
ศึกหักผลประโยชน์2มาเฟียพัฒน์พงศ์สุดท้าย'ปชช.'ตาย
ศึกหักผลประโยชน์2มาเฟียพัฒน์พงศ์ สุดท้าย'ประชาชน'ตายทั้งเป็น
เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีการจับกุม พล.ต.เจนรณรงค์ เดชวรรณ หรือ เสธ.เจมส์ นายทหารผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมพลเรือนอีก 4 คน ในข้อหาเรียกเก็บส่วยพ่อค้าแม่ค้าย่านพัฒน์พงศ์ เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความมัวหมองโดยตรงไปถึงกองทัพ เพราะหลังการรัฐประหาร "คสช. และกองทัพ" มีนโยบายเข้มในการขุดรากถอนโคนกลุ่มมาเฟียทั่วประเทศอย่างจริงจัง แต่เมื่อเนื้อในกองทัพเป็นผู้ทำผิดเสียเอง คงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้สังคมเข้าใจ
คดีนี้ ภายหลังการจับกุม "เสธ.เจมส์" ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งต่อไปคงเป็นเรื่องขั้นตอนของกฎหมาย ใครถูกผิดก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่คดีนี้ยังมีอีกมุมที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้วการจับกุม เสธ.เจมส์ อาจมีเบื้องลึกมากกว่าที่เห็นหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีกลุ่มผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์ออกมารวมตัวลุกขึ้นสู้เพื่อ เสธ.เจมส์ พร้อมยืนกรานว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการกลั่นแกล้งของกลุ่มมาเฟียที่เสียผลประโยชน์จากการเข้ามาของ เสธ.เจมส์
ล่าสุด "กลุ่มผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์" เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวเครือเนชั่น เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาส่วยในพื้นที่ย่านพัฒน์พงศ์ โดยผู้ค้ากลุ่มนี้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ เสธ.เจมส์ ในเวลานี้ เป็นเพราะถูก "มาเฟีย" กลุ่มเดิมกลั่นแกล้ง เนื่องจากไม่พอใจที่ต้องเสียผลประโยชน์ไปกว่า 2-3 ล้านบาทต่อเดือน
"มาเฟียกลุ่มเดิมที่เข้าไปเก็บผลประโยชน์จากผู้ค้าในย่านพัฒน์พงศ์มีประมาณ 20 คน ตลอดเวลามาเฟียกลุ่มนี้จะกลั่นแกล้งกลุ่มผู้ค้าทุกวัน ด้วยการข่มขู่เรียกเก็บค่าคุ้มครอง หากรายใดไม่ยินยอมจ่ายพวกนี้จะนำกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาตีกิน และพาไปปรับเสียเงินเป็นแสน ใครไม่จ่ายก็จะแจ้งตำรวจจับซ้ำๆ จนหมดเนื้อหมดตัว ทำให้แผงในตลาดว่าง 200 เมตร จากทั้งหมด 800 เมตร ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่เป็นการตีกินเรื่อยๆ เป็นทอดๆ" ผู้ค้าในพัฒน์พงศ์ กล่าว
ไม่เพียงเท่านี้ กลุ่มผู้ค้ายังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเก็บส่วยในพัฒน์พงศ์เกิดขึ้นมานานเกือบ 20 ปี โดยก่อนหน้านี้หากขายกระเป๋าใหญ่จะต้องจ่ายตารางเมตรละ 1,500 บาท กระทั่งมาเมื่อปี 2554 ต้องจ่ายกันในอัตราตารางเมตรละ 3,000 บาท จากนั้นปรับเป็นตารางเมตรละ 3,500 และ 3,800 บาท สองเมตรอยู่ที่ 7,600 บาท ซึ่งอัตรานี้ "มาเฟีย" ชุดก่อนเป็นผู้เพิ่มอัตราขึ้นเรื่อยๆ
