเทพเสด็จแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และบุตรหลานของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงเข้าข่ายหลอกลวงให้เข้าใจผิดและสัญญาว่าจะให้เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง  5. สั่งเลือกตั้งใหม่ นายเดือน บุญครอบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแพ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ จากกรณีที่มีความปรากฎว่ามีการจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้งและกลับบ้านพัก   รวมทั้งให้หัวคะแนนจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิ เลือกตั้งหัวละ 1 พันบาทพร้อมเหรียญพระพุทธบพิธของกระทรวงคมนาคม และรู้เห็นเป็นใจให้มีการจัดเลี้ยงกาแฟแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
               
              นายดุษฎี ยังกล่าวด้วยว่า 6.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและเลือกตั้งใหม่ นายจำรัส โสพัฒน์  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแขม อ.อุทมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ พร้อมให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีอาญา กรณีไม่ยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายในการเลือกตั้งภายในระยะเวลา 90 วันนับแต่วันเลือกตั้งตามพ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นมาตรา 55 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 56 วรรคสอง   7 . สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและเลือกตั้งใหม่ นายศักดิ์สิทธิ์ บัวพันธ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลด่าน เขตเลือกตั้งที่ 9 อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่และดำเนินคดีอาญา กรณี ไม่ยื่นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งภายในระยะเวลากฎหมายกำหนดตามพ.ร.บ.เดียวกัน
               
              นายดุษฎี กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมกกต.ยังมีมติยกคำร้องคัดค้านนายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ส.ว.นครราชสีมา จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มี.ค. กรณีถูกกล่าวหาว่าติดป้ายโฆษณาแนะนำตัวในเวลาต้องห้าม แต่จากการตรวจสอบ พบว่า ป้ายดังกล่าวได้ติดมาตั้งแต่มีการเลือกตั้ง