ข่าว

ยอดตาย'อีโบลา'พุ่ง!ศพถูกทิ้งเกลื่อน

ยอดตาย'อีโบลา'พุ่ง!ศพถูกทิ้งเกลื่อน

06 ส.ค. 2557

ญาติเหยื่อ 'อีโบลา' ไม่สนคำสั่งรัฐบาล ลากศพผู้ติดเชื้อไปทิ้งตามถนน ขณะที่ผู้ที่ติดต่อกับผู้ติดเชื้อชาวอเมริกันที่เสียชีวิต เริ่มแสดงอาการแล้ว

 
                    6 ส.ค.57 บรรดาญาติของเหยื่ออีโบลาในไลบีเรีย ต่างไม่สนใจคำสั่งของรัฐบาล และพากันทิ้งศพที่ติดเชื้อไว้ตามถนน ขณะที่บรรดารัฐบาลในแอฟริกาตะวันตก กำลังพยายามหามาตรการที่เข้มงวดมาบังคับใช้ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะ ที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 887 คน ที่ไนจีเรีย ซึ่งบันทึกผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ทางการในกรุงลากอส ระบุว่ามีคน 8 คน ที่ติดต่อกับแพ็ททริค ซอว์เยอร์ ชาวอเมริกันที่เสียชีวิตเพราะไวรัสอีโบลา ได้แสดงอาการของโรคออกมาแล้ว
 
                    การแพร่ระบาดครั้งล่าสุด ถูกพบเมื่อเดือนมีนาคม ในเขตพื้นที่ป่าห่างไกลในกินี ที่ยอดผู้เสียชีวิตกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนเพื่อนบ้านอย่างเซียร่า เลโอน และไลบีเรีย มีการระบาดรวดเร็วที่สุด ทางการต้องส่งกำลังทหารไปประจำการที่ชายแดน เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้ออีโบลาเนื่องจากเป็นจุดที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อถึง 70 เปอร์เซ็นต์
 
                    ทั้งสามประเทศได้ประกาศใช้มาตรการที่เข้มงวดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา ทั้งปิดโรงเรียนและกักโรคบ้านของผู้ติดเชื้อ ด้วยความวิตกว่า ไวรัสที่ยังไม่มียารักษานี้ จะคุกคามระบบสาธารณสุของหนึ่งในภูมิภาคที่ยากจนที่สุดในโลก
 
                    ในกรุงมอนโรวา ของไลบีเรีย พบว่า ญาติของเหยื่ออีโบลา พากันลากศพออกไปทิ้งตามถนนที่สกปรกแทนที่จะยอมให้บ้านเป็นสถานที่กักโรคตามคำสั่งของรัฐบาล นายลูอิส บราวน์ รัฐมนตรีข่าวสาร ระบุว่า มีบางคนตระหนกตกใจต่อกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ในการกำจัดการแพร่เชื้อที่บ้านของเหยื่ออีโบลา รวมถึงติดตามร่องรอยไปยังบ้านเพื่้อนและญาติของพวกเขาด้วยขณะที่ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อไม่ถึงครึ่ง ที่รอดชีวิตจากโรคร้ายนี้ และชาวแอฟริกันจำนวนมาก ก็เชื่อด้วยว่า การรักษาตัวในแผนกผู้ติดเชื้ออีโบลาของโรงพยาบาล เป็นการเข้าไปสู่กับดักที่นำไปสู่ความตาย
 
                    นายบราวน์ บอกว่า ญาติเหยื่อได้ลากศพออกจากบ้านไปทิ้งไว้ตามถนน ทำให้พวกเขาเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส แม้ว่าทางการจะบอกให้ทิ้งศพไว้ในบ้านและจะไปจัดการให้เองก็ตาม ซึ่งตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ ได้มีการเผาศพผู้ติดเชื้อไปเป็นจำนวนมาก
 