"ชุดก่อนเขาปรับราคาขึ้นเรื่อยๆ โดยอ้างว่า หลายหน่วยเข้ามาเก็บ แต่คนเก็บจะกลุ่มเดียว คือ เฮียซ้ง เฮียเส็ง บอมด์ โรจน์ ชาติ คือถ้าเดือนไหนจะเก็บเพิ่มเขาจะเดินมาบอกว่า ราคาจะเพิ่มขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าที่ บางทีเศรษฐกิจไม่ดี เจอหน้าฝน เราขายไม่ได้ ไม่มีเงินจ่าย แต่ไม่มีใครเห็นใจพวกเรา" กลุ่มผู้ค้าให้ข้อมูล
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ค้าเริ่มเล่าถึงเข้ามาของ เสธ.เจมส์ โดยอ้างว่า หลังจาก เสธ.เจมส์ เข้ามาในพื้นที่ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ค้าในพัฒน์พงศ์ว่า จะจ่ายส่วยให้มาเฟียกลุ่มเก่า หรือกลุ่มใหม่ ถ้าเลือกกลุ่มใหม่จะให้คนเดินเก็บเงินเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และจ่ายถูกลง โดยก่อนการเปลี่ยนแปลงนั้น เสธ.ได้ไปเคลียร์กับที่ต่างๆ จึงทำให้การเก็บส่วยถูกลง พ่อค้าไม่ถูกรังแก หากมีหน่วยงานไหนเข้ามาเก็บส่วย กลุ่ม เสธ.เจมส์สามารถไกล่เกลี่ยได้หมด
กลุ่มผู้ค้ากล่าวอ้างว่า ที่ผ่านมามีหน้าที่จ่าย ส่วนใครจะเอาไปให้ใครไม่ทราบ รู้เพียงว่าจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งอยู่ไม่ไหว ต้องไปร้องศูนย์ประชาธรรม กองปราบฯ แต่หลังจาก เสธ.เจมส์ เข้ามา ผู้ค้า 90 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกพอใจ เพราะคนเก็บเงินจะเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นจิตอาสา แต่เก็บไปให้ใครไม่รู้ โดยก่อนที่เสธ.เจมส์จะเข้ามามีบทบาท ร้านนาฬิกาเก็บตารางเมตรละ 7,000 บาท ร้านกระเป๋า 3,500 บาท ร้านเบ็ดเตล็ด 2,900 บาท เมื่อเสธ.เข้ามา ร้านนาฬิกาจัดเก็บ 5,000 บาท ร้านกระเป๋า 2,500 บาท ร้านเบ็ดเตล็ด 1,000 บาท
"ถ้าบอกว่า พวกเราคือมาเฟียตัวจริง ทำไมต้องไปร้องเรียนตามที่ต่างๆ ไปร้องเรียนที่กองปราบฯ มุมมองของเรา วิธีแก้ไขเรามองไม่ออก แต่มองแค่ว่า อะไรที่ทำให้สบายขึ้น เราเซฟขึ้นก็พอใจ เพราะค่าใช้จ่ายทุกวันเยอะอยู่แล้ว ทั้งค่าเช่าแผง ค่าไฟ เมื่อเสธ.เข้ามาช่วย เราดีขึ้น ทุกวันนี้เราโดนข่มขู่จากมาเฟียกลุ่มเดิมต่างๆ นานาว่า จะเอาตำรวจมาจับให้หมดตัวหากไปร้องเรียน ตอนนี้กลัวไม่อยากออกไปไหน เพราะโดนข่มขู่หนัก" ผู้ค้าในพัฒน์พงศ์ กล่าว
สุดท้ายกลุ่มผู้ค้าในพัฒน์พงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากขอความเป็นธรรมให้แก่ เสธ.เจมส์ เพราะเชื่อว่าถูกแกล้งโดยมาเฟียกลุ่มที่ขัดผลประโยชน์ไปแจ้งทาง คสช.เข้าจับกุม ส่วนที่ออกมาร้องเรียนในลักษณะปกป้องเสธ.เจมส์ เพราะมีความเดือดร้อนจากกลุ่มมาเฟียที่มาเก็บค่าคุ้มครองหลายกลุ่ม หลังจาก เสธ.เจมส์ถูกจับกุม
จากคำบอกเล่าของกลุ่มผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์ ทำให้รับรู้ถึงความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เพราะไม่จะเป็นมาเฟียกลุ่มเดิม หรือมาเฟียกลุ่มเสธ.เจมส์ ท้ายที่สุดคนที่ต้องรับชะตากรรมก็หนีไม่พ้น ประชาชนตาดำๆ ที่หากินอย่างสุจริต แล้วใครจะมาเป็นผู้ปัดเป่าให้สิ่งที่น่ารังเกียจเหล่านี้หมดไปจากประเทศไทยเสียที...?
------------------------------------------
(หมายเหตุ : ศึกหักผลประโยชน์2มาเฟียพัฒน์พงศ์ สุดท้าย'ประชาชน'ตายทั้งเป็น)



