ข่าว

อดีตส.ว.หนุน'พรเพชร'นั่งปธ.สนช.

อดีตส.ว.หนุน'พรเพชร'นั่งปธ.สนช.

03 ส.ค. 2557

อดีตส.ว.หนุน'พรเพชร'นั่งปธ.สนช. ชี้'พล.อ.ประยุทธ์'เหมาะนั่งนายกฯ 'หมอเจตน์'เผยกลุ่ม40ส.ว.ดัน'สุรชัย'


                3ส.ค.2557 นายพีระศักดิ์ พอจิตต์ อดีต ส.ว.อุตรดิตถ์ และสนช. กล่าวถึงตำแหน่งประธาน สนช.ว่า จากการพูดคุยเบี้องต้นกับเพื่อน สนช.หน้าใหม่ ส่วนใหญ่จะสนับสนุนนายพรเพชร วิชิตชลชัย สนช.เป็นประธานสนช.  เพราะเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสนช.ก็มีชื่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา เป็นแคนดิเดท รวมอยู่ด้วย แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีการคัดเลือกประธานสนช.คงจะต้องมีการหารือกันในหมู่สมาชิกอีกครั้งเพราะมีเวลาอีกหลายวันทำความรู้จักกัน ไม่อยากให้การเลือกประธานและรองประธานสนช.มาจากการจิ้มจากภายนอกตามที่มีกระแสข่าวขณะนี้

                นายพีระศักดิ์ กล่าวถึงการเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า หลังจากโปรดเกล้าฯตำแหน่งประธานสนช.แล้ว สนช.จะต้องร่างข้อบังคับการประชุมใหม่ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มีความเหมาะสมในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งการทำงานใน 2 เดือนที่ผ่านมาก็เห็นผลงานแล้ว


"หมอเจตน์"หนุน"สุรชัย"นั่งปธ.สนช.

                นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ อดีต ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. ในฐานะสนช. กล่าวว่า อดีต ส.ว. กลุ่ม 40 ซึ่งได้รับการเลือกเป็น สนช.จะนัดหารือกันเร็วๆนี้ คาดว่าจะมีการพูดคุยถึงตำแหน่งประธานสนช. ด้วย แม้ว่ากระแสข่าวว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย จะได้รับการสนับสนุนค่อนข้างมาก แต่ในฐานะอดีต ส.ว.หากนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภา ได้รับการเสนอชื่อพวกเราก็พร้อมสนับสนุนนายสุรชัย เพราะเนื่องจากเคยร่วมงานกันและเห็นผลงานและฝีมือในการทำงานมาแล้ว พร้อมทั้งหารือในการทำงานในสนช.ซึ่งเชื่อว่าพวกเราจะเป็นเสียงข้างน้อยในการตรวจสอบการทำงานของ.รัฐบาลไม่ให้ถูกประชาชนมองว่าใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเกินไป

                ทั้งนี้ตนเป็นห่วงมากสุดคือเรื่ององค์ประชุมจะมีปัญหา เพราะมีสนช.ที่เป็นข้าราชการจำนวนมาก เพราะต้องพิจารณากฎหมายแบบหามรุ่งหามค่ำ จะต้องออยู่ในห้องประชุมตอลดเวลา หากเกิดองค์ประชุมล่ม คสช.จะได้รับความเสียหาย เพราะฉะนั้นจะต้องหามาตรการแก้ไขวิธีการทำงาน เช่นการตั้งวิปขึ้นมาประสานงาน. ส่วนกรณีปฏิเสธกระแสข่าวจะนั่งเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วน สนช. คงไม่น่าจะใช่เพราะตนไม่เชี่ยวชาญ รัฐธรรมนูญแค่อ่านกฎหมายก็มึนหัวแล้วนพ.เจตน์ กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกเสียดายที่อดีต ส.ว.หลายคนที่มีสามารถ อาทิ นายวันชัย สอนศิริ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายประสาร มฤคพิทักษ์ พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ที่ไม้ได้เข้ามาเป็น สนช.แต่คิดว่า คสช.ไม่ต้องการตั้งคนบุคคลที่ชอบถกเถียง แสดงความคิดเห็นแบบฮาร์ดคอร์เข้ามา เนื่องจาก สนช.มีเวลาทำงานน้อย ขณะเดียวกันมีกฎหมายที่ต้องเร่งพิจารณาจำนวนมากให้จบโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าบุคคลเหล่ายังมีความเหมาะสมที่จะเข้าไปนั่งในเวทีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่


