ข่าว

จับชีพจร'ผู้ทรงเกียรติ'ห้วง'ชีวิตเปื้อนฝุ่น'

จับชีพจร'ผู้ทรงเกียรติ'ห้วง'ชีวิตเปื้อนฝุ่น'

03 ส.ค. 2557

จับชีพจร 'ผู้ทรงเกียรติ' ห้วง 'ชีวิตเปื้อนฝุ่น' : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ

 
                           ย่างเข้าเดือนที่ 8 แล้ว หลัง "ท่านผู้ทรงเกียรติ" อยู่ในสภาพ "เตะฝุ่น" นับเนื่องแต่มีการยุบสภาตั้งแต่ต้นธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา 
 
                           กระทั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ากุมอำนาจบริหาร เส้นทางขรุขระของ "นักการเมืองอาชีพ" จึงยังหาความแน่นอนไม่ได้ว่า การ "หย่อนบัตร" จะบังเกิดขึ้นอีกเมื่อใด ทุกวันนี้จึงดูดุจถูก "มัดตราสัง" ทางการเมืองไปโดยปริยาย  
 
                           ทุกคนต่างสะกดคำว่า "เว้นวรรค" ได้แม่นยำ เพื่อรอวันหวนคืนสังเวียนด้วยความระทึกในหัวใจพลัน 
 
                           ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" พาไปดูเรื่องราวความเป็นไปของบุคคล ผู้เคยเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยเหล่านั้น โดยเฉพาะอดีต ส.ส.ปักษ์ใต้บ้านเรา 
 
                           เขาทำอะไรกันใน "วันว่าง" !!? 
 
                           มือกฎหมายแถวหน้าอย่าง "ถาวร เสนเนียม" อดีต ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคประชาธิปัตย์ หลังเว้นว่างการเมืองเพื่อรอสถานการณ์ "ฟ้าหลังฝน" รายนี้ ดูเหมือนว่าภารกิจไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ยังคงเดินหน้าพบปะมวลชน แม้จะเป็นการทำงานที่ไม่มีเงินเดือนก็ตาม 
 
                           ยิ่งในห้วงเกิดสุญญากาศทาง "เงินเดือน" แต่รายจ่าย โดยเฉพาะภาษีสังคม ทั้งงานบวช งานแต่ง งานศพ และสารพัดงาน กลับเพิ่มพูนราวดอกเห็ดหน้าฝน  
 
                           ถาวร บอกว่า ในช่วงนี้จำต้องหันมาปัดฝุ่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจังมากขึ้น ส่วนงานด้านกฎหมาย แม้จะเป็นงานที่ถนัดและผลงานยังเป็นที่ประจักษ์ แต่ต้องขอพักไว้ก่อนในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง
 
                           ด้วยเหตุนี้มาดใหม่ของชายวัย 65 ปี ในห้วงนี้ จึงดูทะมัดทะแมงด้วยเสื้อโปโลและกางเกงยีนที่อยู่ในสภาพคล่องตัว ภารกิจงานค้างเก่าก็ยังต้องสานต่อ โดยเฉพาะการผลักดัน "เมืองระโนด" บ้านเกิดให้เป็นเมืองแถวหน้าของสงขลา
 
                           หลังจากที่เข้าไปกรุยทางวางโปรเจกท์ใหญ่ โครงการพัฒนาเมืองเพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ "ระโนดมรดกลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา" วงเงินกว่า 113 ล้านบาท ทั้งการสร้างหอคอยชมวิว, สวนบูรพาจารย์ และพิพิธภัณฑ์ระโนดให้เป็นศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมา แม้จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง แต่โครงการที่ต้องเดินต่อจึงไม่อาจรอ "งบหลวง" อย่างเดียว ทำให้ต้องอาศัย "งบนอก"
 