                    สายการบริติช แอร์เวย์ส ระบุว่า ได้ระงับเที่ยวบินขาเข้าและออกจากไลบีเรีย และเซียร่า เลโอน จนถึงสิ้นเดือนนี้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของสาธารณชน ส่วนเยอรมนี ฝรั่งเศสและสหรัฐ ได้จับมือกันให้คำแนะนำว่าไม่ควรเดินทางไปยังกินี ไลบีเรีย และเซียร่า เลโอน เนื่องจากยังไม่มีแนวโน้มว่าการระบาดของโรคจะยุติลงง่าย ๆ
 
 
เกิดความสับสนเกี่ยวกับผู้ป่วย 6 คน ที่เสี่ยงติดเชื้ออีโบลาในสหรัฐฯ
 
 
                    หน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหรัฐ ถูกมองว่า พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความตื่นตะหนกเกี่ยวกับไวรัสอีโบลา ด้วยการไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อให้สาธารณชนรับทราบ ทำให้เกิดความสับสนในการแถลงข่าว โดยหลังการอัพเดทข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับอีโบลา ในการแถลงข่าวที่นครนิวยอร์คของสหรัฐ เมื่อวันอังคาร ได้ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับตัวเลขผู้ป่วย 6 คน ที่เป็นไปได้ว่าจะติดเชื้อไวรัสอีโบลา และตัวเลขผู้ป่วยที่แท้จริงที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในนิวยอร์ค โดยเว็บไซต์ เบรทบาร์ท นิวส์ รายงานว่า ได้เกิดความสับสนจากรายงานข่าวที่ว่า ผู้ป่วยทั้ง 6 คน ไม่ได้รักษาตัวอยู่ที่นครนิวยอร์คที่เดียว แต่ดูเหมือนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC จะระบุว่า ผู้ป่วยทั้ง 6 คน กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งหมายถึงความวิตกจะขยายตามไปด้วย
 
                    สำนักข่าว CNN รายงานอ้างถ้อยแถลงของ CDC ว่า มีผู้ป่วย 6 คน กำลังถูกสังเกตอาการว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลาหรือไม่ ขณะที่สำนักข่าวอื่น ๆ พากันรายงานว่า ผู้ป่วยทั้ง 6 คน อยู่ที่นครนิวยอร์ค แต่ CNN กลับไม่เจาะจงว่าอยู่ที่นิวยอร์คแห่งเดียวหรือไม่
 
                    หลังการแถลงข่าวผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ทางโรงพยาบาลเมาท์ ไซไน ในนครนิวยอร์ค ได้เปิดการแถลงข่าวแก้ไขข้อมูล โดยระบุว่า มีผู้ป่วยเพียงคนเดียวที่เข้ารับการทดสอบการตรวจหาเชื้อไวรัสอีโบลา หรือ EVD ขณะที่แหล่งข่าวในกรมอนามัยและสุขภาพจิตของนิวยอร์ค ยืนยันว่า มีผู้ป่วยเพียงคนเดียวที่นิวยอร์ค ที่ถูกกักโรคเพราะความวิตกว่าจะติดเชื้อไวรัสอีโบลา
 
                    ด้านสถานีโทรทัศน์ ABC นิวส์ รายงานว่า CDC ระบุว่า ได้ทดสอบตัวอย่างเลือดจากผู้ป่วย 6 คน ที่เป็นไปได้ว่ามีอาการของอีโบลา ที่เพิ่งเดินทางไปยังแอฟริกาตะวันตกเมื่อไม่นานมานี้ แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ผู้ป่วยทั้ง 6 คน อยู่ที่ไหนบ้าง และไม่ได้เจาะจงว่าอยู่ที่นิวยอร์คทั้งหมดด้วย
 
                    นอกจากกรณีของผู้ป่วยที่นครนิวยอร์คแล้ว มีรายงานว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ารับการทดสอบหาเชื้อไวรัสอีโบลา ที่โอไฮโอ แต่ผลออกมาเป็นลบ ขณะที่ CDC รายงานว่า มีผู้ป่วยเข้ารับการทดสอบหาเชื้ออีโบลา ที่โรงพยาบาลจอห์น'ส ฮอปสกิ้นส์ ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ และพบว่า เธอติดเชื้อมาลาเรีย ซึ่งเท่ากับว่า ยังเหลือผู้ป่วยอีก 3 คน ที่เข้ารับการทดสอบหาเชื้อไวรัสอีโบลา แต่ CDC ไม่ได้บอกว่า ผลการทดสอบออกมาเป็นอย่างไร หรือพวกเขาอยู่ที่ไหน
 
