
ปัดฝุ่นแผนขุดลอกขยายแม่น้ำปิงแก้ปัญหาน้ำท่วมเชียงใหม่ซ้ำซาก
05 ส.ค. 2557
ปัดฝุ่นแผนขุดลอกขยายแม่น้ำปิงแก้ปัญหาน้ำท่วมเชียงใหม่ซ้ำซาก โดย... ศุภชัย วิเศษสรรค์
โครงการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงเป็นหนึ่งในแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของ จ.เชียงใหม่ ถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านมาแล้วกว่า 9 ปี โดยทางจังหวัดเชียงใหม่ได้เร่งประชุมตั้งคณะกรรมการทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อเร่งสำรวจและแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำปิง พร้อมเตรียมเสนอให้แผนการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงเป็นวาระของทางจังหวัดต่อไป นอกจากนี้โครงการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงยังได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนทุกเครือข่ายใน จ.เชียงใหม่ และภาคประชาชนยังเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาช่วยดำเนินการโครงการดังกล่าวให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้น
เรื่องนี้ นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า ปัจจุบันแม่น้ำปิงในเขตตัวเมืองเชียงใหม่บางช่วงมีความกว้าง 50 เมตรเท่านั้น ถ้าฝนตกหนักก็เสี่ยงเกิดปัญหาอุทกภัยได้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก คณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบบูรณาการจังหวัดเชียงใหม่ เห็นว่าควรขุดลอกขยายแม่น้ำปิงโดยให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 เมตร ซึ่งจะทำให้แม่น้ำปิงรองรับปริมาณน้ำได้ประมาณ 830 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามแผนจะขุดลอกขยายเป็นระยะทางยาว 20 กิโลเมตรเหนือสะพานนวรัฐขึ้นไป 10 กิโลเมตร และท้ายสะพานนวรัฐลงมา 10 กิโลเมตร ทั้งนี้จะต้องดำเนินการแก้ปัญหาบุกรุกแม่น้ำปิงด้วย ซึ่งจะเสนอให้การแก้ไขปัญหาบุกรุกและขุดขยายแม่น้ำปิงเป็นวาระของจังหวัดต่อไป
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ได้ประชุมคณะกรรมการเจรจาขอคืนพื้นที่บุกรุกเพื่อขุดขยายแม่น้ำปิง และได้ตั้งคณะกรรมการทำงานระดับจังหวัดและอำเภอแล้ว เพื่อเร่งสำรวจและแก้ไขการบุกรุกแม่น้ำปิง พร้อมทั้งมีแผนดำเนินการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ ขณะนี้ได้ให้คณะกรรมการระดับอำเภอสำรวจตรวจสอบพิกัดในแผนที่ มีการทำหนังสือชี้แจง พร้อมทั้งเตรียมเชิญผู้บุกรุกมาเจรจา หากเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จก็จะบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการต่อไป
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ คำภิโร ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค 1 สาขาเชียงใหม่ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการเจรจาขอคืนพื้นที่บุกรุกเพื่อขุดขยายแม่น้ำปิง กล่าวว่า ถ้าแก้การบุกรุกพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงได้ก็จะทำให้โครงการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงเกิดขึ้นแน่นอน จากข้อมูลปี 2548 มีผู้บุกรุก 1,033 ราย มีการฟ้องร้องดำเนินคดีและยอมความกันไปแล้วกว่า 100 ราย และมี 1 ราย ที่อยู่ในชั้นศาลฎีกา ปัจจุบันต้องสำรวจใหม่ว่ามีผู้บุกรุกเพิ่มหรือไม่ ส่วนที่ดินมีเอกสารสิทธิต้องเจรจาขอคืนพื้นที่และจ่ายค่าชดใช้ตามกฎหมาย และหน่วยงานต่างๆ ต้องร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาบุกรุกให้ได้ก่อน เมื่อแก้ไขปัญหาบุกรุกได้แล้ว โครงการขุดลอกขยายแม่น้ำแม่ปิงก็จะเกิดขึ้นตามมา
สำหรับผู้บุกรุกแม่น้ำปิงมีทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน เช่น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยแผนกประถม และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 มีแผนจะย้ายอยู่แล้ว ส่วนภาคเอกชนทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงบ้านเรือนประชาชน หากภาคราชการร่วมมือก็เป็นตัวอย่างให้ภาคเอกชนและประชาชนด้วย ซึ่งจะช่วยให้การแก้ปัญหาบุกรุกและการขุดลอกขยายแม่น้ำทำได้ง่ายขึ้น หากภายปีนี้สำรวจและแก้ปัญหาการบุกรุกได้ก็สามารถตั้งงบเบิกได้ทันที คาดว่าจะใช้งบราว 300-400 ล้านบาท
