
"นายสั่ง"เช็กบิล26ภูมิใจไทย
ชัยชนะของ "พรรคเพื่อไทย" ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 2 พื้นที่ จ.สกลนคร และศรีสะเกษเป็นการย้ำกระแส "ทักษิณ" ยังขายได้ในพื้นที่ภาคอีสาน
นั่นทำให้ "พรรคภูมิใจไทย" มีอาการไม่ต่างจาก "เสือลำบาก"
คงปฏิเสธยากว่าลึกๆ ในใจของพลพรรค "ภูมิใจไทย" เริ่มหวั่นไหว หวาดผวา จนอาจถึงขั้นที่ว่า ความโดดเด่นของ "เนวิน ชิดชอบ" กลับเป็น "จุดอ่อน" นำความพ่ายแพ้มาสู่
ยิ่งเมื่อมาประมวลผลออกมาแล้วว่า "เป้า" ที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตีมีแต่เรื่องของ "เนวิน"
ตั้งแต่ใบปลิวโจมตีที่มีภาพ "เนวิน" กอดกับ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เหตุการณ์สงกรานต์เดือดในกรุงเทพฯ ถูกฉายภาพว่า "เนวิน" มีส่วน และอีกสารพัดเรื่อง
ครั้งหนึ่ง "บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บอกว่าช่วงที่กำลังกรำศึกเลือกตั้ง เช้าขึ้นมาก็มีแต่ข่าวโจมตีเนวินรายวัน จนพรรคปรับตัวกันแทบไม่ทัน ยังไม่ทันแก้ข่าวเรื่องนี้ วันรุ่งขึ้นมีเรื่องใหม่มาอีก ประกอบกับเวลาหาเสียงก็สั้นทำให้การชี้แจงข้อเท็จจริงไม่ทั่วถึง
มีสมาชิกบางคนเห็นว่าการแพ้เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เป็นเพียงการ "แพ้ศึกแต่ยังไม่แพ้สงคราม" แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับมองอีกด้านอย่างย่ามใจว่า "ขนาดศึกยังแพ้แล้วสงครามจะเหลืออะไร"
ดูเหมือนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเองก็เริ่มรู้สึกแล้ว เห็นได้จาก "ปัญญา ศรีปัญญา" ส.ส.ขอนแก่น ถึงกับออกมาระบุว่า ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ร่วมมือกันก็จะกอดคอกันตาย หลังพรรคร่วมรัฐบาลแพ้การเลือกตั้งซ่อม
มีนักเลือกตั้งหลายคนวิเคราะห์ว่า การเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร ถ้าทำเหมือนการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2552 ซึ่งเป็นการต่อสู้กันระหว่าง "นิรันดร์ นาเมืองรักษ์" พรรคเพื่อไทย กับ "รัชนี พลซื่อ" พรรคเพื่อแผ่นดิน ภรรยานายเอกภาพ พลซื่อ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้น "เอกภาพ" สั่งห้าม "รัฐมนตรี และ ส.ส." ลงพื้นที่เด็ดขาด หากจะช่วยเหลือให้ส่งเป็นปัจจัยแทน
การเลือกตั้งซ่อมครั้งนั้น จึงเป็นการแข่งขันระหว่าง "นิรันดร์" กับ "เอภภาพ" ที่ส่ง "ภรรยา" ลงสมัครล้วนๆ ไม่มีใครอื่นเกี่ยวข้อง
ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า "รัชนี" ได้ 62,560 คะแนน "นิรันดร์" ได้ 44,801 คะแนน
ถือว่าตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย "แพ้" เป็นสนามแรกในภาคอีสาน
จึงมีการประเมินกันว่า ถ้าการเลือกตั้งซ่อมใน "สกลนคร" ทำลักษณะเดียวกับ "ร้อยเอ็ด" โอกาสที่ "ภูมิใจไทย" จะชนะก็มีอยู่ไม่น้อย เพราะตัวผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย "พิทักษ์ จันทศรี" ก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ ฐานเสียงใน อ.สว่างแดนดิน อำเภอที่มีผู้มีสิทธิ์มากกว่าพื้นที่อื่นนั้น พิทักษ์ กินขาด
แต่ผลกลับออกมาในลักษณะตรงกันข้ามเช่นนี้ ก็ต้องทบทวนดูว่าใช่เพราะกระแสลูกน้องเก่าวัดบารมีนายเก่า หรือไม่
คำตอบยังไม่ทันสิ้นสงสัย โจทย์ใหม่ก็ตามมา ล่าสุด "นายใหญ่" สั่งขาด 26 ส.ส.ภูมิใจไทยต้องสอบตกในการเลือกตั้งครั้งหน้า !
หลังได้ชัยชนะ "เพื่อไทย" จัดกำลังพล ตรวจแถวเตรียมบัญชีคัดเลือกผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ เตรียมพร้อมในการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นประมาณต้นปีหน้ากันแล้ว
ปลุกขวัญกำลังใจให้ฮึกเหิมกับชัยชนะ พร้อมๆ กับเร่งเร้าให้พวกที่สองจิตสองใจได้ตัดสินใจเสียที !
เพราะขณะนี้ระดับเกรดเอ-บี หลายคน เหยียบเรือสองแคม "ตีกินสองฝั่ง" กันอยู่
แว่วมาว่าการตรวจแถวครั้งนี้ "ไม่ธรรมดา" น้องชาย "นายใหญ่" เป็นผู้สั่งเตรียมแถวด้วยตัวเอง ส่งสายสืบชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึง เพราะเป็นสายสืบที่ใกล้ตัว ส.ส.มากที่สุด คือ "คนขับรถ" หรือ "ตำรวจติดตาม" เป็นการพูดคุยสอบถามกันแบบไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
รับรองว่ารู้แน่ว่า "ส.ส." คนไหนเล่นบท "ตีกินสองฝั่ง"
นอกจากนี้ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ยังได้แปลงสภาพตั้งเป็น "ชมรม" กระจายตัวตาม "จังหวัด-อำเภอ-ตำบลและหมู่บ้าน" ในพื้นที่ เชื่อมโยงกันด้วยการสื่อสารทันสมัย พร้อมเดินทางไปร่วมกิจกรรมกับทุกกลุ่ม
แต่ละพื้นที่มี "รายชื่อ" แกนนำชัดเจน ที่สำคัญคนเหล่านี้สามารถคุยสายตรงกับ "นายใหญ่" ได้ทันทีเมื่อมีกิจกรรม
เมื่อทำกิจกรรมสำเร็จก็จะตบรางวัลล่าสุดชัยชนะที่สกลนครและศรีสะเกษ คืนวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะมี ส.ส.และทีมงานทั้งสองจังหวัดเดินทางไป "ดูไบ" เพราะ "นายใหญ่" เรียกไปเลี้ยงฉลอง...
นี่กระมังที่ทำให้บรรดาแกนนำพรรคภูมิใจไทยเคร่งเครียดกันเป็นพิเศษ ในเย็นย่ำวันที่ 30 มิถุนายน ทั้งที่ยังไม่ทันได้เข้าประชุม
ใจเย็นๆ ยังมีเวลาที่ต้องเครียดกว่านี้อีกเยอะ...คำสั่งเช็กบิลมาถึงแล้ว !!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



