ข่าว

สารพัดแนวคิดก.ม.ปราบทุจริตคอร์รัปชั่น'ยุค คสช.'

สารพัดแนวคิดก.ม.ปราบทุจริตคอร์รัปชั่น'ยุค คสช.'

03 ส.ค. 2557

สารพัดแนวคิดก.ม.ปราบทุจริตคอร์รัปชั่น'ยุค คสช.' : โดย...โอภาส บุญล้อม

 
                           หนึ่งในนโยบายสำคัญของ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" (คสช.) ก็คือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น
 
                           เห็นได้จากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ยุค คสช. ในมาตรา 35 ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องสร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันตรวจสอบและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน   
 
                           ในขณะนี้จึงมีความพยายามผลักดัน "กลุ่มกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น" ออกมาทั้งจาก คสช.เอง และจากภาคส่วนต่างๆ ที่เสนอมายัง คสช. เพื่อนำเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 
 
                           เริ่มจาก "กฎหมายพิสูจน์หลักฐานทางการเงินและบัญชี " ที่ล่าสุด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานประชุม ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย ตลาดหลักทรัพย์  
 
                           ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นด้วยกับการมีกฎหมายฉบับนี้และเห็นว่าเป็นกฎหมายสืบสวนคดีแนวใหม่ที่มีผลเชิงป้องกันอาชญากรรมด้านเศรษฐกิจ เครือข่ายยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ ก่อการร้าย เพราะสามารถเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังความผิดปกติของเส้นทางการเงินและการบัญชีและสามารถพิสูจน์ทราบผู้ต้องสงสัยในระยะแรกเพื่อขอออกหมายจับกุมได้ 
 
                           สุดท้าย พล.อ.ไพบูลย์ ได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อทบทวนข้อกฎหมาย เพราะปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่มีอำนาจขอใช้ข้อมูลจากสถาบันการเงินทำให้มีการทำงานซ้ำซ้อน แล้วทำการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยมีกำหนดระยะเวลาให้เสร็จภายในโรดแม็พที่ 2
 
                           ต่อมาเป็นในส่วนของ "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป.ป.ช.ว่า ถ้าจำเลยหลบหนีในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ไม่ให้นับระยะเวลาที่จำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ ทำให้ไม่ว่าจำเลยจะหนีคดีไปนานแค่ไหน ก็ไม่มีการขาดอายุความ 
 
                           นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังมีแนวคิดเสนอให้ออกเป็นประกาศ คสช. อาทิ เมื่อผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาได้รับรายงานการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีความผิดทางวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงโทษทางวินัยไปตามที่ ป.ป.ช.มีมติ, ในคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ฟ้องคดีเองต่อศาล ให้ศาลประทับฟ้องโดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้องว่ามีมูลหรือไม่, เมื่อ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาล ถ้าผู้ถูกกล่าวหาไม่ไปรายงานตัวต่อบุคคลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ออกหมายจับ และ ป.ป.ช.สามารถแจ้งพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ ให้จัดการตามหมายจับได้  
 
                           อีกทั้ง ป.ป.ช.ยังมีแนวคิดให้ คสช.ออกเป็นประกาศ ในเรื่องต่อไปนี้ด้วย เช่น ถ้าศาลมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่าทุจริตต่อหน้าที่ แต่ไม่สามารถบังคับริบทรัพย์เอาจากทรัพย์สินที่ได้มาจากการทุจริตได้ทั้งหมด เหตุเพราะทรัพย์สินถูกแปรสภาพไป ก็ให้สามารถบังคับริบทรัพย์เอาจากทรัพย์สินอื่นได้, ถ้าการกระทำที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่าผิดทางอาญาเป็นเหตุให้รัฐเสียหาย เมื่อพนักงานอัยการ หรือ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่อศาลก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนรัฐด้วย, การกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช.ไม่ว่ากรณีใด ทำได้เพียงโดยวิธีการ ส.ส. หรือ ส.ว. หรือทั้ง 2 สภา มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดของ 2 สภา เข้าชื่อร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น, ให้มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้บริหารท้องถิ่นที่ยื่นไว้กับ ป.ป.ช. ต่อสาธารณชน  
 
                           ด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็ได้เสนอต่อ คสช.ให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
 
                           "ที่สำคัญคือ การเสนอให้มีความผิดฐานสมคบทุจริต โดยป.ป.ท.มองว่าปัญหาทุจริตมีความร้ายแรงเทียบได้กับยาเสพติด การเสนอกฎหมายในลักษณะนี้ เป็นการลอก พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2535 มาใช้ ทำให้สามารถดำเนินคดีกับผู้สมคบทุจริตโดยทำการจับกุม ยึดทรัพย์ได้แม้จะไม่มีของกลางที่ได้จากการทุจริตอยู่กับผู้สมคบทุจริต ซึ่งเหมือนกับที่ไม่จำเป็นต้องยึดได้ยาเสพติดของกลางจากผู้สมคบค้ายาเสพติดก็สามารถดำเนินคดีกับผู้สมคบค้ายาเสพติดได้" 
 
                           นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอของ ”สภาพัฒนาการเมือง“ (สพม.) ต่อ คสช.ที่ได้มาจากการประชุมและจัดสัมมนาระดมความเห็นจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน (ตามกราฟฟิก)
 
                           ทั้งหมดนี้...วางอยู่บนหน้าตักของ คสช.และ สนช. ที่จะเลือกหยิบขึ้นมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเรื้อรังและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศมาอย่างยาวนาน
 
 
 
สารพัดแนวคิดก.ม.ปราบทุจริตคอร์รัปชั่น'ยุค คสช.'
 
 
 
 
-----------------------
 
(สารพัดแนวคิดก.ม.ปราบทุจริตคอร์รัปชั่น'ยุค คสช.' : โดย...โอภาส บุญล้อม)