
'อิสราเอล'ประกาศหยุดยิง7ชม.
04 ส.ค. 2557
'อิสราเอล' ประกาศหยุดยิง 'กาซา' เป็นเวลา 7 ชม. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์
4 ส.ค. 57 อิสราเอล ประกาศจะหยุดยิงในฉนวนกาซา นาน 7 ชม. ท่ามกลางกระแสโกรธแค้นของนานาชาติต่อเหตุการณ์ที่อิสราเอล ยิงปืนใหญ่ถล่มโรงเรียนของสหประชาชาติในฉนวนกาซาครั้งใหม่ ทำให้มีผู้อพยพหนีสงครามที่พักพิงในโรงเรียนเสียชีวิต 10 คน
กองทัพอิสราเอล จะเริ่มหยุดยิงตั้งแต่เวลา 14.00 - 21.00 น.วันนี้ตามเวลาไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่เผชิญการโจมตีของอิสราเอลมาตลอดเกือบหนึ่งเดือน
ครั้งนี้เป็นการประกาศหยุดยิงครั้งที่ 6 ของอิสราเอล โดยเกือบทุกครั้งล้มเหลวก่อนครบกำหนดเวลาหยุดยิง และกองทัพอิสราเอลเตือนด้วยว่า พร้อมตอบโต้ความพยายามใดที่จะใช้โอกาสนี้โจมตีพลเรือนหรือทหารอิสราเอล
แต่โฆษกกลุ่มฮามาสไม่มั่นใจต่อคำประกาศหยุดยิงล่าสุด โดยบอกว่า การประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวของอิสราเอล เป็นเพียงความพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากกรณีที่อิสราเอลได้ก่อเหตุสังหารหมู่
กองทัพอิสราเอลพยายามชี้แจงว่า ปฏิบัติการโจมตีเมื่อวันอาทิตย์พุ่งเป้าที่นักรบอิสลามิก ญิฮัด 3 คน ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ในบริเวณของโรงเรียนของสหประชาชาติในเมืองราฟาห์ แต่นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวประณามการโจมตีโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งมีชาวปาเลสไตน์ เกือบ 3,000 คน เข้าไปอาศัยหลบภัยว่า เป็นการก่ออาชญากรรมที่ไร้ศีลธรรม นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียด และเร่งด่วน และย้ำให้อิสราเอล หลีกเลี่ยงการทำให้พลเรือนสูญเสียเลือดเนื้อ
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนยามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงยืนยันว่า อิสราเอล ไม่ได้พุ่งเป้ายิงใส่พลเรือน และเสียใจต่อเหตุการโจมตีที่มีพลเรือนตกเป็นเหยื่อโดยไม่เจตนา แต่ไม่ได้ระบุถึงเหตุการณ์ยิงถล่มโรงเรียน
ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 8 ก.ค.มุ่งทำลายเป้าหมายของกลุ่มฮามาสที่ยิงจรวดเข้าไปชายแดนอิสราเอลและอุโมงค์ที่ใช้ลอดข้ามชายแดนเข้าไปโจมตีอิสราเอล และมีรายงานว่า กองทัพอิสราเอลเริ่มถอนทหารบางส่วนออกจากฉนวนกาซาแล้วเมื่อวาน เนื่องจากใกล้เสร็จสิ้นภารกิจทำลายอุโมงค์ของฮามาสแล้ว แต่การโจมตีตลอดเกือบหนึ่งเดือน ทำให้มีชาวปาเลสไตน์ เสียชีวิตแล้วกว่า 1,820 คน ขณะที่มีทหารอิสราเอล เสียชีวิต 64 คน พลเรือนอิสราเอล 2 คน และแรงงานไทย 1 คนเสียชีวิตด้วย
---------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



