
ก.ล.ต.ย้ำมีอำนาจจำกัดสอบกบข.-สปส.
ก.ล.ต.ย้ำกรณีอดีตเลขาฯ กบข. เป็นความผิดตัวบุคคล วอนสังคมอย่าเหมารวมองค์กรเข้าไปด้วย ยัน สปส.-กบข. เป็นนักลงทุนสถาบันที่มีคุณภาพ ยอมรับสังคมคาดหวังให้ ก.ล.ต.เข้าตรวจสอบ แต่มีอำนาจจำกัด เหตุทั้ง 2 องค์กรมีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะ
นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สายงานกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า กรณีของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนประกันสังคม (สปส.) ไม่อยากให้สังคมสับสนระหว่างองค์กรและตัวบุคคล โดยความผิดของอดีตเลขาฯ กบข.ถือเป็นความผิดระดับบุคคล ขณะที่ตัวองค์กรเองทั้ง กบข.และสปส. ถือเป็นนักลงทุนสถาบันที่มีคุณภาพและไม่มีปัญหาอะไร
"ทั้ง กบข.และ สปส. เป็นกองทุนระยะยาว ดังนั้นสมาชิกควรมองผลการดำเนินงานในระยะยาวด้วย จึงจะได้ภาพที่สอดคล้องกับเป้าหมายของกองทุนทั้ง 2 แห่ง ซึ่งหากมองผลตอบแทนในระยะยาวแล้วจะเห็นว่า กบข. ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี สปส. ก็เช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า ทั้ง 2 องค์กร ไม่สามารถเข้าไปลงทุนในหุ้นได้เพราะกลัวขาดทุน ทั้งที่ลงทุนในหุ้นต้องขาดทุนได้ จึงจะถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะเอาผลตอบแทนที่ดีจากไหนมาให้สมาชิกเมื่อเกษียณในบั้นปลาย" นายประเวชกล่าว
ทั้งนี้ แม้สังคมจะคาดหวังต่อบทบาทการทำหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. แต่อำนาจของก.ล.ต.มีขอบเขตจำกัด โดยในกรณีของ สปส.และกบข. ไม่ได้อยู่ในอำนาจการตรวจสอบของก.ล.ต. แต่จะดูแลในฐานะของนักลงทุนสถาบันที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเท่านั้น เหมือนนักลงทุนรายใหญ่รายหนึ่ง หากพบว่ามีพฤติกรรมที่เป็นไปในลักษณะความผิดอาญาต่อ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เช่น การปั่นหุ้น เหมือนกรณีของเสี่ยต่างๆ ในอดีตนั้น ก.ล.ต. ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่พบว่านักลงทุนสถาบันในตลาดมีพฤติกรรมดังกล่าว ส่วนกรณีของอดีตเลขาฯ กบข. เป็นเรื่องการวางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับจรรยาบรรณขององค์กรภายใน ก.ล.ต.ไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบได้ เพราะทั้ง กบข.และสปส. มีกฎหมายจัดตั้งเฉพาะและไม่ได้อยู่ในอำนาจของก.ล.ต.ที่จะเข้าไปตรวจสอบ
"ข้อเรียกร้องของสังคมที่อยากเห็น สปส. เปิดเผยข้อมูลการลงทุนให้โปร่งใสนั้นเป็นเรื่องที่รับฟังได้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องภายในองค์กรเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สปส.จะทำหรือไม่ ก็เป็นเรื่องภายในองค์กรเช่นเดียวกัน" นายประเวชกล่าว



