
'พงศพัศ'เสียใจเหตุเข้าใจผิดชุดสืบสวนยิงรถนักศึกษา
03 ส.ค. 2557
"พงศพัศ" แสดงความเสียใจเหตุเข้าใจผิดชุดสืบสวนยิงรถนักศึกษา ยืนยัน สตช. พร้อมรับผิดชอบความเสียหาย
วันที่ 3 สงค.57 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านการปราบปราบยาเสพติด ได้เดินทางไปที่ สน.บางชัน เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 2 ส.ค.ที่่่๋ผ่านมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้อาวุธปืนยิงรถของ น.ส.อภีษฎา สัจพันโรจน์ อายุ 21 ปี นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่3 คณะนิติศาสตร์ ได้รับความเสียหาย เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิด โดยมีพ่อแม่และญาติคอยปลอบประโลม ขณะที่เจ้าตัวยังอยู่ในอาการตกใจ พร้อมยืนยันในความบริสุทธฺ์ใจ นอกจากนี้พล.ต.อ.พงศพัศ ยังได้ทำการสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ควบคุมการปฏิบัติด้วยตนเองโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
พล.ต.อ.พงศพัศ ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวขอโทษและน้อมรับผิดชอบการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยดี โดยให้ชุดจับกุมรายงานชี้แจงข้อเท็จจริง และตั้งกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมด โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
น.ส.อภีษฎา ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใดๆ ไม่เข้าใจถ้าเป็นตำรวจจริงๆ ทำไมไม่แสดงตัวตั้งแต่แรก เเต่กลับเดินปรี่มาเคาะกระจกรถเเบบกระโชกโฮกฮาก บอกตามตรงกลัวมาก ไม่เคยเจอเหตุการณ์เเบบนี้มาก่อนปกติ พักอาศัยอยู่ที่นี่มากว่า 10 ปี รถที่ใช้ก็ขับมา 2 ปี ถ้าจะบอกว่ารถตนเป็นรถต้องสงสัย ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ขณะนี้ก็ได้บอกญาติที่เป็นทนายความ ให้ช่วยดำเนินการเเล้ว ตอนนี้ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว ส่วนจะเรียกร้อง หรือว่าเอาผิดอย่างไร เป็นเรื่องของทนายความที่ต้องดำเนินการ ยังไม่อยากพูดอะไรมาก
ด้าน พ.ต.อ.สาโรจน์ ซุ่นทรัพย์ รองผบก.น.4 กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เข้าใจผิด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมคิดว่า เป็นผู้ต้องสงสัย จึงเกิดการจับกุมและตรวจสอบ ขณะนี้ได้ให้ผู้เสียหายแจ้งความแล้ว และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียกอีกครั้ง หากพบว่ามีการกระทำเกินกว่าเหตุ ก็จะดำเนินการตามข้อเท็จจริง และตั้งกรรมการตรวจสอบต่อไป
ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ รถเก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ สีเทา ทะเบียน 1กฆ 1993 กรุงเทพมหานคร ของน.ส.อภีษฎา สัจพันโรจน์ อายุ 21 ปี นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 เนื่องจากเข้าใจผิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด บริเวณซอยรามคำแหง 118 แยก 33-8 แขวงและเขตสะพานสูง พล.ต.อ.เอก เปิดเผยว่า ยอมรับเป็นความบกพร่องของตำรวจ ขณะนี้ได้มีการพิจารณาดำเนินการทางวินัยและคดีอาญากับตำรวจทั้ง 3 นายแล้ว ซึ่งกำชับให้ตำรวจทุกคน เพิ่มความระมัดระวังการทำหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายซ้ำขึ้นอีก โดยยืนยันว่า จะไม่ให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำความผิดจริง และน้อมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่มีปกปิด นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกับผู้เสียหาย พร้อมครอบครัว เพื่อเยียวยาและรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดชึ้น



