ข่าว

เจาะเบื้องหลังส่วยพัฒน์พงศ์

เจาะเบื้องหลังส่วยพัฒน์พงศ์

03 ส.ค. 2557

เจาะเบื้องหลังส่วยพัฒน์พงศ์ : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                           ปัญหาการเก็บผลประโยชน์ในย่านพัฒน์พงศ์ มีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องหลายหน่วย ซึ่งผู้ค้าอ้างว่าต้องจ่ายส่วยเพื่อแลกกับพื้นที่ค้าขายมูลค่ารวมกันกว่าล้านบาทต่อเดือน นำมาสู่ประเด็นความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น 
 
                           ล่าสุดกลุ่มพ่อค้าบางรายรวมตัวกันไปยื่นเรื่องต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เข้ามาแก้ปัญหา กระทั่งมีการขยายผลและจับกุม "เสธ. จ" ซึ่งเป็นทหารในราชการ ยศ "พลตรี" พร้อมพวก ซึ่งเป็นพลเรือนอีก 4 คน ส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามดำเนินคดีใน 2 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และกรรโชกทรัพย์ 2.เป็นคนกลางเรียกรับหรือจะยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
 
                           เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ค้าในย่านพัฒน์พงศ์จำนวนหนึ่งเข้าให้ปากคำต่อนายทหารพระธรรมนูญ และพนักงานสอบสวนกองปราบปราม โดยผู้ค้ายืนยันสอดคล้องกันว่า ต้องจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาเรียกเก็บผลประโยชน์ หากไม่จ่ายจะไม่สามารถค้าขายได้ โดยผู้ที่เข้ามาเก็บส่วยมักอ้างว่าเก็บเงินส่งให้ "เสธ. จ" กว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน เพราะมีร้านค้าอยู่หลายร้าน ซึ่งจ่ายอย่างนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่าเขาจะนำเงินไปจ่ายต่อให้ใครอย่างไร
 
                           "ที่ร้านขายกระเป๋าใหญ่ต้องจ่ายเป็นรายเดือน ตารางเมตรละ 2,500 บาท ซึ่งเปิดขาย 2 แผงรวม 5 ตารางเมตร ต้องจ่ายเงินรวม 12,500 บาท รู้ว่าแพงแต่ก็ต้องจ่าย แต่ละแผงจะจ่ายไม่เท่ากัน ขายนาฬิกาก็จะอีกราคาหนึ่ง รู้ว่าใครมาเก็บ เพราะเขาต้องมาบอกก่อนจะจ่ายอะไร เขามาแนะนำตัวว่าจะช่วย แต่เสธ.เขาก็พามาเดินแนะนำตัวว่าจะมาช่วย ช่วงก่อนก็จ่ายไม่เห็นมีปัญหาอย่างนี้" ผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์ กล่าว
 
                           ผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า บุคคลที่อ้างว่าเป็น "เสธ. จ" เข้ามามีบทบาทตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา กระทั่ง คสช.เข้ามาบริหารประเทศ บุคคลนี้ยิ่งมีบทบาทมากขึ้น โดยแสดงตัวว่าเป็นทหารและจะเข้ามาเรียกเก็บผลประโยชน์ทั้งหมดในย่านพัฒน์พงศ์ โดยก่อนหน้านี้ต้องจ่ายให้ตำรวจ ตั้งแต่ระดับร้อยตำรวจตรีถึงพันตำรวจเอก ทั้งในและนอกพื้นที่หลายหน่วย
 
                           "เสธ.เรียกผมไปคุยตัวต่อตัว มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นนักบัญชี เขาบอกผมว่า น้องต้องจบเมื่อไหร่ ยอดน้องเหลือค้างมีรายชื่ออยู่ ผมก็บอก เสธ.ตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดใหญ่ ถ้าเสธ.จะควบคุมมันไม่ยากเลย และก็วนมาเรื่องเดิมว่าเงินยังไง จะจบยังไง เพราะเขาจะให้ผมจ่ายย้อนหลังช่วงที่มีม็อบ เพราะทุกวันนี้ผมต้องจ่ายเดือนละ 50,000 บาท เพราะผมมีอยู่หลายร้านในย่านนี้ ผมก็แทบจะไม่ไหวแล้ว" ผู้ค้าย่านพัฒน์พงศ์ ให้ข้อมูล
 
                           ผู้ค้าอ้างว่า ต้องจ่ายส่วยให้บุคคลที่อ้างว่าเป็น "เสธ. จ" ทุกเดือน ซึ่งถ้าขายสินค้าประเภทนาฬิกา 1 ตารางเมตร จะอยู่ที่ราคา 5,000 บาท ถ้าขายสินค้าประเภทกระเป๋า 1 ตารางเมตร จะอยู่ที่ราคา 2,500 บาท และถ้าขายสินค้าประเภทเบ็ดเตล็ดทั่วไป 1 ตารางเมตรจะอยู่ที่ราคา 1,000 บาทต่อเดือน ในจำนวนนี้ไม่รวมที่จ่ายให้บุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาเก็บเบี้ยบ้ายรายทาง และค่ารายวันที่ต้องจ่ายเป็นประจำวันละ 150 บาทต่อตารางเมตร
 
                           บุคคลที่อ้างชื่อ "เสธ. จ" จะมีคนสนิทหลายคนที่จัดเก็บผลประโยชน์ให้ ในจำนวนนั้น มี “เจ๊ลักษณ์” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นขาใหญ่ในตลาดพัฒน์พงศ์ รวมอยู่ด้วย โดยมีการเรียกเก็บส่วยจากผู้ค้าในพัฒน์พงศ์ทั้งหมด ซึ่งมีอยู่กว่า 300 ร้าน รวมเป็นเงินกว่า 7 แสนบาทต่อเดือน
 
                           ก่อนหน้าบุคคลที่อ้างว่าเป็น "เสธ. จ" จะเข้ามามีบทบาทในย่านพัฒน์พงศ์ ผู้ค้าอ้างว่า ต้องจ่ายส่วยเป็นรายเดือนให้แก่กลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะอ้างว่าเป็นตำรวจมากกว่า 1 ล้าน 2 แสนบาทต่อเดือน แต่เมื่อบุคคลรายนี้เข้ามามีบทบาทในย่านพัฒน์พงศ์ทำให้จ่ายน้อยลง กระทั่งการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาผู้ค้าขายสินค้าได้น้อยลง มีการอะลุ้มอล่วยให้ แต่ภายหลังม็อบสลายปรากฏว่ามีการเรียกเก็บเงินย้อนหลัง ทำให้ผู้ค้าไม่พอใจ จึงร้องเรียน คสช.จนนำไปสู่การจับกุม
 
                           หลังเกิดกรณีดังกล่าว พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผบ.ทบ.ในฐานะเลขานุการ คสช. ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. ขอให้มีการสอบสวนเรื่องนี้อย่างยุติธรรม เพื่อเอาผิดอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายและข้อเท็จจริง
 
                           ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม กำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องนี้ รวมทั้งให้ขยายผลด้วยว่ามีตำรวจหรือหน่วยงานใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ หากมีใครเกี่ยวข้องจะมีการทางวินัยตามลำดับ ส่วนหน่วยงานที่มีการพาดพิงถึงจะรอผลการสอบสวนทางคดี หากพบว่าเป็นจริงมีหลักฐานปรากฏชัดจะมีการดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(เจาะเบื้องหลังส่วยพัฒน์พงศ์ : โดย...พรรณทิพา จิตราวุฒิพร ทีมข่าวอาชญากรรม)