 
มิชชันนารีอเมริกัน วัย 59 ปีที่ติดเชื้ออีโบลาจากไลบีเรียถึงสหรัฐแล้ว
 
 
                    แนนซี ไรท์โบล มิชชันนารีชาวอเมริกันวัย 59 ปีที่ติดเชื้ออีโบลาจากไลบีเรีย เดินทางกลับถึงสหรัฐแล้วเมื่อวาน และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เอมอรี ที่ซึ่งนายแพทย์ เคนท์ แบรนท์ลีย์ วัย 33 ปี ติดเชื้ออีโบลากำลังรักษาตัวอยู่
 
                    บรูซ จอห์นสวัน ประธานองค์กรการกุศล ซิม ยูเอสเอ ที่ซึ่งไรท์โบลร่วมทำงานด้วยเปิดเผยว่า แม้ไรท์โบลอ่อนแอมากแต่ก็มีอาการดีขึ้น
 
                    ทั้งสองได้รับเซรุ่มทดลองคนละ 1 โดส ขณะอยู่ในไลบีเรียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีอาการดีขึ้น แต่อาการของผู้ป่วยอีโบลาเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน ตอนขึ้นเครื่องบินเพื่อกลับสหรัฐเธอสามารถยืนได้ แต่ตอนส่งตัวไปโรงพยาบาล เธอนอนบนเตียงรถเข็น นอกจากนี้จอห์นสัน บอกด้วยว่า ไรท์โบลไม่ได้สัมผัสผู้ป่วยโดยตรง ขณะทำงานที่ศูนย์รักษาอีโบลาในไลบีเรีย เธอทำหน้าที่พ่นยาฆ่าเชื้อให้เจ้าหน้าที่ที่สวมชุดป้องกันที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยอีโบลา
 
                    ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า แบรนท์ลีย์และไรท์โบลควรได้รับการรักษาด้วยเซรุ่มทดลอง ซีแมปป์ ของบริษัท แมปป์ ไบโอฟาร์มาซูติคอล อีกหรือไม่ แต่ปกติแล้วการรักษาผู้ป่วยจะต้องให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำในร่างกายที่เหมาะสม ถ่ายเลือดเสียออก และให้ยาปฏิชีวนะ โดยหวังว่าระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคนไข้จะสามารถต่อสู่กับไวรัสได้ด้วยตัวเอง
 
                    ขณะที่ไนจีเรียกำลังพิจารณาว่าอาจจะให้แพทย์หญิงชาวไนจีเรียที่ติดเชื้อจากผู้ติดเชื้ออีโบลาชาวไลบีเรียที่เสียชีวิตในไนจีเรีย รับเซรุ่มทดลองชนิดเดียวกับชาวอเมริกันสองคนด้วยหรือไม่ และกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อาการผู้ที่สัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้ออีโบลาชาวไลบีเรียดังกล่าวอีก 7 คนด้วย
 
                    ขณะเดียวกันสเปนจะส่งเครื่องบินไปรับมิชชันนารีชายชาวสเปน วัย 75 ปีที่ติดเชื้ออีโบลาขณะทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยในไลบีเรีย กลับประเทศเช่นกัน ซึ่งขณะนี้เขาถูกกักโรคพร้อมกับมิชชันนารีอีก 5 คน
 
 
มาเลเซียเพิ่มมาตรการตรวจเข้มผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา
 
 
                    กระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซีย ได้เพิ่มมาตรการตรวจเข้มเพื่อคัดครองผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสอีโบล่า ที่รวมถึงผู้โดยสารที่เดินทางมาจากฟิลิปปินส์, สหรัฐและอังกฤษด้วย
 
