
ให้ความสุขแบบไม่ตามใจ'แพร'สอนน้อง'เวฬา'
07 ส.ค. 2557
ขอเวลานอก : ให้ความสุขแบบไม่ตามใจ 'แพร-ปาลาวี' สอนน้อง 'เวฬา' : เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ /ภาพ สุกล เกิดในมงคล
"เรานั่งปั๊มนมอยู่ที่บ้านช่วงวันแม่พอดีเลยค่ะ อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเด็กๆ ร้องเพลงค่าน้ำนมขึ้นมา "แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง" ท่อนนี้ขึ้นมา แพรนั่งน้ำตาไหลเลย"
เวลานี้เป็นยุคของเวิร์กกิ้งมัม สาวเก่งที่ไม่ยอมละทิ้งสิ่งที่รัก ไม่แบ่งแยกว่าต้องเลิกทำงานประจำ กิจกรรมส่วนตัว เพื่อครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่พวกเธอสามารถทุ่มเทความรักได้เท่าเทียมกันทุกเรื่อง ซึ่งในวันแม่ที่จะมาถึง เรามีเรื่องราวของคุณแม่คนเก่ง "แพร" ปาลาวี บุนนาค อิสสระ ในวิชาชีพเราเห็นเธอในมาดทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย พูดจาฉะฉาน มีไหวพริบ อีกด้านเจ้าตัวนำความรักในการออกแบบเปิดบริษัทออกแบบภายในและสถาปัตยกรรม บริษัท ดอท ไล เพลน จำกัด ให้มีพื้นที่ใช้จินตนาการด้านศิลปะ และหน้าที่สุดท้ายคือ บทบาทแม่ของ "น้องเวฬา" และเป็นภรรยาน่ารักของสามี "ปลาวาฬ" วรสิทธิ์ อิสสระ ซึ่งในฐานะนี้เธอบอกว่าทำได้ดีด้วยการใส่ใจล้วนๆ
ในวันสบายๆ คุณแม่วัยสาวนัดเรามาเจอที่บ้านพักส่วนตัว ย่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ บ้านหลังแรกที่เจ้าตัวออกแบบเองทุกอย่าง และใช้เริ่มต้นชีวิตครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ ลูก ในกรุงเทพฯ ด้วย เสียงเจื้อยแจ้วของ "น้องเวฬา" กำลังหัวเราะเล่นกับคุณทวด คุณแม่ และพี่เลี้ยง ดังลงมาจากชั้นบน สังเกตได้ว่าทุกคนพยายามสื่อสารกับสมาชิกใหม่ตัวน้อยด้วยภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำให้เด็กได้พูดตามอย่างถูกต้อง เป็นหนึ่งในวิธีเลี้ยงดูที่แพรเล่าให้ฟังหลังลงมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มสดชื่นว่า ภาษาเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องปลูกฝังให้ลูกคุ้นชินแต่เด็กๆ เมื่อเข้าโรงเรียนจะได้พร้อมเรียนรู้และพูดคุยภาษาอังกฤษได้อย่างไม่เขินอาย
"ตอนนี้น้องเวฬาอายุ 2 ขวบกับ 2 เดือน ตอนคลอดแพรหยุดงานเพื่อเลี้ยงเขา 3 เดือน พอเริ่มทำงานก็ปั๊มนมไว้ให้ลูก ไปสัมมนาก็ปั๊มฝากตามโรงแรมต่างๆ พยายามให้เขาได้ทานนมแม่เต็มที่เป็นปีๆ เลย แต่เต็มที่ของแพรก็ 10 เดือนครึ่งก็หมดเเล้ว ทรมานด้วย การปั๊มนมเป็นอะไรที่เหนื่อยมากสำหรับแพร จำได้ว่าตอนคลอดใหม่ๆ เราอยู่ที่บ้านวาฬ หลังบ้านเขาจะเป็นโรงเรียนพุทธ เรานั่งปั๊มนมอยู่ที่บ้านช่วงวันแม่พอดีเลยค่ะ อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเด็กๆ ร้องเพลงค่าน้ำนมขึ้นมา "แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง" ท่อนนี้ขึ้นมา แพรนั่งน้ำตาไหลเลย คือเราได้ยินแต่ไม่เคยรู้ความหมาย พอเป็นแม่คนรู้เลยว่านมนี่มาจากไหน หลั่งมาจากเลือดจริงๆ ปั๊มไปด้วยน้ำตาก็ไหลไปด้วย กว่าจะให้นมได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคุณแม่สมัยนี้" คุณแม่มือใหม่ เล่าถึงเหตุการณ์แรกที่ทำให้เข้าใจคำว่าแม่
