ข่าว

เปิดมิติจังหวัดภาคกลางตอนล่าง2เชื่อมโยงเพื่อนบ้าน

เปิดมิติจังหวัดภาคกลางตอนล่าง2เชื่อมโยงเพื่อนบ้าน

04 ส.ค. 2557

เปิดมิติจังหวัดภาคกลางตอนล่าง2 เชื่อมโยงเพื่อนบ้านสร้างโอกาสการพัฒนา : กัมปนาท ขันตระกูล, มัทนา ลัดดาสิริพรรายงาน

                ในปีงบประมาณ 2557 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งประกอบด้วย จ.เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และประจวบคีรีขันธ์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั้ง 4 จังหวัด ซึ่งมีสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีเป็นหน่วยดำเนินการและผู้ประสาน ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด โดยให้ความสำคัญการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการค้า บริการและการลงทุนกับจังหวัดที่มีเขตแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพม่า กัมพูชา ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 

               โดยการดำเนินการ จ.เพชรบุรี ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ได้อนุมัติโครงการเชื่อมโยงการค้าชายแดนไทย-พม่า กัมพูชา ลาว เพื่อสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ นักธุรกิจของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 กับจังหวัดที่ติดกับชายแดนไทย-พม่า กัมพูชา และลาว ทั้งด้านการค้า การบริการ และการลงทุน และในการขับเคลื่อนโครงการนี้มีการนำภาคราชการ ภาคเอกชนในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 เข้าร่วมกิจกรรมเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยว ประกอบด้วยการเจรจาสร้างความสัมพันธ์ด้านการค้า การบริการและการลงทุน จัดงานเทรดแฟร์และเทเบิลท็อปเซลส์ เพื่อเปิดโอกาสให้เจรจาและขายสินค้าโดยตรง

               การหารือเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการค้า การบริการและการลงทุน โดยจะดำเนินการด้านติดกับพม่าในพื้นที่ซึ่งติดกับเชียงราย เชียงใหม่และตาก ด้านติดกัมพูชาคือ จ.สระแก้ว  ด้านติดกับมาเลเซียคือ จ.สงขลา ด้านติดกับลาวคือ จ.อุดรธานีและจ.หนองคาย

               สำหรับกิจกรรมครั้งแรกของโครงการเชื่อมโยงการค้าชายแดนไทย-พม่า-กัมพูชา-ลาว ได้ดำเนินการในเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมา เป็นการเชื่อมโยงการค้าการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สำหรับกลุ่มภาคกลางตอนล่าง 2 มี น.ส.สุนันทา น้อยพิทักษ์ หัวหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี เป็นหัวหน้าคณะ ส่วน จ.สระแก้ว มี น.ส.จันทร์เพ็ญ สอนสมสุข หัวหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว เป็นผู้ประสานงาน

               น.ส.จันทร์เพ็ญ สอนสมสุข บอกว่า โครงการเชื่อมโยงของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 วิเคราะห์ว่า จ.สมุทรสาคร น่าจะเปิดตลาดสินค้าอาหารทะเลสู่กัมพูชาได้ ขณะที่การท่องเที่ยวทางทะเล ทั้ง จ.เพชรบุรี และจ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็มีศักยภาพที่จะดึงนักท่องเที่ยวกัมพูชาที่มีกำลังซื้อสูงให้เดินทางเข้ามาเยือน

               "สำหรับชาวกัมพูชาที่มีกำลังซื้อสูงจะนิยมธุรกิจบริการด้านความงาม เช่น สปา นอกจากนี้ยังมีบริการทางด้านการรักษาพยาบาล แพทย์แผนไทยก็ได้รับความนิยมสูง ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่นิยมคือ พัทยา จ.ชลบุรี โครงการนี้จึงเป็นการเปิดตลาดการค้าเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่สู่กัมพูชา" น.ส.จันทร์เพ็ญ กล่าว

               ขณะที่ น.ส.สุนันทา น้อยพิทักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันทางด้านการลงทุน การค้าและธุรกิจในภาคบริการมีการแข่งขันที่สูงยิ่งขึ้น ทำให้มีความจำเป็นต้องหาตลาดเพิ่มและการเชื่อมโยงตลาด ถือเป็นเครื่องมือสำคัญและการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ก็เป็นโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นกับพื้นที่ด้วยเหตุนี้ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จึงเลือกจังหวัดติดชายแดนทำการเชื่อโยงการค้าและการท่องเที่ยว ขณะที่เป้าหมายต่อไปคือ การเปิดตลาดกับอินโดนีเซียและสิงคโปร์

               “โครงการนี้หวังว่าตัวแทนการท่องเที่ยวของกัมพูชาจะได้รับทราบศักยภาพของเรา เพราะทั้ง จ.เพชรบุรีและ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีศักยภาพสูงในการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การใช้เป็นสถานที่จัดประชุมสัมมนา ระดับสากล" น.ส.สุนันทา กล่าว

               ส่วน นางวนิดา อรุโณทัย พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บอกว่า โครงการเชื่อมโยงการค้าการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ เพราะได้นําสินค้าไปแสดง ทําให้มีโอกาสได้สร้างเครือข่ายทางการค้า รวมทั้งสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งทําให้เกิดการขยายการค้า การท่องเที่ยว ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์

               “โครงการนี้มีผลดีต่อภาคธุรกิจและภาคการท่องเที่ยวของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาก เพราะทําให้คน จ.สระแก้ว และจังหวัดใกล้เคียงกับสระแก้ว ได้รู้จักสินค้าของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งผู้ประกอบการใน จ.สระแก้ว บางรายประกอบธุรกิจส่งสินค้าไปขายประเทศกัมพูชาและเวียดนาม ทําให้สินค้าของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีการโอกาสที่จะถูกส่งไปขายประเทศกัมพูชาและเวียดนามด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการธุรกิจการค้าใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถสั่งสินค้าในกลุ่ม จ.สระแก้ว ที่ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ไม่มีมาจําหน่ายที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้"

               นางวนิดา กล่าวว่า ในส่วนภาคท่องเที่ยวจะทําให้นักท่องเที่ยวในกลุ่ม จ.สระแก้ว ได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และมาเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้บริษัทนําเที่ยวใน จ.สระแก้ว ที่ทําทัวร์เชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชาและเวียดนาม จะนํานักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาและเวียดนามมาเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะก่อให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และส่งผลให้เศรษฐกิจของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดีขึ้นด้วย” พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าว

               น.ส.สิการย์ เฟื่องฟุ้ง พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า โครงการนี้ทําให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการโอท็อปของ จ.สมุทรสงคราม มีโอกาสนําสินค้าไปจําหน่ายที่ จ.สระแก้ว ทําให้สระแก้วรู้จักสินค้าของ จ.สมุทรสงคราม ทั้งพืชผลการเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนและสินค้าเอสเอ็มอี

               ด้าน นายสุพล ศรีทับทิม พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า แนวทางนี้ถือเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการค้าและการท่องเที่ยวของ จ.สมุทรสาคร ได้พบปะเจรจาเชื่อมโยงการค้ากัน เป็นการขยายช่องทางการตลาดสินค้าและเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างกันซึ่งต่อไปอาจขยายธุรกิจไปยังประเทศกัมพูชา

               นี่จึงเป็นที่มาของการสร้างโอกาสต่อการพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น โดยการเชื่อมโยงทั้งภาคการค้าและการท่องเที่ยว