
'เสธ.ไก่อู'รับกล่อม'กริชสุดา'จริง
'ประยุทธ์'ย้ำใช้กฎอัยการศึกระมัดระวัง 'เสธ.ไก่อู'รับกล่อม'กริชสุดา'จริง ขณะที่ 'สมคิด' หนุน'พรเพชร-สุรชัย'ชิงปธ.สนช.
เมื่อเวลา 16.00 น. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงข่าวภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกทั่วประเทศ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน โดยพล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรู้สึกดีใจที่ได้พบปะกับผู้บังคับหน่วย ตลอดจนถึงผู้บังคับกองพัน ภายหลังจากที่กองทัพบกมีส่วนสนับสนุนการทำงานของ คสช. ซึ่งการประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่ คสช.ได้เข้ามาบริหารประเทศ พร้อมทั้งได้ฝากข้อห่วงใยไปให้กับกำลังพลที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ และดูแลประเทศชาติให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ และยังคงต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ ยังกล่าวต่อว่า หัวหน้า คสช. ระบุด้วยว่าที่ผ่านมาผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นมีความห่วงใยต่อกำลังพลที่ได้ปฏิบัติงานหนักทั้งในเรื่องของชายแดน และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และทำงานด้วยความปลอดภัยมีผลงานที่เป็นประจักษ์ต่อประชาชน และขอให้เชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชาที่เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และขอบคุณทหารที่ช่วยกันตรากตรำทำงาน เพื่อประเทศชาติประชาชน สำหรับภารกิจที่จะต้องรับผิดชอบมีอยู่ด้วยกัน 3 ภารกิจหลัก คือ
1.ภารกิจทั่วไปของกองทัพ ในการดูแลปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติธรรมชาติ 2.การรักษาความมั่นคงภายใน พร้อมทั้งการสนับสนุนการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และ 3.การสนับสนุนภารกิจของ คสช. และรัฐบาล
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารบก ได้กำชับว่าการใช้กฎอัยการศึกนั้นขอให้ทุกหน่วยระมัดระวัง และรอบคอบการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารบก ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อคนไทยที่อยู่ในต่างแดน โดยให้ไปศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศนั้น ๆ เพื่อเอามาเป็นตัวอย่างใช้ศึกษาให้กับประเทศไทย
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารบก ยังเล่าให้ผู้บังคับหน่วยได้รับทราบถึงการทำงานของ คสช. ตั้งแต่ในวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้ ว่าการดำเนินการในระยะที่ 1 นั้น คสช.ได้เข้ามาขับเคลื่อนและบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งถือว่าแผนการดำเนินการในระยะที่ 1 เรียบร้อย และกำลังเข้าสู่ระยะที่ 2 ที่มีองค์ประกอบในเรื่อง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)สภาปฎิรูปแห่งชาติ( สปช.) คณะรัฐมนตรี( ครม.)และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ซึ่งเรียบเรียงตามความสำคัญ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า การทำงานในระยะที่ 2 ทาง คสช.จะเน้นดูแลในเรื่องงานด้านความมั่นคงเป็นหลัก และกองทัพบกยังมีความจำเป็นจะต้องสนับสนุนงานเพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความราบรื่น
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ทหารทุกหน่วยก่อตั้งกลุ่มมวลชนคนทำความดีเพื่อเสริมเสริมความสามัคคีลดความขัดแย้งเพี่อให้เกิดความยั่งยืน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม รวมถึงการส่งเสริมให้คนทำความดีเพื่อแผ่นดินสังคมและบ้านเมือง จะได้ลดความบาดหมางซึ่งกันและกัน สำหรับการเพิ่มสมาชิก คสช.จากเดิม 8 คน ให้ครบจำนวน 15 คนตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะคัดเลือกผู้บังคับบัญชาระดับสูงในทุกเหล่าทัพ โดยจะหารือกันในที่ประชุม คสช.ในวันอังคารที่ 6 ส.ค.นี้ ในเวลา 15.00 น. สำหรับรายการคืนความสุขให้กับคนในชาติที่ออกอากาศทุกวันศุกร์ ในเวลา 20.15 น.หลังข่าวพระราชสำนัก เลื่อนมาออกอากาศทุกวันศุกร์ ในเวลา 17.00 น. โดยมีการพิจารณาตามความเหมาะสม โดยมีนัยยะอะไรทั้งสิ้น
'เสธ.ไก่อู'รับกล่อม'กริชสุดา'จริง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.กริชสุดา คุณะแเสน หรือ เปิ้ล สหายสุดซอย ได้ให้สัมภาษณ์ระบุเป็นผู้เกลี่ยกล่อมให้ น.ส.กริชสุดา ให้พูดแต่สิ่งที่ดีของกองทัพ ขณะที่ถูกควบคุมตัวว่า เบื้องต้นตนยืนยันว่าเป็นผู้ไปเกลี้ยกล่อมกับ น.ส.กริชสุดาจริง แต่ก็เกลี้ยกล่อมกับทุกคนที่เข้าไปรายงานตัว ส่วนที่ว่าให้พูดแต่เรื่องดีในกองทัพนั้น ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากทุกครั้งตนพูดในทำนองว่า ขอให้ทุกคนทำเพื่อชาติทำเพื่อบ้านเมืองขอให้เลิกขัดแย้ง และสิ่งที่ไม่ดีที่เคยทำถ้ารู้ว่าไม่ดีก็ขอให้เลิกทำ และหันมาทำความดีเพื่อประเทศชาติดีกว่า การที่ น.ส.กริชสุดาออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองดังกล่าวนั้น ตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมต้องพูดอย่างนี้
พ.อ.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ส่วนที่ว่าถูกกระทำทารุณกรรมระหว่างที่ถูกควบคุมตัวนั้นในความเป็นจริงพบว่าร่องรอย ใบหน้า ท่าทางของ น.ส.กริชสุดาไม่ได้ปรากฏว่าถูกทารุณกรรมเลย ซึ่งถ้าหากถูกกระทำจริงก็ต้องเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันเอง อย่างไรก็ตามตนจะไม่ชี้แจงในประเด็นตรงนี้ เพราะเป็นหน้าที่ของ พ.อ.วินธัย สุขวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษก คสช.ได้ชี้แจงไปแล้ว
'สมคิด'หนุน'พรเพชร-สุรชัย'ชิงปธ.สนช.
นายสมคิด เลิศไพทูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังรายงานตัวเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ว่า ตำแหน่งประธาน สนช. ที่มีแคนดิเดต 2 คนคือนายพรเพชร วิชิตชลชัย สนช.และที่ปรึกษาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กับนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สนช.และอดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่1 นั้น เห็นว่าทั้งสองคนเป็นนักกฎหมาย มีความรู้ความสามารถ จึงเหมาะสมทั้งคู่ สุดท้ายถ้ามีการเสนอ 2 ชื่อก็คงมีการแสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุม ส่วนกระแสข่าวจะมีการเสนอชื่อตนเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่ทราบ แต่ที่ผ่านมาตนเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี2540และ2550 ไอเดียร่างรัฐธรรมนูญมีน้อยแล้ว จึงอยากให้คนใหม่ๆ เข้าไปช่วยกันยกร่างแทน
ยืนยันว่าจะไม่เป็นกรรมาธิการฯ อีกทั้งใน สนช. ก็มีคนที่เหมาะสมจำนวนมาก สำหรับอธิการบดี 9 คนที่เป็น สนช. หารือกันเบื้องต้นว่าต้องมี 1 คนเป็นกรรมาธิการฯ คือนายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) แต่ก็ยังมีผู้ที่เหมาะสมอีกหลายคน อาทิ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายเจษฎ์ โทณวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.สยาม นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)เป็นต้น ซึ่งการยกร่างครั้งนี้รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว มาตรา35 ก็กำหนดเนื้อหาไว้แล้วว่าเนื้อหาจะมีอะไรบ้าง และหวังว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะแก้ปัญหาประเทศได้
นายสมคิด กล่าวต่อว่า บุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ขณะนี้มีชื่อพล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียวนั้น ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะการแก้ไขปัญหาหลายเรื่องที่ผ่านมาประชาชนให้ความสนใจ และถ้ามาทำงานเพียงระยะเวลา 1 ปีก็พอรับได้ แต่หากมองในมุมของประชาธิปไตยก็อีกเรื่องหนึ่ง
