ข่าว

 'อุ้มบุญ'สู่ช่องทางค้ามนุษย์ก.ม.เข้มยังคือคำตอบ

'อุ้มบุญ'สู่ช่องทางค้ามนุษย์ก.ม.เข้มยังคือคำตอบ

07 ส.ค. 2557

ผ่าขบวนการ'อุ้มบุญ'สู่ช่องทางค้ามนุษย์ ก.ม.เข้มยังคือคำตอบ : ทีมข่าวอาชญากรรม/ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               หลังจากเกิดกรณีสาวไทยวัย 22 ปี รับจ้างจากสองสามีภรรยาชาวออสเตรเลียเพื่ออุ้มบุญ หรือตั้งครรภ์แทน ก่อนจะคลอดลูกแฝด โดยพ่อแม่ชาวออสเตรเลียรับเพียงเด็กหญิงที่อาการปกติไปเพียงคนเดียว โดยทิ้ง "ด.ช.แกมมี่" ฝาแฝดอีกคน ที่มีอาการดาวน์ซินโดรม ไว้กับหญิงสาวคนดังกล่าว หลังเกิดเรื่องราวได้ไม่นาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีประสานให้ตำรวจ สน.ลาดพร้าว และทหาร เข้าตรวจสอบห้องพักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 130 ย่านคลองจั่น พบผู้หญิงไทยอุ้มบุญ โดยพบเด็กชายหญิงอายุตั้งแต่ไม่กี่เดือนจนถึง 10 ปี รวม 9 คน และหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนอีก 1 คน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เด็กเหล่านี้เกิดจากพ่อชาวญี่ปุ่นคนเดียวกัน กลายเป็นคำถามตามมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของเครือข่ายนายหน้ารับจ้างอุ้มบุญ ซึ่งเป็นการกระทำผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์ได้หรือไม่

                สิ่งที่เกิดขึ้นทิ้งคำถามและข้อสงสัยให้แก่เจ้าหน้าที่ไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะการกระทำดังกล่าวน่าจะเข้าข่าย "การค้ามนุษย์" ล่าสุดตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) โดย พ.ต.อ.ชิตภพ โตเหมือน ผกก.1 บก.ปคม. เตรียมจะประสานกับทีมสืบสวนของ สน.ลาดพร้าว รวมถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าจะมีเรื่องการค้ามนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เบื้องต้นเหตุที่เกิดขึ้นยังไม่เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ แต่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม รวมถึงข้อกำหนดและประกาศของแพทยสภา

                สอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านการแพทย์ ที่ยืนยันว่า การอุ้มบุญในไทยเกิดขึ้นมานานหลายปี โดยสามารถทำได้ในสถานพยาบาลหลายแห่ง รวมถึงสถาบันการศึกษาที่มีการสอนเกี่ยวกับเรื่องทางการแพทย์ ซึ่งอาจมีบุคลากรทางการแพทย์บางรายเล็ดลอดไปรับทำอุ้มบุญภายนอก การทำอุ้มบุญนั้น จะเริ่มตั้งแต่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการคัดสเปิร์มผู้ชายผสมกับผู้หญิงก็จะสามารถท้องได้ 

                "เดิมก่อนจะมาถึงการอุ้มบุญ จะมีเด็กหลอดแก้วก่อน โดยเอาไข่มาจากผู้หญิง มาผสมภายนอก ผสมได้ โตได้ ก็จะเลือกไข่ที่โตได้ไปฝังในมดลูกของแม่ก่อนถ้าทำได้ แต่ถ้าแม่ไม่มีความพร้อม ฝังแล้วหลุดตลอด เป็นมะเร็ง ป่วย ก็จะไม่สามารถติดได้ หลังจากนั้นจึงมีแนวคิดเรื่องการอุ้มบุญขึ้นมา โดยนำไข่ไปฝังในมดลูกของคนที่พร้อม แต่ไม่ใช่ว่าจะฝังในแม่คนไหนก็ได้ เพราะแม่บางคนได้รับเซลล์เข้าไปในมดลูกก็จะสลาย การอุ้มบุญไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะใส่เข้าไปแล้วตั้งท้องเลย หรือใครจะทำก็ได้ เวลาให้คนมารับเป็นแม่อุ้มบุญ แม่จะต้องไม่ปฏิเสธเด็ก โดยก่อนที่จะทำต้องตรวจร่างกาย ตรวจเลือดให้คล้ายกันมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมพาญาติมาครั้งละหลายๆ คน เพื่อประหยัดในเรื่องเวลา และผู้ที่พามาหรือพ่อของเด็กจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง" แหล่งข่าวทางการแพทย์ กล่าว

                แหล่งข่าวด้านการแพทย์ ระบุด้วยว่า ในอดีต สามีภรรยาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น นำญาติเข้ามาในไทย เพื่ออุ้มบุญโดยเฉพาะ ซึ่งเขาแจ้งสถานทูตว่าเข้ามาในไทยเพื่อทำการอุ้มบุญ โดยจะมีสถานพยาบาลออกหนังสือรับรองไปยังสถานทูตว่าอยู่ในไทยเพื่อทำอุ้มบุญ หลังคลอดแล้วจะทำหนังสือรับรองบุตร จากนั้นสถานทูตจะออกหนังสือเดินทางให้เด็ก เพื่อนำกลับประเทศทันที แต่ปัจจุบันมีนายหน้าเข้ามาหาหญิงไทยให้รับอุ้มบุญ จึงไม่มีการประสานผ่านสถานทูต ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า นำเด็กออกนอกประเทศได้อย่างไร

