
เสี่ยโรงศพโอดบ้านเช่ายังเหี้ยนไม่เลิกไฟไหม้อีก3ครั้ง
อาถรรพ์บ้านเช่าขายโลงศพยังเหี้ยนไม่เลิก ล่าสุดวันนี้เกิดไฟไหม้อีก 3 ครั้ง ขณะเสี่ยโรงศพโอดรายได้หดหายไปกว่า 80% ซ้ำลูกน้องผวาลาออกไป 4 คน เผยเตรียมนำหมอเขมรขมังเวทย์แก้อาถรรพ์ ขณะตำรวจเร่งสอบสวนคลี่ปมปัญหาที่เกิดขึ้น
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 30 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านเลขที่ 85 ม.10 บ้านหัวลิง ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านที่ นายวิฑูรย์ ชื่นจิต พร้อมครอบครัว และลูกน้องเช่าทำธุรกิจขายโลง และรับจัดงานศพแบบครบวงจร หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุมากกว่า 40 ครั้งภายในเดือนเดียว เชื่อว่าคู่แข่งทางธุรกิจเดียวกันไม่พอใจ ได้ทำคุณไสยตามมารังควาญ จนเกิดเรื่องอื้อฉาว
ล่าสุดในวันนี้ (30 มิ.ย.) ตั้งแต่เช้าถึงเย็นยังเกิดเหตุเพลิงไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกไหม้ผ้าสำหรับประดับในงานศพ จากนั้นไหม้กระถางดอกไม้พลาสติกและไหม้โลงศพ ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณลานหน้าบ้าน แต่กล้องวงจรปิดก็ไม่สามารถจับภาพได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา นอกจากคนภายในบ้านที่เดินไปเดินมาเท่านั้น และในวันนี้ นายวิฑูรย์ พร้อมลูกน้องได้ย้ายกล้องวงจรปิด 3 ตัว ไปติดตั้งไว้ภายในบ้าน ส่วนอีก 1 ตัวยังติดตั้งไว้หน้าบ้าน เพื่อจับความผิดปกติภายในและรอบบริเวณบ้าน นอกจากนี้ยังได้มีการนำผ้ายันต์ขนาดใหญ่มาปิดประตูทางเข้าหน้าบ้าน เพื่อป้องกันอาคมหรือคุณไสยที่มีผู้กระทำใส่
นายวิฑูรย์ ออกมายอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดเหตุไม่น่าจะเกิดจากการลอบวางเพลิงหรือไฟฟ้าลัดวงจร เชื่อว่าน่าจะเกิดจากอาคมหรือคุณไสย จากคนที่ปองร้ายทางด้านธุรกิจ เพราะทุกครั้งที่เกิดเพลิงไหม้กล้องไม่สามารถจับภาพคนร้ายได้ แต่ทุกครั้งจะพบเศษเถ้ากระดูกที่เผาศพคนตายปะปนอยู่กับขี้เถ้าไฟที่ไหม้ผ้า และสิ่งของภายในบ้าน
นายวิฑูรย์ ยอมรับอีกว่า หลังเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีข่าวแพร่สะพัด ได้ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตทั้งตนเองและครอบครัวเป็นอย่างมาก เพราะแต่ละวันจะมีชาวบ้านจำนวนมากแวะเวียนมายืนดูอยู่หน้าบ้านตลอดทั้งวัน จนต้องปิดประตูรั้วหน้าบ้านไว้ อีกทั้งยังส่งผลต่อการประกอบธุรกิจ
"ขณะนี้ลูกค้าได้หดหายไปกว่า 80% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 600,000 บาท ซ้ำลูกน้องเกิดความหวาดผวาได้ลาออก 4 คน แต่ยืนยันจะยังคงประกอบธุรกิจนี้ต่อไป เพราะธุรกิจนี้ได้รับช่วงต่อมาจากพ่อ และคิดแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หากซ่อมร้านที่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่ถูกไฟไหม้เสร็จ ก็จะย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวทันที"
อย่างไรก็ตามในวันนี้ตน จะเดินทางไปจ.สุรินทร์ เพื่อไปนำหมอเขมรที่ขมังเวช ที่เชื่อว่าถูกคู่แข่งทางธุรกิจทำของใส่อยู่ขณะนี้ มาแก้อาคมหรือคุณไสยให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติเหมือนกับที่ผ่านมา แต่ก็ยอมรับว่าขณะนี้เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดเหตุไม่ใช่คนกระทำ แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นเป็นผู้กระทำ
ด้านนางรจนา เสาสิลา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 ม.10 บ้านหัวลิง ต.อิสาณ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเป็นการกระทำของวิญญาณหรือภูตฝีปีศาจอย่างแน่นอน ถึงแม้ในบ้านหลังดังกล่าวจะมีคนเสียชีวิตถึง 2 คนก็ตาม และที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบเห็นหรือมีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น แต่หลังจากที่ครอบครัวนี้ย้ายมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่ และเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ไม่สามารถจับคนร้ายได้นั้น ตนก็เชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องของไสยศาสตร์มากกว่า ประกอบกับที่ผ่านมาในหมู่บ้านเองก็เคยมีชาวบ้าน ถูกทำคุณไสยจนสติเลอะเลือน แต่พอแก้อาคมคุณไสยแล้วก็หายเป็นปกติ
ทางด้าน พล.ต.ต.สมบัติ คงพิบูลย์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่วิทยาการ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่กำลังช่วยกันคลายปมปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเจ้าของและผู้เช่าเชื่อว่าเป็นเรื่องไสยศาสตร์ แต่ส่วนตัวจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม แต่ก็ไม่กล้าลบหลู่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ติดตามสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีการสร้างสถานการณ์ หรือมีการก่อเหตุวางเพลิงทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าวได้เข้าแจ้งความเหตุเพลิงไหม้ถึง 7 ครั้ง และเจ้าหน้าที่กองวิทยาการเข้าไปตรวจสอบแล้วถึง 2 ครั้ง