ด้วยเป็นคนทำงานมากมีคนทักตลอดว่าให้เพลาเรื่องงานลงบ้าง เพราะเกรงจะเหนื่อยและไม่มีเวลาให้ลูกสาว แต่ทุกงานเจ้าตัวจัดแบ่งเวลาได้หมดและให้เวลาเป็นกิจวัตรชัดเจน เริ่มจากอยู่กับลูกตอนเช้าจนถึง 10 โมง แล้วแต่งตัวไปทำงาน 1 ทุ่มกลับมาเล่นนิทาน พาเข้านอน แล้วทำงานต่อหรือกิจกรรมอื่นๆ ตื่นเช้ามาน้องเวฬาจะเห็นหน้าคุณแม่แพรแล้วดีใจพูดว่า "คุณแม่ของหนู" ทุกเช้า นับเป็นภาพจำของคุณแม่และคุณลูกที่มีให้กันทุกวัน
"แพร กับ ปลาวาฬ เราเป็นคู่รักที่อยู่ห่างกันตั้งแต่คบกันแล้วค่ะ วาฬเขาจะอยู่ภูเก็ตส่วนใหญ่ เราจะไม่ได้อยู่แบบสามีภรรยาคู่อื่นๆ ที่กลับมาบ้านจะเจอกัน วิธีเลี้ยงลูกเราต่างกันมาก โอ้โห...ทะเลาะกันเรื่องนี้ตลอด คือผู้ชายจะเลี้ยงลูกแบบไม่ทะนุถนอม ลุยๆ ยิ่งตอนเวฬาเล็กๆ แพรจะแคร์เรื่องความปลอดภัยมาก แต่วาฬก็จะพาลูกลุยตลอด (หัวเราะ) เราก็ว่าทำแบบนี้ไม่ได้นะ เป็นภาพคุณพ่อคุณแม่ค้านกันไปมา แต่ตอนนี้เริ่มโอเคแล้วค่ะ น้องโตแล้ว แพรก็จะไม่ให้เขาอยู่แต่ในห้อง นั่งดูทีวี เล่นไอแพด แต่จะพาออกไปข้างนอก ไปทำกิจกรรม พาเข้าห้องสมุดไปยืมนิทานมาอ่าน พาไปเรียนเสริมทักษะ จนรู้สึกว่าเวฬาจะโตกว่าเด็กวัยเดียวกันแล้ว พอย้ายมาอยู่ที่นี่ เพื่อนบ้านก็เป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องแพรหมดเลย เขาจะได้อยู่กับคุณทวด อยู่กับคุณแม่แพร ซึ่งท่านเป็นคนสอนเก่ง สอนลูกหลานได้ทุกอย่าง ทั้งภาษา สังคม แล้วก็พาไปโปโลคลับ ว่ายน้ำ วิ่งเล่น ได้เจอกับเด็กๆ คนอื่น พาไปสวนสัตว์ เลี้ยงให้ตรงกับนิสัยพ่อแม่เลยคือไม่อยู่นิ่งค่ะ (ยิ้ม) แล้วจะเห็นเลยนะ พอวันที่เวฬาไม่ได้ออกไปไหนเลยเขาจะหงุดหงิดทันที" คุณแม่คนเก่ง เล่าถึงวิธีเลี้ยงที่เริ่มลงตัว
ยิ่งเล่าแพรก็ยิ่งนึกถึงตัวเองเมื่อวัยเด็ก และบอกว่า วิธีเลี้ยงของเธอในวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการเลี้ยงดูของคุณแม่นงลักษณ์ บุนนาค เรียกได้ว่าตามรอยกันมา อาจไม่เก่งเท่า แต่เมื่อเป็นแม่คนก็รับรู้ได้ถึงความหวังดี และตั้งใจจะตามรอยคุณแม่ให้ดีที่สุด