                สอดคล้องกับ นายอิลยา สมิร์นอฟฟ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสายเด็ก 1387 หน่วยงานเอกชนที่ให้การช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั้งในไทยและต่างประเทศ ให้ข้อมูลว่า ขบวนการจัดหาแม่อุ้มบุญในประเทศไทยมีมานานกว่า 10 ปี วิธีการหากินของขบวนการนี้ จะติดต่อจากสามีภรรยาที่ต้องการแม่อุ้มบุญ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ โดยจะต่อรองราคาค่าใช้จ่าย จากนั้นจะติดต่อหญิงไทยเพื่อให้มาอุ้มบุญ จากนั้นจะติดต่อคลินิกประจำหรือโรงพยาบาล เพื่อผสมเชื้อ หลังคลอด โดยแม่อุ้มบุญจะเซ็นสละสิทธิ์การเป็นแม่ทันที 

                ขณะที่ "ใบเกิด" จะระบุชื่อของพ่ออย่างชัดเจน จากนั้นจะนำไปที่สถานทูตเพื่อทำหนังสือเดินทาง แล้วนำเด็กออกนอกประเทศทันที การอุ้มบุญในไทยทำได้ง่าย เพราะไม่มีกฎหมายที่ชัดเจน จึงอยากให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลในการตรวจสอบเอกสาร ประวัติของครอบครัวที่ต้องการรับบริการอุ้มบุญ พร้อมทั้งติดตามผลเมื่อนำเด็กไปเลี้ยงดูแทนที่นายหน้า หรือเอเยนซี่ เพราะล่าสุดมีข้อมูลว่า กรณีเด็กอุ้มบุญนอกจากจะมีการนำไปเลี้ยงดูแล้ว อาจมีการนำเด็กไปทำสเต็มเซลล์

                "ผมเป็นห่วงว่า นอกจากจะมีการอุ้มบุญเพื่อนำเด็กไปเลี้ยงดูแล้ว จากการติดตามข่าวพบว่า มีหลายรายที่เมื่อถูกนำไปต่างประเทศแล้วเด็กจะถูกทารุณกรรม ทั้งนี้จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างเครือข่ายองค์กรด้านเด็กระหว่างประเทศ มีการพูดถึงการอุ้มบุญเด็กเพื่อทำสเต็มเซลล์ ซึ่งอยากให้ทางการไทยตรวจสอบเรื่องนี้ให้มีความชัดเจน และควรมีหน่วยงานขึ้นมาตรวจสอบ หรือดำเนินการกับกลุ่มนายหน้ารับจ้างอุ้มบุญที่มีการประกาศรับสมัครหญิงสาวเพื่อการอุ้มบุญอย่างแพร่หลาย" นายอิลยา กล่าว

                ที่ผ่านมามีความพยายามในการร่างกฎหมายขึ้นมาควบคุมเกี่ยวกับการอุ้มบุญในไทย โดยเฉพาะ มานานหลายปี แต่จนถึงขณะนี้กฎหมายดังกล่าวยังไม่มีการบังคับใช้ โดย นางระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์ เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ เปิดเผยว่า มีการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ…. หรือ กฎหมายอุ้มบุญ มีเนื้อหาสำคัญคือ อุ้มบุญได้ในกรณีต้องการสืบสกุล ผู้รับอุ้มบุญต้องเป็นเครือญาติกัน โดยไม่ใช่กระทำเพื่อเชิงธุรกิจ มาตั้งแต่ปลายปี 2548 โดยคณะกรรมการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับเด็กให้เป็นไปตามมาตรฐาน ที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก สืบเนื่องมาจากสภาวะมีบุตรยาก ต้องใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ในบางกรณีที่ภรรยาไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ก็ต้องให้คนอื่นช่วยตั้งครรภ์แทน 

                ทั้งนี้มีความคาดหวังว่า กฎหมายฉบับนี้จะช่วยป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา อย่างสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการรับจ้างตั้งครรภ์ เพราะกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญคือ ห้ามการท้องแทนโดยการค้า หรือว่ามีนายหน้าหรือคนกลาง เข้าไปเกี่ยวข้อง รวมถึงโฆษณาชวนเชื่อด้วย แต่จนถึงขณะนี้กฎหมายฉบับดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการเตรียมยื่นกลับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เนื่องจากที่ผ่านมาติดขัดปัญหาการเพิกเฉยและการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งหาก พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้มีผลบังคับใช้ คาดว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ เนื่องจากปัจจุบันมีแค่ประกาศแพทยสภาบังคับใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจอุ้มบุญ และมีบทบัญญัติแค่เพิกถอนใบอนุญาตทางการแพทย์เท่านั้น