แกะรอย...จากวงจรปิด ล่าทีมสังหารนายกอบจ.ลพบุรี
03 ส.ค. 2557
แกะรอย...จากวงจรปิด ล่าทีมสังหารนายกอบจ.ลพบุรี : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
บ่าย 3 วันที่ 16 มิถุนายน 2554 ผู้คนที่สัญจรผ่านบริเวณตรอกตลาดราชดำเนินพลาซ่า หลังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนิน แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. ต้องอกสั่นขวัญแขวน เมื่อมือปืนพระกาฬ บุกกระหน่ำยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช วัย 51 ปี หรือ "นายกเจี๊ยบ" นายก อบจ.ลพบุรี พร้อมนางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช ภรรยา และ น.ส.ชณุตพร โพธิสมภาพวงศ์ เลขานุการส่วนตัวอีกคน
หลังสิ้นเสียงปืนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ถูกนำส่ง รพ.วชิรพยาบาล แต่นายสุบรรณเสียชีวิตเพราะคมกระสุนเจาะศีรษะ ส่วนนางอรพินกระสุนเข้าบริเวณสะโพก น.ส.ชณุตพร กระสุนเข้าที่มือ ได้รับบาดเจ็บ พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 4 ปลอก และหัวกระสุนอีก 2 หัว ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ
แพทย์นิติเวช รพ.วชิรพยาบาล ได้ชันสูตรศพผู้ตาย พบว่า กระสุนนัดแรกเข้าที่ศีรษะด้านซ้ายทะลุกะโหลกออกดั้งจมูกด้านขวา โดยรอยแผลจากกระสุนนัดนี้ไม่ได้ทำลายเนื้อสมอง แต่กระสุนนัดที่ 2 ซึ่งเข้าบริเวณขมับซ้าย ทะลุปอดด้านซ้าย ตัดเส้นเลือดใหญ่ ทำให้มีเลือดออกมากในช่องท้อง เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต
ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมภรรยา และเลขานุการสาว เดินทางโดยรถตู้โฟล์ค ทะเบียน ฮธ 6758 กรุงเทพมหานคร มาจาก จ.ลพบุรี เพื่อทำสเต็มเซลล์ ดีท็อกซ์ หรือล้างสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย ที่คลินิกแห่งหนึ่งย่านตรอกข้าวสาร หลังจากเสร็จแล้วได้เดินไปยังลานจอดรถ ภายในตรอกตลาดราชดำเนินพลาซ่า โดยภรรยาและเลขานุการ ได้แวะซื้อไอศกรีมรถเข็น ส่วนนายกเจี๊ยบยืนรออยู่ใกล้ๆ ระหว่างนั้นมีชายฉกรรจ์สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมหมวกแก๊ปสีดำอำพรางใบหน้า เสื้อเชิ้ตสีฟ้าคล้ายคนขับแท็กซี่ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับอีกชั้น นุ่งกางเกงยีนสีน้ำเงิน เดินปรี่ตรงเข้ามาชักอาวุธปืนจ่อศีรษะนายกเจี๊ยบแล้วลั่นไก 2 นัดซ้อนจนล้มฟุบลงกับพื้น จากนั้นได้หันปากกระบอกปืนมายิงสะเปสะปะอีก 3 นัด กระสุนปืนไปถูกภรรยานายกเจี๊ยบ และเลขานุการสาวบาดเจ็บ
หลังลั่นไกมือปืนวิ่งไปซ้อนรถจักรยานยนต์ที่ทีมสังหารจอดรออยู่ หลบหนีไปทางลัดออกถนนราชดำเนิน โดยทีมสังหารที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์พาหนี มีพยานเห็นจอดรถจักรยานยนต์รอมือปืนอยู่ที่ตรอกมะยม สวมเสื้อแจ็กเก็ตคล้ายผ้าร่มแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็กสีดำ หมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ
ตำรวจได้ระดมทีมสืบสวนทั้งจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งยุคนั้นมี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็น ผบช.น. และชุดสืบสวนของ บช.ภ.1 ซึ่งมี พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็น รองผบช.ภาค 1 ในฐานะ รรท.ผบช.ภ.1 ติดตามไล่ล่าคนร้าย
ชุดสืบสวนได้ระดมกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีอยู่ถึง 163 ตัว จึงทำให้พอทราบเบาะแสของคนร้าย โดยภาพที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกไว้ได้ ตั้งแต่ผู้ตาย พร้อมภรรยา และเลขานุการสาว ลงจากรถ มีชายฉกรรจ์ 1 คนเดินตามประกบ และระหว่างที่ผู้ตายเข้าไปใช้บริการในคลินิก ทีมสังหารได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ มาดูลาดเลาถึง 2 รอบ
กล้องวงจรปิดยังสามารถบันทึกภาพ ผู้ต้องสงสัยทำหน้าที่ชี้เป้าสังหาร โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้เข้ามานั่งทำทีเป็นดื่มเบียร์อยู่ภายในร้านใกล้กับจุดเกิดเหตุล่วงหน้า 2 ชั่วโมง ตำรวจได้นำภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบในข้อมูลประวัติอาชญากร และข้อมูลทะเบียนราษฎร พบว่า บุคคลนี้คือ นายวันชัย หรือกอล์ฟ โพธิปิติ
ภาพจากกล้องวงจรปิดยังพบมีชายผิวขาวอายุประมาณ 25-30 ปี นั่งดื่มเบียร์อยู่กับนายวันชัย โดยชายรายนี้สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขน กางเกงยีน และสวมรองเท้าแตะ ซึ่งรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายทั้ง 2 คน สอดคล้องกับคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์
