
โต้คว่ำบาตร!'รัสเซีย'ห้ามนำเข้าอาหาร
07 ส.ค. 2557
'รัสเซีย' ตอบโต้ มาตรการคว่ำบาตร อันเนื่องมาจากวิกฤติยูเครน ด้วยการห้ามนำเข้าอาหาร โดยอ้างว่า เพื่อปกป้องผู้บริโภค
7 ส.ค. 57 รอสเซลโคซนัดเซอร์ หน่วยงานควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารของรัสเซีย ระบุว่า สินค้าต้องห้ามนำเข้า ได้แก่ นม , ชีส และหัวหอมจากยูเครน , ลูกพีชจากกรีซ , ลูกพรุนจากเซอร์เบีย , แอปเปิล-กระหล่ำปลีจากโปแลนด์ และเนื้อวัวจากสเปน เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ มีองค์ประกอบที่เป็นพิษ และมีแบคทีเรียอันตราย หรือไม่ก็ละเมิดกฎเกณฑ์อื่นๆ
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สหภาพยุโรป หรือ อียู และสหรัฐ ได้หารือกันเรื่องที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย // รอสเซลโคซนัดเซอร์ ก็ระบุว่า ได้พบว่าอาหารที่นำเข้าจากต่างชาติ เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคของรัสเซีย จึงได้สั่งห้ามสินค้านำเข้าจากอียู หรือ สหรัฐ
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว รัสเซียได้ห้ามนำเข้าผักและผลไม้จากโปแลนด์ ฐานละเมิดความปลอดภัยด้านอาหารซ้ำซาก ทำให้โปแลนด์ ที่ได้ชื่อว่า มีจุดยืนแข็งแกร่งที่สุดในการสนับสนุนรัฐบาลยูเครน ต้องสูญเสียมูลค่าทางการตลาด มากกว่า 1 ล้านยูโร หรือราว 41,000 ล้านบาท
ก่อนหน้าที่โปแลนด์จะถูกตอบโต้ รอสเซลโคซนัดเซอร์ ได้ห้ามนำเข้า มันฝรั่ง , นมถั่วเหลือง , น้ำผลไม้ , ผัก และผลไม้กระป๋อง , นม , ชีส และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรอื่นๆ จากยูเครน โดยอ้างเหตุผลว่า พบร่องรอยของยาปฏิชีวนะ หรือการติดฉลากที่มีการละเมิด นอกจากนี้ยังขู่ว่า จะห้ามนำเข้านมผงจากลัทเวีย ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอียู , ไก่จากสหรัฐ รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ จากยูเครนด้วย
เหตุผลของรัสเซีย ในการห้ามนำเข้าสินค้าเหมือนกันทุกครั้ง คือ การปกป้องผู้บริโภค และเพื่อสุขภาพของประชากร และไม่เคยพาดพิงเรื่องการเมือง นายนิโคไล พานคอฟ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรของสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย ระบุว่า ยูเครนเป็นประเทศที่มีสงคราม เหตุใดรัสเซียจึงต้องนำเข้าเนื้อสัตว์ ที่ตายเพราะกระสุนปืนใหญ่ด้วย
ที่ผ่านมา รัสเซียมักถูกกล่าวหาว่า ใช้การค้าเป็นอาวุธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างเหตุผลด้านสุขภาพ ในการห้ามนำเข้าสินค้า เพื่อเป็นแนวทางในการกดดันเพื่อนบ้าน // เมื่อปี 2549 รัสเซีย ห้ามนำเข้าไวน์จากจอร์เจีย ที่หันไปหานโยบายมุ่งตะวันตก ส่งผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากไวน์เป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดไปยังรัสเซีย และมาตรการลงโทษของรัสเซีย ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เมื่อสองฝ่ายทำสงครามกันช่วงสั้นๆ เมื่อปี 2551 และเพิ่งจะยกเลิกเมื่อปีที่แล้ว
เมื่อไม่นานมานี้ รัสเซีย เพิ่งจำกัดการนำเข้าเนื้อวัว , ผลไม้ และไวน์จากมอนโดว่า หลังมอนโดว่า ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีกับอียู เมื่อเดือนมิถุนายน ทั้งที่เคยได้รับผลประโยชน์ในด้านสิทธิพิเศษทางการค้ากับรัสเซีย ซึ่งรัสเซียได้เตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า จำเป็นต้องใช้มาตรการปกป้องเศรษฐกิจ และผู้บริโภค ในขณะที่ยูเครนกับมอนโดว่า เริ่มทำข้อตกลงการค้าเสรีกับอียู
รัสเซียอาจหาสินค้าทดแทนได้ด้วยการหันไปนำเข้าจากประเทศอื่น แต่ก็ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืช , ยาฆ่าแมลง และเครื่องมือทำฟาร์ม // นอกจากประเทศในยุโรปแล้ว รัสเซียก็กำลังหันไปเล่นงานสหรัฐด้วย โดยได้ห้ามนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐ เมื่อปี 2556 และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังก็โดนด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ติดรายละเอียดของแคลอรี่ ไม่ตรงกับฉลาก และไม่ผ่านกฎเกณฑ์ความปลอดภัยด้านอาหาร
-----------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