อีกทั้งปัจจุบันบางหน่วยงานได้สร้างพนังกั้นน้ำริมสองฝั่งแม่น้ำปิงบางช่วง ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะหน้าดินได้ แต่การสร้างพนังกั้นน้ำบางช่วงรุกล้ำเข้ามาในแม่น้ำและอยู่ในเขตของแผนขุดลอกขยายแม่น้ำปิง ซึ่งความเป็นจริงหากมีการขุดขยายแม่น้ำปิงก็ต้องรื้อพนังกั้นน้ำออก ฉะนั้นการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ควรแก้การบุกรุกสองฝั่งแม่น้ำให้ได้ก่อน แล้วดำเนินการตามแผนขุดลอกขยายแม่น้ำปิงต่อไป เมื่อขุดลอกแล้วจะมีโครงการสร้างพนังกั้นน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์ริมสองฝั่งแม่น้ำเพื่อป้องกันการบุกรุก
ส่วน นางสุภาพร ทองพุก กรรมการลุ่มน้ำปิงและประธานคณะทำงานศูนย์ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเชียงใหม่-ลำพูน บอกว่า เมื่อก่อนแม่น้ำปิงกว้างเฉลี่ย 120 เมตรปัจจุบันแม่ปิงทั้งตื้นทั้งแคบ เนื่องด้วยระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ตะกอนดินที่ถูกพัดมาจากต้นน้ำได้ทับถมสองฝั่งของแม่น้ำมากขึ้น รวมถึงการรุกล้ำเข้าไปใช้ประโยชน์ของบุคคลต่างๆ ดังนั้นโครงการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงที่มีแผนมาตั้งแต่ปี 2548 ต้องดำเนินการ เนื่องด้วยเมืองเชียงใหม่เป็นฐานเศรษฐกิจหลักของลุ่มน้ำปิงตอนบน หากเกิดน้ำท่วมในอนาคตจะกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนมาก
การขุดลอกแม่น้ำปิงต้องดูลักษณะทางกายภาพปัจจุบันว่าอะไรสมควรหรือไม่สมควร เช่น แม่น้ำปิงบางช่วงกว้าง 70 เมตร แล้วจะขุดสองฝั่งแม่น้ำฝั่งละ 10 เมตร ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ไม่จำเป็นต้องขุดทั้งสองฝั่งแม่น้ำ เพราะบางช่วงบางพื้นที่ปัจจุบันค่อนข้างเปลี่ยนแปลงลำบาก มีการปลูกสิ่งปลูกสร้างถาวรรื้อถอนยาก เช่น โรงแรม ซึ่งให้รื้อถอนก็คงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย อาจสำรวจดูว่าเจ้าของพื้นที่สามารถร่นเข้าไปอีกได้เท่าไหร่ ให้เจ้าของพื้นที่ดำรงตนอยู่ได้ด้วย อีกทั้งสำรวจว่าฝั่งตรงข้ามอาจจะรื้อถอนได้ง่ายกว่าหรือไม่ ฉะนั้นการดำเนินงานควรสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายไม่ใช่บังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว
ที่ผ่านมาส่วนราชการต้องถามตนเองและพิจารณาว่าสิ่งใดที่ผิดพลาดไปบ้างและส่วนราชการต้องมั่งคงและแน่วแน่แก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ควรร่วมมือทำงานอย่างบูรณาการและจริงจังให้ได้ ถึงแม้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเปลี่ยนบ่อยหรือไม่คงไม่สำคัญ ที่สำคัญคือต้องส่งต่องานได้ ต้องประกาศโครงการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงเป็นวาระจังหวัด ประกาศเป็นวาระลุ่มน้ำ และเสนอให้ประกาศเป็นวาระเร่งด่วนของ คสช.ด้วย
"ช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมจังหวัดควรเสนอเรื่องให้ คสช.เข้าช่วยดำเนินการและเชื่อว่า คสช.จะช่วยให้โครงการนี้เป็นรูปธรรมได้ เพราะโครงการนี้เป็นนามธรรมมานานแล้ว ภาคประชาชนเชื่อมั่นในความซื่อตรงของกองทัพมากกว่าหน่วยงานอื่น หากปล่อยให้โครงการนี้ยืดยาวไป การดำเนินงานในอนาคตก็ลำบากขึ้น จะมีอุปสรรคมาก เพราะจะไม่สามารถหยุดยั้งการหลั่งไหลของผู้คนที่จะเข้ามาหาประโยชน์เพื่อเลี้ยงชีพของตนในพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิงได้" นางสุภาพร กล่าว
แม้ภาคประชาชนจะเห็นพ้องต้องกันกับทางจังหวัดเชียงใหม่ แต่การเจรจาขอคืนพื้นที่รุกล้ำสองฝั่งแม่น้ำปิงที่มีทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั่วไปจะแก้ได้หรือไม่ และแผนการขุดลอกขยายแม่น้ำปิงจะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ต้องติดตามต่อไป



