
รับฟ้อง!'จาตุรนต์-วรเจตน์'ขัดคำสั่งคสช.
04 ส.ค. 2557
ศาลทหารรับฟ้อง 'จาตุรนต์-วรเจตน์' ขัดคำสั่ง คสช. อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ห้ามแสดงออกการเมือง-ไปนอก ทนายพร้อมสู้คดีเต็มที่
4 ส.ค. 57 เมื่อเวลา 13.30 น. อัยการทหาร ได้มีคำสั่งให้ฟ้องนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ เป็นจำเลย ต่อศาลทหารฯ รวม 3 ข้อหา ตามสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองปราบปราม ประกอบด้วย
1. ขัดคำสั่ง คสช. ที่ไม่เข้ารายงานตัว ซึ่งประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 41/2557 กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว เป็นความผิด ที่มีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. กระทำการยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ หรือละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) (3) อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี
3. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฯ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีการปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ
โดยศาลทหารฯ ประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 31 ก./2557 ขณะที่นายจาตุรนต์ จำเลย ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 400,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฟ้องคดีนี้
ศาลทหารฯ พิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายจาตุรนต์ โดยตีราคาประกัน 400,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต และห้ามเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง อันก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร และห้ามแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด หรือทำหนังสือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือการด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน
ภายหลังตกเป็นจำเลยแล้ว นายจาตุรนต์ กล่าวว่า รู้สึกผิดคาดพอสมควรที่อัยการทหารมีคำสั่งฟ้องถึง 3 ข้อหา ซึ่งตนเห็นว่าไม่เป็นธรรม เพราะการที่ตนได้ไปพูดกับประชาชนถึงสาเหตุไม่ไปรายงานตัว คสช.นั้น ไม่ได้มุ่งจะให้เกิดความวุ่นวาย แต่หวังว่าจะให้ทุกอย่างเป็นไปโดยสงบมากกว่า ขณะที่การเรียกร้องประชาธิปไตยก็เป็นไปโดยสงบสันติ จากนี้จะสู้คดีต่อไป
ด้านนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ กล่าวว่า สำหรับอัตราโทษทั้ง 3 ข้อหาที่ถูกยื่นฟ้องนั้น หากรวมอัตราโทษสูงสุดทั้ง 3 ข้อหา จะอยู่ที่ 14 ปี ซึ่งคดีศาลทหารฯ หากตัดสินแล้ว จะไม่สามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้ ดังนั้นคณะทำงานทนายความจากสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษากฎหมายนายจาตุรนต์ จะทำงานอย่างเต็มที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด ทั้งทางนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์นายจาตุรนต์ต่อไป ส่วนการพิจารณาคดีนั้น วันนี้ศาลทหารฯ ยังไม่ได้กำหนดวันนัดใดๆ แต่ตามขั้นตอนภายใน 30 วันนับจากนี้ ศาลจะมีหมายเรียกให้นายประกันพาตัวจำเลยมาเพื่อสอบคำให้การตามขั้นตอนต่อไป
ขณะที่วันเดียวกันนี้ อัยการทหาร ยังได้มีคำสั่งให้ฟ้องนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. 57 และฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 9 พ.ค. 57 ที่มีคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว โดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยอัยการทหาร ยื่นฟ้องนายวรเจตน์ เป็นจำเลยต่อศาลทหารฯ แล้วศาลประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 32 ก./2557 ขณะที่นายวรเจตน์ ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 20,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฟ้องคดีนี้
ศาลทหารฯ พิจารณาแล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายวรเจตน์ โดยตีราคาประกัน 20,000 บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาต และห้ามเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง อันก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร และห้ามแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด หรือทำหนังสือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือการด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน
ภายหลังยื่นฟ้องนายจาตุรนต์ และนายวรเจตน์ เป็นจำเลยแล้ว เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวจำเลยทั้งสองไปทำประวัติที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และได้ทำการปล่อยตัวจำเลยทั้งสองที่เรือนจำตามขั้นตอน
ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายวรเจตน์ กล่าวว่า การสั่งฟ้องนั้น แม้จะฟ้องเพียงข้อหาเดียว คือ ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ คสช.ที่ไม่ไปรายงานตัว แต่ปรากฏว่า อัยการได้ระบุในฟ้องว่า นายวรเจตน์ กระทำผิดถึง 2 กรรม คือ ไม่ไปรายงานตัวตามประกาศ คสช. 2 ฉบับ ทั้งที่ชั้นสอบสวนตามสำนวน ระบุเพียงว่า ไม่ไปรายงานตัวตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งการฟ้องลักษณะนี้ ทำให้มีผลต่อคดี คือหากศาลตัดสินลงโทษว่าทำผิด 2 กรรม อัตราโทษที่ได้รับจะเพิ่มเป็น 2 เท่า
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะฟ้องกลับพนักงานสอบสวนและอัยการทหาร ที่ไม่แจ้งข้อกล่าวหาให้ชัดเจน และให้ทราบล่วงหน้าว่าขัดคำสั่งประกาศ คสช.ฉบับที่ 5 อย่างไร ซึ่งต้องหารือกับนายวรเจตน์ ก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ในทางคดี เราพร้อมจะสู้คดีเต็มที่ โดยหลังจากนี้นายวรเจตน์ คงจะให้สัมภาษณ์ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ และนายวรเจตน์ ถือเป็นพลเรือนชุดแรกที่อัยการทหาร ได้มีคำสั่งให้ฟ้องในคดีต่อศาลทหาร จากการกระทำผิดช่วงที่มีการประกาศกฎอัยการศึก