'บิ๊กติ๊ก'ปัดเข้ามาคุมเสียงสนช.ซีกทหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรายงานตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นวันที่ 4 ภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิกเข้ารายงานตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน จำนวน 51 คน อาทิ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 น้องชาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย นายอิสระ ว่องกุศลกิจ
ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตส.ว.สรรหา น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบกนายสมชาย แสวงการ อดีตส.ว.สรรหา เป็นต้น เมื่อรวมการรายงานตัวทั้ง 4 วัน มีบุคคลมารายงานตัวทั้งหมด 191 คน จากรายชื่อทั้งหมด 200 คน เหลืออีก 9 คน
พล.ท.ปรีชา ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารายงานตัวถึงบุคคลที่มีความเหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ตอบยาก แต่คุณสมบัติของนายกฯคงต้องบริหารราชการแผ่นดินโดยรวมได้ รวมทั้งโปร่งใส ตรวจสอบได้และไม่มีประวัติเสื่อมเสีย เพราะคนเป็นนายกฯจะต้องบริหารกระทรวง ทบวง กรมต่างๆได้ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เหมาะสมหรือไม่นั้น ต้องดูที่มติของที่ประชุม สนช.ก่อน เพราะทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากัน ส่วนที่ สนช.ส่วนใหญ่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องตอบเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรกก็ทราบกันดีอยู่ในฐานะพี่ชาย และอีกส่วนหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงซึ่งที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ได้บริหารกองทัพได้เป็นอย่างดี
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับงานในส่วนใดเป็นพิเศษ หรือไม่ พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า ไม่ได้กำชับอะไร แต่ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ อย่าทำอะไรให้เสียชื่อเสียง เกียรติยศศักดิ์ศรีของทหาร อย่าให้ใครมาว่าได้ เมื่อถามต่อว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ รับตำแหน่งนายกฯก็สวมถึง 3 หัวโขนก็จะถือว่าเป็นงานหนักหรือไม่ พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า ต้องดู เพราะสิ้นก.ย.นี้ก็พ้นจากตำแหน่งผบ.ทบ.ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นใครเหมือนกัน
เมื่ออีกถามว่า มีความเป็นห่วงเรื่ององค์ประชุมสนช.หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เป็นทหารและข้าราชการ พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า ทราบมาว่า สนช.จะมีการประชุมสัปดาห์ละ 3-4 วัน สมาชิกก็คงจะต้องมาร่วมประชุม และคนที่เป็นประธาน สนช.ก็ต้องกำชับสมาชิกให้มาร่วมประชุม หากใครหลับก็ถ่ายรูปไว้ เมื่อถามต่อว่า มีกระแสข่าวว่าที่ได้มาเป็น สนช.เพื่อมาคุมเสียงในสภาฯใช่หรือไม่ พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า คงไม่ใช่ ตนไม่ได้เข้ามาคุมเสียง ตนเข้ามาเป็น สนช.เพราะได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นสนช.
'วินธัย'ชี้มีแถลงชี้แจงการสมัครสภาปฏิรูป9ส.ค.
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ว่า วันที่ 9 ส.ค. อาจจะมีการแถลงข่าวเปิดเผยรายละเอียดการสมัครเข้าเป็นสปช. ว่าจะเปิดรับสมัครที่ไหน และทำอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งจะเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมการปฏิรูปในครั้งนี้ด้วย ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองต่างๆประกาศตัวไม่ประสงค์ที่จะส่งคนเข้าร่วมในสปช. ซึ่งอาจเกิดผลกระทบต่อการปฏิรูป เพราะขาดฝ่ายการเมืองเข้าร่วมการปฏิรูปในนั้นตนไม่ได้อยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้โดยตรงคงตอบลำบาก รอให้ถึงเวลานั้นก่อน ซึ่งคงเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไปที่จะหารือและแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว



