ข่าว

'รอง ผบก.รฟ'ไม่เชื่อคนร้ายรมยาสลบฉกทรัพย์

'รอง ผบก.รฟ'ไม่เชื่อคนร้ายรมยาสลบฉกทรัพย์

06 ส.ค. 2557

รอง ผบก.รฟ ไม่เชื่อคนร้ายรมยาสลบฉกทรัพย์ผู้โดยสาร

 
 
 
          วันที่ 6 ส.ค.57 จากกรณีที่ผู้โดยสารรถไฟขบวนรถด่วนพิเศษ ทักษิณที่ 37 วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-สุไหงโก- ลก ได้ถูกคนร้ายโจรกรรมทรัพย์สินโทรศัพท์มือถือ และเงินสด รวมูลค่าประมาณ 1 แสนบาท โดยผู้เสียหายร่วม 10 คนไม่รู้ตัวว่าถูกคนร้ายโจรกรรมทรัพย์สิน กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 6.00 น.ของวันที่ 5  ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าทรัพย์สินที่เป็นโทรศัพท์และเงินสดสูญหายไป โดยมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีรถไฟหาดใหญ่ตรวจสอบและติดตามหาตัวคนร้ายแต่ยังไม่พบร่องรอยอย่างใด
 
          ความคืบหน้า พ.ต.อ.วิเศษ  เกตุพันธ์ รอง ผบก.รฟ.กล่าวว่า ที่มีกระแสข่าวว่าคนร้ายน่าจะใช้ยารมควันกับผู้เสียหายจนนอนหลับอย่างไม่รู้ตัวนั้นคงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากในตู้โดยสารที่ผู้เสียหายโดยสารมาบางคนยังรู้สึกตัว แต่ไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ลักทรัพย์ ซึ่งในเบื้องต้นได้ตรวจสอบตามตู้โดยสารต่างๆ แต่ยังไม่พบผู้ต้องสงสัยอย่างใด ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตรวจหาภาพจากกล้องวงจรปิดตามสถานีรถไฟต่างๆ ที่ขบวนรถไฟสายนี้วิ่งผ่านในช่วงที่น่าจะเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาตัวผู้ต้องสงสัยที่อาจจะลงตามสถานีที่ขบวนรถวิ่งผ่าน 
 
          พ.ต.อ.วิเศษ กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นในช่วงนี้ทางตำรวจรถไฟก็มีการตรวจตราดูแลความเรียบร้อยต่างๆ เข้มงวดมากยิ่งขึ้น แต่ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากคนร้ายคงจะรอจังหวะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจในตู้โดยสารอื่นจึงอาศัยจังหวะลงมือก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟก็เร่งที่จะติดตามจับบกุมคนร้ายอย่างเต็มที่ ซึ่งคงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะคงจะมีความคืบหน้ามากขึ้น  
 
          พ.ต.อ.วิเศษ กล่าวด้วยว่า การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้โดยสารรถไฟขบวนต่างๆ นั้นทางเจ้าหน้าที่การรถไฟควรมีมาตรการที่เข้มงวดชัดเจนมากยิ่งขึ้น อย่างกรณีการขึ้นลงบนขบวนรถไฟควรจะมีการจัดให้ขึ้นลงในทางเดียวกันและมีอุปกรณ์การตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น หรืออาจจะต้องมีการตรวจเช็ครายชื่อของผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางไปกับรถไฟขบวนต่างๆ ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบหาผู้ต้องสงสัยได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามทางกองบังคับการตำรวจรถไฟก็พยายามที่จะเข้มงวดดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินของผู้โดยสารอย่างเต็มที่อยู่แล้ว