ข่าว

สงครามโลกครั้งที่3?

สงครามโลกครั้งที่3?

04 ส.ค. 2557

สงครามโลกครั้งที่3? : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

               มีผู้แสดงความกังวลว่า ตะวันออกกลางอาจจะเป็นชนวนไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบัน ความกังวลนั้นก็มีเค้าเงื่อนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

               จากข่าวคราวที่ปรากฏในขณะนี้ จะเห็นได้ว่า มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ของโลกและบริเวณใกล้เคียงอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีความขัดแย้งของอิสราเอลกับปาเลสไตน์ในเรื่องฉนวนกาซา ซึ่งเป็นหนามยอกอกของทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด ความไม่สงบในลิเบีย การสู้รบในอิรัก สงครามกลางเมืองในซีเรีย ซึ่งแต่ละจุดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และอาจขยายตัวขึ้นกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ ที่โยงประเทศภายนอกเข้ามาสู่ความขัดแย้งด้วย

               ฉนวนกาซา ที่เราคุ้นหูกันดีนั้น ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ติดกับอียิปต์และอิสราเอล มีพื้นที่เพียง 260 ตร.กม. แต่มีประชากรถึง 1.7 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์ เคยถูกปกครองโดยอียิปต์ แต่หลังสงครามหกวัน ใน ค.ศ.1967 ดินแดนนี้ก็ตกเป็นของอิสราเอล ต่อมาใน ค.ศ.1993 ได้มีความตกลงระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซามีสิทธิในการปกครองตนเอง ในปี ค.ศ.2505- และอิสราเอลได้ดำเนินการถอนทหารและอพยพชาวอิสราเอลออกจากฉนวนกาซามาโดยลำดับ หลังจากการปกครองตนเองเพียงปีเดียว อิสราเอลก็เปิดการโจมตีทางอากาศ โดยอ้างว่าเพื่อทำลายฐานขีปนาวุธของกลุ่มฮามาส ซึ่งยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลหลายครั้ง การโจมตีทางอากาศใช้เวลา 22 วัน ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การที่พื้นที่ซึ่งเคยเป็นดินแดนปาเลสไตน์ถูกแบ่งแยกเป็นสองส่วน คือ ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งเป็นรัฐปาเลสไตน์ กับบริเวณฉนวนกาซา โดยมีอิสราเอลคั่นกลาง และกระทำการปิดล้อมฉนวนกาซา สร้างความไม่พอใจแก่ชาวปาเลสไตน์ และพรรคฮามาส ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมของปาเลสไตน์ ได้ใช้ความรุนแรงในการต่อสู้กับอิสราเอล ชนวนของฉนวนกาซาครั้งใหม่เกิดขึ้นเมื่อมีการปะทะกันระหว่างวัยรุ่นปาเลสไตน์ในฉนวนกาซากับวัยรุ่นอิสราเอล และเด็กหนุ่มชาวอิสราเอล 3 คน ถูกลักพาตัวและสังหารโหดในวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อิสราเอลจึงเปิดฉากถล่มฉนวนกาซาด้วยขีปนาวุธและฝูงบินทิ้งระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายในเขตชุมชน และมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชน มากกว่าสมาชิกองกำลังติดอาวุธของฮามาส โดยอิสราเอลกล่าวอ้างว่า กองกำลังฮามาสใช้แหล่งชุมชนเป็นฐานในการต่อสู้ และอิสราเอลก็ยังไม่มีท่าทีที่จะยุติการโจมตีฉนวนกาซา

               กรณี ลิเบีย และซีเรีย อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นผลพวงมาจากการปฏิวัติซีดีบูซีด หรือการปฏิวัติดอกมะลิ ที่เริ่มขึ้นที่ตูนิเซียเมื่อปลายปี ค.ศ.2010-ต้น ค.ศ.2011 อันเป็นการลุกฮือครั้งใหญ่ของประชาชนเพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการที่ครองอำนาจมายาวนาน และพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ความสำเร็จจากการปฏิวัติในตูนิเซียขยายผลไปยังประเทศอื่นๆ ในโลกอาหรับและตะวันออกกลาง ซึ่งมีปัญหาทำนองเดียวกันกับตูนิเซีย เช่น อียิปต์ ลิเบีย ซีเรีย เยเมน เป็นต้น ในกรณีของลิเบียนั้น เมื่อ พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบียในขณะนั้น ที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานับ 40 ปี ทำการปราบปรามฝ่ายต่อต้าน สหรัฐซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับกัดดาฟีมานาน ก็ร่วมกับประเทศสมาชิกนาโต ยื่นมือเข้าช่วยฝ่ายต่อต้าน จนกัดดาฟีต้องจบชีวิตลง แต่ปัญหาภายในของลิเบียก็ยังคงคาราคาซัง และปะทุขึ้นมาใหม่ เมื่อฝ่ายที่นิยมกัดดาฟีเปิดศึกล้มล้างรัฐบาลที่ฝ่ายตะวันตกหนุนหลัง

               สำหรับซีเรียนั้น ความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีบัซซาร อัลอะซาด ซึ่งสืบทอดอำนาจจากบิดา กับกลุ่มต่อต้านได้กลายเป็นสงครามกลางเมือง โดยทั้งสองฝ่ายต่างก็มีประเทศภายนอกให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยสหรัฐและประเทศตะวันตกอ้างว่าประธานาธิบดีอัลอะซาดละเมิดสิทธิเสรีภาพ และไม่เป็นประชาธิปไตย ขณะที่รัสเซียและประเทศอาหรับส่วนใหญ่ถือว่าอัลอะซาด เป็นผู้นำที่ชอบธรรม

               ส่วนการต่อสู้ในอิรักเป็นผลมาจากการที่สหรัฐทำสงครามโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน ในปี ค.ศ.2003 แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดความสงบและเสถียรภาพได้ ภายในอิรักเองยังเต็มไปด้วยความขัดแย้งมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องศาสนา ระหว่างผู้ที่ถือศาสนาอิสลาม นิกายชีอะห์ กับสุหนี่ และกลุ่มชนต่างๆ จนเกิดการสู้รบโดยทั่วไป

               ครับ ความวุ่นวายการสู้รบและสงครามภายในประเทศ ที่เกิดขึ้นหลายจุดในตะวันออกกลางและบริเวณใกล้เคียงในเวลานี้ อาจจะกลายเป็นสงครามใหญ่ที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาคได้ หากยังไม่สามารถหาทางตัดไฟแต่ต้นลม