"กกต."จ่อถกเสนอชื่อร่วมสปช. 5 ส.ค.นี้

               แหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ส.ค.นี้ กกต.ทั้ง 5 คน จะหารือเรื่องการเสนอชื่อตัวแทนจาก กกต. จำนวน 2 คน มาเป็นตัวแทนขององค์กร เพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก่อนส่งรายชื่อให้กับคณะกรรมการสรรหาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่แต่งตั้งขึ้น โดยบุคคลที่เป็นตัวเต็งในการถูกเสนอชื่อคือนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม เนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์ค่อนข้างมาก เคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีต ส.ส.หลายสมัย ถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองยาวนาน และด้านองค์กรอิสระ ก็เคยเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ผลักดันการขับเคลื่อนเรื่องการสร้างจริยธรรม คุณธรรม ส่วนตัวแทนอีก1คน คาดว่าจะเป็นการเลือกระหว่างผู้พิพากษา คือ นายธีระวัฒน์ ธีระโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมือง และนักวิชาการ คือ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง


คสช.โต้"กริชสุดา"หวังทำลายควาน่าเชื่อถือ

                พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีการออกมาให้สัมภาษณ์ของ น.ส.กริชสุดา คุณะเสน นักกิจกรรมกลุ่มคนเสื้อแดง โดยระบุถึงการที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหารว่า การดำเนินการต่อ น.ส.กริชสุดา นั้น เริ่มมาจากต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวพันในคดีทางอาญาหลายคดี จึงเชื่อว่าเจ้าตัวคงมีความกังวลอยู่พอสมควรถึงผลพวงต่างๆ ที่อาจตามมาได้ ทั้งจากเรื่องคดีความ และจากผู้เสียประโยชน์จากการให้ข้อมูล ซึ่งไม่เหมือนกับอีกหลายๆ คนที่เคยถูกเชิญมารายงานตัวด้วยเหตุผลที่ต่างจากกรณีนี้

                ที่ผ่านมาในการสอบสวน น.ส.กริชสุดามักได้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางเจ้าหน้าที่ ถึงขั้นเจ้าตัวรู้สึกและกังวลในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก จึงอยากขออยู่เงียบๆ ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนให้มากที่สุด และร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยดูแล ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการให้ตามความเหมาะสม จนกระทั่งเคยมีข่าวลือว่า เสียชีวิตหลังถูกควบคุมตัว ทางเจ้าหน้าที่จึงจัดให้มีการให้สัมภาษณ์แสดงตนต่อสาธารณะ สิ่งสังเกตกริยาอาการรอยยิ้มที่แสดงออกมา ก็แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นไปโดยธรรมชาติปกติ แววตาใบหน้าก็ดูเปล่งปลั่ง ไม่เหมือนเป็นการเสแสร้งในลักษณะที่แสดงออกในลักษณะถูกบังคับได้อย่างที่กล่าวอ้าง

                พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยืนยันได้ว่าตลอดระยะเวลา เจ้าหน้าที่ให้การดูแลเป็นอย่างดีไม่เคยปฏิบัติเหมือนเป็นผู้ที่กระทำความผิด หรืออย่างที่มีการกล่าวอ้างอย่างแน่นอน จึงค่อนข้างแปลกใจกับการมาให้ข้อมูลของคุณกริชสุดาในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังมีข้อสงสัยหลายประการ ส่วนหนึ่งเป็นไปได้ที่จะพยายามใช้เงื่อนไขเดิมๆให้มองว่าเป็นการละเมิด เพื่อดึงให้บางองค์กรฯที่มีความสนใจเรื่องนี้และเข้ามาสนับสนุน เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ โดยการให้ข้อมูลที่บิดเบือนและไม่เป็นความจริง กล่าวอ้างโดยปราศจากหลักฐานข้อพิสูจน์ เป็นไปได้ว่าอาจไม่มั่นใจผลลัพธ์ในทางคดีต่างๆที่อาจตามมา ที่ น.ส.กริชสุดา เข้าไปมีส่วนสนับสนุนพัวพันอยู่หลายคดี ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะได้ให้คำมั่นไว้แล้ว ด้วยเพราะขณะนี้คดีต่างๆ มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก

                พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า น.ส.กริชสุดา คงอาจประเมินดูแล้ว พบความเสี่ยงว่าอาจได้รับผลกระทบในทางคดีแน่นอน หรือไม่ก็ได้รับอันตรายจากผู้เสียผลประโยชน์จากคำให้การต่างๆ ที่ให้ไว้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นไปได้เมื่อได้กลับไปปรึกษาพบปะกับคนรอบข้างกลุ่มเดิมที่หลบอยู่ในต่างประเทศ จึงอาจมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

                “ขอยืนยันว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาได้เคารพต่อสิทธิมนุษยชนมาตลอด การปฏิบัติใดๆ มีหลักการและเหตุผลรองรับทุกประการ การควบคุมดูแลบุคคลหนึ่งบุคคลใด เป็นไปด้วยความสุภาพเรียบร้อย และไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปดำเนินการอะไรที่ขัดต่อความรู้สึกของสังคมอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน และสถานการณ์ที่สังคมให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้” พ.อ.วินัย กล่าว