                    ดร.นัวร์ ฮิสชัม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การคัดกรองและการสังเกตอาการของโรค ได้เริ่มขึ้นแล้ว หลังมีรายงานว่า มีชาวฟิลิปปินส์ 5 คน จากทั้งหมด 15 คน ที่เพิ่งเดินทางกลับจากเซียร่า เลโอน ถูกแยกไปสังเกตอาการ ส่วนที่เหลือผ่านการทดสอบและผลออกมาเป็นลบ และในขณะนี้ การระบาดในปัจจุบัน ได้พุ่งเป้าไปที่แอฟริกาตะวันตก แต่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้เตือนไปยังประเทศต่าง ๆ ให้เตรียมพร้อมในระดับสูง เพื่อรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ตามจุดใหญ่ ๆ ที่เป็นทางผ่านเข้าประเทศ และสถาบันด้านสาธารณสุขต่าง ๆ
 
                    นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมด้านสุขอนามัยและการติดเชื้อด้วยขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งความเคร่งครัดเรื่องอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมสำหรับบุคลากร และมาตรการกักโรค เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค
 
                    รายงานของ WHO ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม ถึงวันที่ 1 สิงหาคม พบว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 163 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมีเพิ่มอีก 61 คน ในกินี ไลบีเรีย ไนจีเรีย และเซียร่า เลโอน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ยืนยันว่า ได้มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงคนเข้าเมือง เพื่อจับตาคนที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด
 
                    เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ที่ประจำอยู่ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ได้จัดการตรวจร่างกายผู้เข้าข่ายต้องสงสัยว่าติดเชื้อ และคนที่อยู่ในคำจัดความของ WHO ที่จะต้องถูกกักโรค และส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่เตรียมไว้
 
 
กต.ย้ำยังไม่มีคนไทยในแอฟริกาติดเชื้อ 'อีโบลา' กำชับสถานทูตตรวจเข้มกลุ่มเสี่ยงทำวีซ่า
 
 
                    เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานความความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ​ตามที่ได้มีการระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสอีโบลาในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกจนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากนั้น กระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนดังนี้
 
                    ๑. ตามสถานะวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ องค์การอนามัยโลกรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกรวม ๘๘๗ คน โดยแบ่งเป็นรายประเทศดังนี้ คือ กินี ๓๕๘ คน เซียร์ราลีโอน ๒๗๓ คน ไลบีเรีย ๒๕๕ คน และไนจีเลีย ๑ คน
 
                    ๒. กระทรวงการต่างประเทศได้ขอให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในประเทศในแอฟริกาติดตามข่าวสารการระบาดอย่างใกล้ชิด และแจ้งให้ชุมชนไทยในประเทศนั้นๆ และเขตอาณาได้ทราบ รวมทั้งมีมาตรการเฝ้าระวังและตรวจตราผู้มาขอรับการตรวจลงตราที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในประเทศนั้นๆ
 
                    ๓.ในชั้นนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงดาการ์ ได้รายงานว่ายังไม่พบการติดเชื้อในหมู่คนไทยใน ๔ ประเทศ และรายงานจำนวนคนไทยที่พำนักอาศัยใน ๔ ประเทศ ดังนี้ เซเนกัล มีคนไทย ๑๙ คน เป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตและอีกกลุ่มคือครอบครัวของคนไทยที่สมรสกับคนไทยในฝรั่งเศส ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ได้เดินทางออกจากเซเนกัลไปพำนักที่ฝรั่งเศสหรือที่ประเทศไทยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ แล้ว สำหรับประเทศกินีและเซียร์ราลีโอน ไม่มีคนไทยพักอาศัย ส่วนไลบีเรีย มีเจ้าหน้าที่ คนไทย ๑ คน ทำงานที่หน่วยงานรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (UNIAMIL) และมีเด็กลูกครึ่งไทย-ไลบีเรียอีก ๓ คน
 
                    ๔. กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการให้คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ประสานกับองค์การอนามัยโลกเพื่อติดตามข้อมูลการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างใกล้ชิด รวมถึงมาตรการเกี่ยวกับการป้องกัน โดยในชั้นนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ออกประกาศจำกัดการเดินทางไปยังประเทศและออกจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาแต่อย่างใด
 
 
 
 
 
 
----------------------------------------
 
 
 
(ภาพ : EPA)