ข่าว

ดีเดย์จับปรับจริง'มือแชท'ขณะขับ

ดีเดย์จับปรับจริง'มือแชท'ขณะขับ

04 ส.ค. 2557

ตำรวจดีเดย์จับปรับจริง"จอมแชทมือถือ"ขณะขับรถ คาดโทษปรับ 400-1,000 บาท

 
 
          วันที่ 4 ส.ค.57 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการจราจร เปิดเผยว่า เวลา 09.30 น. วันนี้ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา สบ 10 พร้อมด้วยคณะทำงานพัฒนาแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดใน กทม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล และประธานสถาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยรวมถึงเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังรายใหญ่ในพื้นที่ กทม. จะผนึกกำลังความร่วมมือเดินหน้าแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดหน้าศูนย์การค้า โดยร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงมาตรการเชิงรุกแก้ไขปัญหาจราจรหน้าห้างสรรพสินค้าพร้อมแถลงผลสรุปการปฏิบัติมาตรการจับจริง 5 จอม ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 2 บก.จร. ถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมเปิดแถลงข่าวจับจริงผู้ขับขี่ใช้โทรศัพท์มือถือและแชทไลน์ขณะขับรถ โดยดีเดย์สั่งตำรวจจราจร 88 สน.และตำรวจ บก.จร.จับปรับจริง และบันทึกภาพผู้กระทำความผิดเป็นหลักฐานส่งใบสั่งจับปรับถึงบ้าน ซึ่งจะมีผลจับจริงจอมแชทตั้งแต่วันนี้เป็นต้น 
 
          พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ตำรวจจราจรจะคุมเข้มวินัยจราจรผู้ขับขี่ที่กระทำความผิดใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย หรือเล่นแชทเล่นไลน์ หรือดูข้อมูลอินเตอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือก็ตาม ถือว่ามีความผิดรวมถึงการนำที่วางมือถือยึดติดกับพวงมาลัยรถยนต์เพื่อใช้โปรแกรมแชทในขณะขับรถ เป็นการกระทำที่มีความผิดทั้งสิ้น ผู้ขับขี่ไม่สามารถกระทำได้ในขณะขับขี่รถยนต์ และรถจักรยายนต์ยนต์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดใช้โทรศัพท์ขณะขับรถตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่8) พ.ศ.2551 มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับรถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยมีอุปกรณ์เสริมสำหรับสนทนา(สมอลล์ทอล์ค)เท่านั้น โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์ หากมีการใช้ที่ตั้งมือถือที่พวงมาลัยรถหรือสแตนดี้ ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน เพราะเป็นการรบกวนสมาธิในการขับรถอย่างมาก เนื่องจากต้องละสายตาจากท้องถนนเพื่อพิมพ์ข้อความและละมือข้างหนึ่งไปจากการควบคุมพวงมาลัยรถ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายมีโทษปรับไม่เกิน 400- 1,000 บาท แต่กรณีวางมือถือที่สแตนดี้และเปิดเปิดลำโพงเสียงเพื่อสนทนานั้น ไม่ถือว่าไม่ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับการใช้สมอลล์ทอล์ค หากตรวจพบการกระทำความผิดดังกล่าว ตำรวจจราจรจะดำเนินการจับกุมทันที หากมีกรณีโต้เถียงผู้ทำผิดไม่ยอมรับจะนำเรื่องไปสู่การพิจารณาบนชั้นศาลเพื่อดูหลักฐานพยานว่ามีเจตนาเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถหรือไม่
 
          รอง ผบช.น. กล่าวเตือนว่า พฤติกรรมการเล่นไลน์ เล่นแชทในมือถือขณะขับรถนั้น เป็นอันตรายมาก นอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังส่งผลง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเป็นที่มาของการจราจรติดขัดยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่มีสมาธิ และไม่ได้สนใจ เมื่อปล่อยสัญญาณไฟเขียวทำให้รถเคลื่อนตัวช้า ซึ่งความจริงแล้วตำรวจจราจรไม่อยากจับกุมพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดความวุ่นวายบนท้องถนนมากขึ้น โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มองเห็นถึงความสำคัญ เพราะหากไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็จะส่งผลเสียในหลายด้าน อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อผู้ขับขี่หรือผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ผู้ที่ขับรถจึงควรมีจิตสำนึกในการใช้ทางสาธารณะด้วยไม่ใช่คำนึงถึงความสนุกสนานเพลิดเพลินของตนเอง
 
          พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวถึงโครงการมีส่วนร่วมภาคเอกชน-ประชาชนในการแก้รถติดว่าเจ้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่ กทม.ทั้ง 83 แห่ง พร้อมใจกันผนึกกำลังร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจจราจรในการแก้ไขปัญหาจราจรรถติดหน้าห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้รถติดเป็นวงกว้างโดยลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการการปฏิบัติการจราจรภาคประชาชนและสัมมนาวางกรอบแนวทางที่จะดำเนินการร่วมกันในเช้าวันนี้มี พล.ต.อ.วุฒิ เป็นประธานลงนามมาตรการแก้ไขปัญหาการจราจร 3 ส่วน คือ 1.ปัญหาการจัดการจราจรบริเวณที่จอดรถ 2.การจัดระบบการจราจรภายในของห้างสรรพสินค้า และ 3.การจัดการจราจรภายนอกตัวห้างสรรพสินค้า จากเดิมได้มีการจัดจราจรกันมาแล้วประมาณ 10 แห่ง ซึ่งจะต้องมีการจัดการจราจรเพิ่มเติมให้เป็นไปตามระบบ
 
          รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า คณะทำงานพัฒนาแก้ไขปัญหาจราจรกทม.ในส่วนของ บช.น.และบก.จร.ประชุมเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยประสานไปยังผู้บริหารห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใน กทม.ทั้งหมด ทั้งเครือเซ็นทรัล โรบินสัน และเดอะมอลล์ เข้ามาหารือ พร้อมกับเสนอแนะในการดำเนินการจัดระเบียบการจราจรติดขัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ จนถึงการเชิญเจ้าของผู้ประกอบกิจการตัวจริงหารือวันนี้เดินหน้าแก้ไขปัญหาบริเวณจุดแจกบัตรจอดรถหรือตู้รักษาความปลอดภัยที่อยู่ใกล้กับริมถนน ก็จะให้ทางห้างสรรพสินค้าปรับเข้าไปอยู่ภานในห้างสรรพสินค้า รวมถึงที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ อาทิ ที่จอดรถสำหรับรับส่งผู้พิการที่อยู่บริเวณทางเข้า พอรถจอดทำให้รถเข้ามาใช้บริการภายในห้างไม่สามารถเข้ามาได้ทำการจราจรติดขัด และที่จอดรถผู้บริหารหรือกันพื้นที่วีไอพีจอดรถจอดไม่สามารถให้ผู้มาใช้บริการจอดได้ รวมถึงกำหนดจุดจอดรถแท็กซี่ให้จอดรับผู้โดยสารบริเวณภายในห้างสรรพสินค้า ห้ามจอดรถรับผู้โดยสารบริเวณรอบอาคารโดยเด็ดขาด เพราะจะถูกตำรวจจราจรจับกุมทันที ซึ่งจะมีการบังคับให้พนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลการจราจรช่วยดูแล โดยกำหนดให้จอดรถตั้งแต่ชั้นบนสุดจนเต็มพื้นที่ก่อนและไล่ลำดับจอดในชั้นถัดไปจอด ซึ่งจะทำให้การจราจรดีขึ้น
 
          "นอกจากนี้ยังจะมีการเสนอแนะให้กับผู้บริหารห้างสรรพสินค้ามีการจัดโปรโมชั่นกับผู้ที่มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าไม่นำรถยนต์ส่วนตัวมาจะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าต่างๆ พร้อมทั้งให้มีการจัดทำกล้องซีซีทีวีดูแลการจราจรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารของห้างสรรพสินค้ามาดูแลการจราจรดังกล่าวร่วมกันหาข้อสรุป โดยจะเป็นการบันทึกข้อตกลงในวันที่ 4 สิงหาคม จากนั้นในวันที่ 14 สิงหาคม ก็จะไปข้อความร่วมมือจัดการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนต่างๆ ทั่ว กทม. และในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ก็จะมีการจัดการจราจรบริเวณหน้าตลาดทั่ว กทม. โดยให้แต่ละกองบังคับการที่รับผิดชอบจัดทำข้อมูลมาแล้วพล.ต.อ.วุฒิ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาที่ดูแลงานจราจรจะดำเนินการลงพื้นที่เพื่อตรวจความเรียบร้อยบริเวณจุดต่างๆ อีกครั้ง" พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว