
'พระสุเทพ'ชวนนักการเมืองเข้าถึงธรรม
07 ส.ค. 2557
'พระสุเทพ' ไร้กำหนดสึก ชวนเข้าถึงธรรมช่วงเว้นวรรคการเมือง 'ปชป.' จี้ 'ดีเอสไอ' พิจารณาสงสัยรีสอร์ท 'ธาริต' รุกป่าสงวนเป็นคดีพิเศษ ชี้ 'ปู' ร้อง อสส.ยื้อคดีข้าว
7 ส.ค. 57 นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้านมัสการพระสุเทพ ปภากโร หรือหลวงลุงสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สวนโมกข์ จ.สุราษฎร์ธานี และร่วมสวดมนต์พร้อมฉันเช้า พบว่า หลวงลุงสุเทพ นํ้าหนักลดไป 15 กิโลกรัม แต่ดูท่านแจ่มใสมาก ซึ่งหลวงลุงสุเทพ ได้เปิดเทปบันทึกพระธรรมเทศนาพระพุทธทาสภิกขุ ให้ได้ฟัง ทั้งนี้ก่อนที่จะเดินทางกลับ หลวงลุงสุเทพ ได้เชื้อเชิญให้พวกเราใช้โอกาสการเว้นวรรคทางการเมือง ในการเข้าถึงธรรม ส่วนหลวงลุงสุเทพ ยังไม่มีกำหนดสึก
'ปชป.' จี้ พิจารณาสงสัยรีสอร์ท 'ธาริต' รุกป่าสงวนเป็นคดีพิเศษ
นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันศุกร์ที่ 8 ส.ค.นี้ เวลา 10.10 น. ตนจะเดินทางไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้พิจารณารับกรณีที่มีข้อสงสัยว่า รีสอร์ทที่ จ.นครราชสีมา ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ เป็นคดีพิเศษ เพราะคดีนี้ส่อว่าจะมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ร่วมกระทำผิดด้วย และถือเป็นคดีที่ซับซ้อน เนื่องจากที่ดินที่ใช้สร้างรีสอร์ท มีการออกโฉนดโดยกรมที่ดิน จึงควรสอบสวนว่าผู้ใดมีส่วนรู้เห็นในการรุกป่าบ้าง เพราะที่ผ่านมา ดีเอสไอเคยรับคดีการบุกรุกป่าของชาวบ้านไว้เป็นคดีพิเศษมาแล้วหลายคดี และคดีนี้มีอดีตอธิบดีดีเอสไอ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมกระทำผิด จึงควรใช้มาตรฐานเดียวกันในการพิจารณารับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ
"หากนายธาริต ยืนยันว่า ไม่ได้บุกรุกป่าสงวน ก็ขอท้าให้มาสาบานที่หน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่พรรคประชาธิปัตย์ หรือที่สนามหลวงก็ได้ หรือจะสาบานที่วัดพระแก้วก็ได้ และผมขอประกาศว่า จะเดินหน้าพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ให้ได้"
'ปชป.' ชี้ 'ยิ่งลักษณ์' ร้อง อสส.หวังยื้อคดีข้าว
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบให้ทนายความร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า ที่แท้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยื้อคดี เพราะจากการอ่านประเด็นต่างๆ 7 ข้อ ที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร้องไป แล้วรู้สึกมึนๆ งงๆ เพราะค่อนข้างวกไปวนมา คล้ายกับว่า คนที่เขียนคำร้องยังไม่เข้าใจเรื่องจำนำข้าวดีพอ และยังไม่เข้าใจประเด็นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พยายามโยงให้เห็นถึงความเสียหาย ทั้งๆ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ไล่จากจำนำสูงกว่าตลาด ทำลายกลไกตลาด เกิดการทุจริตทุกขั้นตอน ระบายข้าวไม่โปร่งใส โดยใช้อิทธิพลการเมืองช่วยเหลือพวกพ้อง เกิดภาวะขาดทุนจำนวนมาก รวมทั้งมีข้าวหาย ข้าวเสื่อม นำข้าวต่างประเทศมาสวมสิทธิ์ ชาวนาได้รับความเดือดร้อน และฆ่าตัวตาย ได้รับรายงานความเสียหายตลอดจนการทุจริต ทำไมนายกรัฐมนตรี จึงไม่ระงับยับยั้ง ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ แก้ประเด็นต่างๆ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สรุปแล้ว คนเขียนคำร้องยังไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการจำนำข้าว แบบเข้าใจจริงๆ แต่ก็มาอ๋อตรงที่ให้อัยการสูงสุดสอบสวนพยานเพิ่มอีก 8 ปาก จากเดิมที่เคยขอ ป.ป.ช.แล้วถูกปฏิเสธ และให้อัยการสูงสุด ไต่สวนพยานในส่วนของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับโครงการอีกกว่า 50 ปากด้วย รวมแล้วร่วม 60 ปาก ที่แท้ก็ต้องการยื้อคดีนั่นเอง