ตำรวจชุดสืบสวน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกนั้นอย่างละเอียด พบภาพหลังคนร้ายลงมือลั่นไกสังหารนายสุบรรณ แล้ววิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่รออยู่ตรงตรอกมะยม หลังจากนั้นรถจักรยานยนต์คันนี้ได้จอดระหว่างทาง เพื่อให้มือปืนซึ่งเป็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำตาล กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ เดินไปขึ้นรถแท็กซี่สีส้ม ที่บริเวณแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ชุดสืบสวนตรวจสอบรูปพรรณสัณฐานของมือปืนรายนี้พบว่า มีใบหน้าละม้ายคล้ายนายสิระพงศ์ หรือสมบูรณ์ อาจเดช ซึ่งขณะนั้นมีหมายจับในคดีลอบยิง นายประชา ประสพดี นักการเมืองชื่อดังของ จ.สมุทรปราการ
หลังพบเบาะแสดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลออกหมายจับทีมสังหารนายสุบรรณ โดยบางรายออกหมายจับตามชื่อและที่อยู่จริง บางรายออกหมายจับตามตำหนิรูปพรรณที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้
ตำรวจติดตามแกะรอยคนร้ายกระทั่งสามารถจับกุมทีมสังหารรายแรกได้เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 มิถุนายน ที่โรงแรมกิ๊กทาวน์ ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี โดยผู้ต้องหารายนี้คือ นายเอกชัย หรืออั้ม ป้อมเผด็จ อายุ 32 ปี ได้พร้อมของกลาง ปืนพกสั้นขนาด .38 ซูเปอร์ พร้อมกระสุน 30 นัด เข็มแทงชนวนอาวุธปืน 1 ชุด ซึ่งมือปืนรับจ้างอาชีพจะมีไว้ เงินสด 41,377 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยหลังก่อเหตุได้นำไปเปลี่ยนสีใหม่ รถเก๋งเชฟโรเลต อาวีโอ สีดำ ทะเบียน ชศ 3420 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทะเบียนปลอม
ตำรวจสอบสวนขยายผลกระทั่งทราบว่า วันเกิดเหตุนายเอกชัย ทำหน้าที่ชี้เป้า และขับขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนหลบหนี โดยทีมสังหารประกอบด้วย นายวันชัย หรือกอล์ฟ โพธิปิติ นายตระกูล หรือกุ้ง ทองทิพย์ และมือปืนคือ นายสิระพงศ์ หรือต๋อง อาจเดช ส่วนผู้รับงานคือ นายอัครวัฒน์ หรือมีน เพชรจันทรา
"นายเอกชัยได้รับเงินค่าจ้างล่วงหน้ามาแล้ว 2 หมื่นบาท หลังก่อเหตุนายอัครวัฒน์ ก็ได้นัดให้ทั้ง 4 คนไปรับเงินส่วนที่เหลือที่โรงแรมมิโดย่านสะพานควาย ซึ่งนายเอกชัยได้รับเงินส่วนที่เหลือ 2 แสนบาท ส่วนคนอื่นไม่ทราบ จึงเชื่อว่าการจ้างวานฆ่านายสุบรรณมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านบาท โดยนายอัครวัฒน์ เป็นผู้รับงานมาถึง 2 คดี คือคดียิงนายสุบรรณ และคดียิงนายประชา ซึ่งนายอัครวัฒน์ เป็นผู้วางแผนทั้งหมด" พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. (ตำแหน่งขณะนั้น) แถลงข่าวหลังการจับกุมผู้ต้องหารายนี้
หลังการจับกุมนายเอกชัย รับสารภาพว่า รับงานมาจากนายอัครวัฒน์ ก่อนจะลงมือสังหารเพียง 5 วัน โดยไม่รู้จักนายสุบรรณมาก่อน ได้รับคำสั่งเพียงให้สังหารบุคคลที่หน้าตาเหมือน "ไวพจน์" โดยนัดรวมตัวกันวางแผนสังหารกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า โดยมีการซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ไว้ติดต่อกันระหว่างทีมสังหาร วันเกิดเหตุนายอัครวัฒน์แจ้งว่านายสุบรรณ เดินทางมายังย่านตรอกมะยม จึงติดตามไปลงมือสังหารจนสำเร็จ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี
ภายหลังนายเอกชัยถูกจับกุม 2 วัน นายตระกูล หรือกุ้ง ทองทิพย์ 1 ในทีมสังหารเข้ามอบตัวต่อตำรวจ โดยสารภาพว่าทำหน้าที่ชี้เป้า ตำรวจได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 2 ซิม ซึ่งนายตระกูลสารภาพว่า ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับทีมสังหารในวันเกิดเหตุ ไว้เป็นหลักฐาน
คดีดังกล่าวหายเงียบไปเกือบ 3 ปีเต็ม กระทั่งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ตำรวจสามารถติดตามจับกุมนายวันชัย ได้ที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะกำลังจะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนายวันชัยสารภาพว่าเป็นหนึ่งในทีมสังหารทำหน้าที่ชี้เป้าจริง
อย่างไรก็ตามคดีนี้ตำรวจยังไม่สามารถปิดคดีได้สนิท เนื่องจากมือปืน คือนายสิระพงศ์ และผู้จัดหามือปืน คือนายอัครวัฒน์ ยังคงหลบหนี ทำให้จนถึงขณะนี้ปมสังหาร รวมถึงผู้บงการที่แท้จริงเป็นใคร ยังไม่มีความกระจ่าง แต่ชนวนเหตุค่อนข้างชัดว่าเป็นเรื่องขัดแย้งทางการเมือง เพราะผู้ตายเป็นหัวคะแนนคนสนิทของผู้กว้างขวางแห่ง จ.บุรีรัมย์
-----------------------
(แกะรอย...จากวงจรปิด ล่าทีมสังหารนายกอบจ.ลพบุรี : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



