
ผวาแก๊งรัสเซียแฮ็กบัญชี-รหัสผ่านเน็ต
ผวาแก๊งอาชญากรรมรัสเซียล้วงข้อมูลบัญชี-รหัสผ่านของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 1,200 ล้านบัญชี หวั่นคนทั่วโลกโดนเจาะข้อมูลจนหมดตัว แต่ละปียักษ์ใหญ่โดนแฮ็กสูญนับร้อยล.
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม บริษัทโฮลด์ ซีเคียวริตี้ บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตในเมืองมิลวอล์กกี สหรัฐอเมริกา รายงานว่า ทางบริษัทได้ตรวจพบข้อมูลการก่ออาชญากรรมในโลกออนไลน์ครั้งใหญ่ของแก๊ง "ไซเบอร์วอร์" ในรัสเซียที่สามารถล้วงข้อมูลทั้งชื่อบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้ใช้งานเว็บไซต์ 4.2 แสนแห่งทั้งใหญ่และเล็ก โดยสามารถล้วงข้อมูลผู้ใช้จากบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกา และผู้ใช้ทั่วไปในโลกประมาณ 1,200 ล้านบัญชี
บริษัทโฮลด์ระบุในแถลงการณ์ยืนยันว่าการก่ออาชญากรรมครั้งนี้มีความรุนแรง และสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ทุกแห่ง โดยแก๊งไซเบอร์วอร์ สามารถล้วงข้อมูลของทุกคนที่ฝากอยู่ในเวิล์ด ไวด์ เว็บ (World Wide Web : WWW) ด้วยวิธีการต่างๆ นานา โดยอาจจะไม่ได้ล้วงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยตรง แต่สามารถเจาะเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ หรือผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่ผู้ใช้ให้ความเชื่อถือ หรือจะเป็นการล้วงข้อมูลผ่านทางนายจ้าง เพื่อน หรือ ครอบครัวของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต
กระบวนการล้วงข้อมูลของแก๊งไซเบอร์วอร์จะเริ่มต้นจากการจัดหาข้อมูลเบื้องต้นของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจากตลาดมืดที่เหล่าแฮ็กเกอร์ ซึ่งเจาะฐานข้อมูลบัญชีผู้ใช้ออกมาขาย หลังจากนั้นจะส่งมัลแวร์เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีบัญชีนั้นอยู่เพื่อเป็นประตูในการล้วงข้อมูลในเว็บไซต์อื่นๆ รวมทั้งบัญชีโซเชียลมีเดีย นอกจากนั้นยังมีการล้วงข้อมูลบัญชีอีเมลอีกด้วย
แก๊งไซเบอร์วอร์ไม่แบ่งแยกความแตกต่างระหว่างเว็บไซต์ขนาดเล็กหรือใหญ่ ไม่สนใจว่า จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือเล็ก แต่จะติดตามการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ ของผู้ใช้ที่ตกเป็นเป้าหมาย โดยเว็บไซต์ที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกล้วงข้อมูลมีทั้งกลุ่มที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมทุกประเภททั่วโลกไปจนถึงเว็บไซต์ขนาดเล็กต่างๆ รวมทั้งเว็บไซต์ส่วนบุคคล
ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่าแก๊งไซเบอร์วอร์ มีฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ตอนกลางค่อนมาทางใต้ของรัสเซีย รวมทั้งคาซัคสถานและมองโกเลีย โดยเป็นกลุ่มแฮ็กเกอร์วัย 20 ปีเศษ ราว 10 คน ทั้งนี้ นายอเล็กซ์ โฮลเดน ผู้ก่อตั้งโฮลด์ ซีเคียวริตี้ ระบุว่า ภายในแก๊งได้แบ่งระดับการปฏิบัติการเป็นระบบ กระจายการทำงานกัน โดยมีส่วนหนึ่งเป็นผู้เขียนโปรแกรมการแฮ็กข้อมูล และอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่ขโมยข้อมูล
นายโฮลเดนยังเปิดเผยด้วยว่า แฮ็กเกอร์กลุ่มนี้ปฏิบัติการล้วงข้อมูลแม้แต่ในรัสเซียเอง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซีย อย่างไรก็ตามตนมีแผนที่จะกระตุ้นเตือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาให้ตระหนักถึงความรุนแรงของการล้วงข้อมูลครั้งมโหฬารนี้ แม้ว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลรัสเซีย ที่ไม่เคยติดตามแฮ็กเกอร์ที่กระทำความผิดในระดับโลกมาลงโทษแต่อย่างใด
ขณะที่ นายอาวิวาห์ ลิทาน นักวิเคราะห์ด้านความปลอดภัยแห่งบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ ให้ความเห็นว่า บริษัทต่างๆ ที่พึ่งพาการทำงานโดยอาศัยชื่อบัญชีและรหัสผ่านเป็นหลักต้องพึงระวังและตระหนักถึงความเร่งด่วนของเหตุที่เกิดขึ้น และควรเปลี่ยนแปลงระบบการรักษาความปลอดภัยใหม่ มิเช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรที่มุ่งมั่นเจาะล้วงข้อมูลของผู้ใช้เสมอ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแก๊งไซเบอร์วอร์ ไม่ได้นำข้อมูลที่ล้วงได้ออกจำหน่ายทางออนไลน์มากนัก แต่กลับใช้บัญชีและรหัสผ่านของผู้ใช้ที่ขโมยมาได้ในการส่งสแปม หรือเนื้อหาขยะ ไปในบัญชีของผู้ใช้รายนั้นและกรรโชกเงินเพื่อเป็นค่าไถ่ในการเรียกคืนบัญชี
นายโฮลเดนเปิดเผยว่า ทีมงานติดตามความเคลื่อนไหวของแก๊งไซเบอร์วอร์มาตั้งแต่ปี 2554 เมื่อครั้งยังเป็นเพียงกลุ่มแฮ็กเกอร์สมัครเล่น แต่หลังจากนั้นได้พัฒนาการก่ออาชญากรรมมาโดยตลอดจนกลายเป็นภัยรุนแรงมากขึ้น ซึ่งนายโฮลเดนกล่าวว่า ทีมงานได้แจ้งเตือนบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งไซเบอร์วอร์ได้บ้าง แต่ไม่ครบทุกแห่ง
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่บริษัทธุรกิจต่างๆ ล้วงข้อมูล มีแนวโน้มสูงขึ้น จากผลวิจัยของสถาบันโปเนมอน องค์กรวิจัยอิสระและไอบีเอ็ม บริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ระบุว่ามูลค่าความเสียหายจากการล้วงข้อมูลในปี 2557 อยู่ที่ราว 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อการล้วงข้อมูลของบริษัท 1 ครั้งโดยเฉลี่ย และเพิ่มขึ้น 15% จากตัวเลข 3.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้งเมื่อปี 2556
...............
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.mcot.net)



