ข่าว

สนธิ.ไฟท์บังคับ.ก้าวย่างเป็นหัวหน้าพรรค

สนธิ.ไฟท์บังคับ.ก้าวย่างเป็นหัวหน้าพรรค

01 ก.ค. 2552

เป็นอันว่า คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เมื่อคืนที่ 29 มิถุนายน ทางเอเอสทีวี

คุณสนธิ ตอบคำถามว่า ตกลงจะเป็นหัวหน้าพรรค พรรคการเมืองใหม่ ที่ตั้งโดยสมาชิกส่วนใหญ่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหรือไม่ และนี่คือคำตอบชัดเจนของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ในประเด็นนี้เป็นครั้งแรก

 "เอาเป็นว่า ถ้าพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมร่วมแสนคนที่วันนั้นได้กรอกข้อความไปแล้วนั้น ถ้าสมมติส่วนใหญ่ต้องการให้ผมเป็นหัวหน้าพรรค ผมก็ต้องเป็นให้"

 เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า คุณสนธิไม่กลัวฝั่งตรงข้ามเขาจะมาโจมตีหรือไม่ว่า หรือแม้กระทั่งพันธมิตรบางคนอาจจะมีความรู้สึกว่าคุณสนธิเคยสัญญา ?

 คุณสนธิ ก็ตอบว่า "ผมเคยสัญญาว่าผมจะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง การเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไม่จำเป็นจะต้องรับตำแหน่งทางการเมือง ไม่จำเป็นต้องลงเลือกตั้งก็ได้ แต่เป็นผู้ชูธง อาจจะต้องถึงจุดจุดหนึ่ง ที่ผมต้องเรียนคุณแอนและพ่อแม่พี่น้องที่บ้านว่าผมไม่อยากเป็น แต่ผมต้องเป็น ผมไม่อยากเป็นแต่ผมต้องเป็น เข้าใจหรือเปล่า ความเข้าใจผิดมันอาจจะมี แต่ผมคิดว่าในชีวิตผม 2548, 2549, 2550, 2551, 2552 4-5 ปีที่ผ่านมาเนี่ย ไม่มีครั้งไหนที่ผมเริ่มทำอะไรแล้วได้รับความเข้าใจจากพ่อแม่พี่น้องในทันทีทันใด ผมต้องอดทน พิสูจน์ตัวเองทุกครั้ง"

 "ตั้งแต่ปี 2548 ตั้งแต่ผมสู้กับคุณทักษิณ คนก็ถามผมว่า ผมสู้ไปทำไม ผมมีผลประโยชน์ขัดแย้งคุณทักษิณหรือเปล่า ผมไปขอให้คุณทักษิณช่วยแล้วคุณทักษิณไม่ได้ช่วยใช่ไหม ผมไปขอสถานีโทรทัศน์ 1 ช่อง แล้วคุณทักษิณไม่ให้ก็เลยมาสู้ใช่ไหม ผมโดนโจมตีเช่นนี้มาตลอด แต่ผมอดทน จนกระทั่งเสียงกล่าวหาอันนั้นหมดไป ทุกคนเริ่มเข้าใจผม และผมคิดว่า พ่อ แม่ พี่น้อง เข้าใจผมมากขึ้นหลังจากผมโดนยิงเกือบ 200 นัด แล้วผมก็รอดชีวิตมา แล้วผมก็ให้สัตย์ปฏิญาณกับพ่อแม่พี่น้องผมก็ยังจะต้องสู้ต่อเพื่อชาติบ้านเมือง..."

 ประโยคที่เป็นหัวใจของคำเปิดใจของคุณสนธิ ก็คือ "ผมไม่อยากเป็น แต่ต้องเป็น" แปลว่าเป็นความจำเป็นที่คุณสนธิ มองว่า การตั้งพรรคการเมืองใหม่นี้จะสามารถลุล่วงไปถึงเป้าหมายได้จริงๆ นั้น ตัวเองจะต้องออกมาเป็นคนชูธง จึงจะมีความมั่นใจได้พอสมควรในหมู่สมาชิกว่าจะสามารถเดินหน้าบรรลุเป้าหมายได้

 จากนี้ไปคุณสนธิ และแกนนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้งหมด 5 คน ก็ต้องตอบคำถามว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะมีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองใหม่นี้ทางตรงทางอ้อมอย่างไรบ้าง บทบาทคุณสนธิในพันธมิตรจะเป็นอย่างไร บทบาทคุณสนธิในแง่ที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนในเครือผู้จัดการจะเป็นอย่างไรต่อไป

 ทั้งสิ้นทั้งปวงนี้ไม่ใช่เป็นคำถามที่ง่าย แต่เท่าที่ฟังคุณสนธิพูดค่อนข้างชัดเจนว่า คุณสนธิได้ตัดสินใจที่จะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง บทบาทของตัวเองในสื่อและในพันธมิตรนั้นต้องปรับเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่

 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สนธิ ลิ้มทองกุล กำหนดเส้นทางการเดินของตัวเอง ซึ่งหนีไม่พ้นว่าจะต้องได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆ ฝ่ายอย่างกว้างขวางดุเดือดรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง

 

สุทธิชัย หยุ่น