"คุณแม่เลี้ยงแพรดีมาก ท่านจะดูแลเรื่องอาหารการกิน เอาแต่สิ่งดีๆ ให้เรา พาแพรไปทำกิจกรรมเยอะมาก พาเข้าไปเรียนรำในวัง จนเราได้เป็นนางสีดา ส่วนบัลเลต์ก็จับเราเรียน จับเราดัดตัวตีลังกาจนได้เป็นนางเอกแสดงเฉพาะพระพักตร์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึงตอนแพรเป็นแม่คนท่านก็ยังสอนให้เราเลี้ยงลูกอีกทีหนึ่ง ท่านย้ำบอกแพรตลอดว่า ช่วงนี้เวฬาจะอยู่ในช่วงจดจำ เขาจะจำได้ว่าคุณแม่ทำแบบนี้ให้เรา ใครทำอะไรกับเขาบ้าง เราควรต้องอยู่กับลูก ซึ่งคิดกลับกันก็จริงค่ะ แพรยังจำได้เลยว่า ตอนเด็กๆ คุณพ่อมาปิดไฟให้ก่อนนอน มาเปิดม่าน ปิดแอร์ แม่จะทำอาหารเช้าให้ทาน เป็นภาพจำของเราเลย" อีกหนึ่งแนวทางการเลี้ยงลูกคือการผลักดันในสิ่งที่ลูกรักที่เจ้าตัวได้รับมาแต่เด็กๆ
เล่าไปมาสาวน้อยเวฬาก็เผยโฉมเดินมาอ้อนให้คุณแม่เล่านิทาน เปิดเพลงให้ฟังจากโทรศัพท์มือถือ การันตีความสามารถที่คุณแม่แพรบอกว่าน้องเวฬาชอบเสียเพลงมาก ได้ยินปุ๊บก็จะหยุดฟังและเต้นตามบ้าง หรือถ้าเป็นการเล่านิทานก็จะตั้งใจฟังมาก สิ่งเหล่านี้เกิดจากการปลูกฝังให้รับรู้ตั้งแต่อยู่ในท้องแล้ว พอให้บอกถึงความรู้สึกต่อลูกสาวคุณแม่แพรบอกว่า นึกถึงผ้าขาวหรือน้ำใสค่อยๆ หยดหมึกลงไป ที่พ่อแม่ต้องออกแบบให้สิ่งดีๆ กับลูก หรือถ้าป้องกันเขามากๆ ก็กลายเป็นไม่ดีกับตัวเด็กเอง อย่าทำให้เด็กอยู่แค่ในไข่ ไม่ออกมาเจอโลกกว้าง บางทีก็ต้องยอมให้เขาไปเห็นในสิ่งที่ไม่ดีบ้าง
"คุณแม่แพรจะเตือนทุกอย่าง บุหรี่ไม่ดี ยาเสพติดไม่ดี เพราะท่านทำงานอยู่ที่ศาลเยาวชนกลางจะเห็นทุกอย่างเอากลับมาเล่าให้ลูกๆ ฟังจนเราเบื่อ แต่โตขึ้นสิ่งที่แม่พูดฝังเข้าในความคิดเอง กลายเป็นเรามีภูมิที่เกรงกลัวต่อบาป กลัวต่อสิ่งไม่ดี พอถึงในวัยหนึ่งที่ท่านก็ปล่อยให้เราตัดสินใจเอง เราก็ได้เริ่มชั่งน้ำหนักกับสิ่งที่ท่านสอน ซึ่งพอแพรเป็นแม่ก็อยากสอนเวฬาให้มากที่สุด แต่ที่สุดแล้วเมื่อเขาโตขึ้นเวลาดำเนินชีวิต ตัดสินใจเรื่องต่างๆ ก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาเองเช่นกัน แพรไม่บังคับ เว้นแต่เรื่องเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด นี่ต้องบังคับห้ามเด็ดขาดค่ะ" แพรบอกพร้อมยอมรับว่าเรื่องอนาคตของลูกไม่คาดหวังมาก แต่จะสอนวันนี้ให้ดีที่สุด
"เด็ก 2 ขวบ จะเริ่มเอาแต่ใจ เริ่มรู้ว่าต้องการอะไร ใครตามใจ ใครไม่ตามใจ โดนดุต้องวิ่งไปหาใคร เขาฉลาดค่ะ เราต้องดัดนิสัยถ้าปล่อยให้เป็นไปเขาจะเอาแต่ใจตัวเองจริงๆ เลย แพรเลยไม่โอ๋ มีตี มีดุบ้าง เมื่อก่อนคุณแม่ก็ไม่ตามใจแพรอยากได้อะไรถ้าลงไปกรี๊ดจะไม่ได้เลย ดังนั้นเวลาเขาเริ่มงอแงแพรไม่เสียใจที่จะดุเวฬาตอนนี้ แพรปล่อยไปไม่ได้ จะไม่ยอมมานั่งเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรจนเขาโตแล้วแก้ยากแล้ว ดุเลยตอนนี้ดีกว่าค่ะ ให้เวฬารู้ตอนนี้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำตอนนี้ อนาคตแพรก็สบายใจ" คุณแม่หัวคิดทันสมัย หันมายิ้มขณะแกล้งดุน้องเวฬา พร้อมกับบอกว่า ถึงเวลาน้องรู้ตัวว่าผิดก็จะร้องหา "คุณแม่ของหนูอยู่ไหน" เท่านั้นละก็จะกลับไปเล่นด้วยทันที