                           การจัดทอดกฐิน ผ้าป่า และกิจกรรมสารพัด เพื่อหาเงินสมทบทุนการก่อสร้างให้สัมฤทธิผล
 
                           "ล่าสุดผมร่วมกับชาวบ้านระโนดจัดสร้าง "พระเครื่อง" ให้ประชาชนร่วมบูชาเป็นเหรียญรูปไข่หลวง ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ด้านหลังหลวงพ่อปลอด วัดหัวป่า เพื่อนำรายได้สมทบทุนการพัฒนาเมืองระโนดอีกทางหนึ่ง" ถาวร บอก 
 
                           ชีวิตอีกมุมของ "ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว" อดีต ส.ส.สงขลา เขต 1 พรรคเดียวกัน หลังเว้นวรรคก็หวนกลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด อ.ระโนด จ.สงขลา ฐานที่มั่นสำคัญ 
 
                           ชัยวุฒิ สลัดคราบนักการเมืองไว้ชั่วขณะ ก่อนเบนเข็มไปลงทุนขุดบ่อเลี้ยงกุ้งอย่างเป็นทางการ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียง เรียบง่ายสไตล์หนุ่มลูกทุ่ง 
 
                           แปลงโฉมตัวเองกลายเป็นเกษตรกรเต็มรูปแบบ 
 
                           "ชัยวุฒิ" เล่าว่า เนื่องจากเป็นคนบ้านนอก ครอบครัวทำนาปลูกข้าวมาก่อน เมื่อต้องหยุดหน้าที่การเมืองในสภาก็ไม่ยากที่จะกลับมาอยู่ท้องนาและบ่อกุ้ง ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวระโนด เพราะนอกจากมีรายได้เลี้ยงครอบครัวและเลี้ยงลูกน้องแล้ว ยังได้องค์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้ง ช่วงที่ลงทุนกลับมาเจอแจ็กพอตปัญหาโรคระบาดในกุ้ง จนกลายเป็นปัญหาพอควร  
 
                           "วันนี้ไม่ได้เป็นส.ส.ไม่มีตำแหน่ง แต่ด้วยบทบาทหน้าที่ทุกอย่างเหมือนเดิม เพราะอาชีพส.ส.หยุดไม่ได้ แต่ที่เปลี่ยนไปบ้างคือ สถานที่ทำงานจากห้องแอร์ในสภาเป็นท้องนาและดินโคลน"
 
                           ฟากอดีตส.ส.น้องใหม่ที่เพิ่งถูกดับฝันไปอย่างน่าเสียดาย แม้ไม่ทันได้ลิ้มรสความเป็นนักการเมืองระดับชาติมากนัก ที่สำคัญเงินเดือนที่เคยได้รับประจำก็มลายหายไปด้วย  
 
                           "สุกรี มะเต๊ะ" อดีต ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคพลังสหกรณ์ ส.ส.หน้าใหม่ที่ฝ่าด่านหินสู่ "สภาหินอ่อน" เป็นครั้งแรกด้วยวัยเพียง 35 ปี 
 
                           แต่ท้ายสุดกลับเดินไม่ถึงฝั่งฝันไปอย่างน่าเสียดาย 
 
                           ทว่า ด้วยความรักและชื่นชอบการเมือง ทำให้หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงไม่ละทิ้งความตั้งใจเดิม ปัจจุบันยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่อง ก่อนตะโกนกู่ก้องในใจ
 
                           "เราต้องกลับมา" !! 
 
                           "ก่อนหน้านี้เป็นส.จ.ยะลา และช่วยงานการเมืองผู้ใหญ่ในพื้นที่หลายคน ทำให้พอมีเงินเดือนอยู่บ้าง ไม่นับรวมรายได้ครอบครัวที่ทำเกี่ยวกับธุรกิจขุดทราย แต่วันที่ตัดสินใจลาออกลงสู่สนามการเมืองใหญ่ระดับชาติก็หวังจะมีโอกาสที่ดีกว่า สุดท้ายกลับพลาดหวังหมด วันนี้จึงต้องกลับมาสานต่องานครอบครัว เพื่อประคองการเงินให้พ้นผ่านไปให้ได้ เพื่อรอวันกลับมามีโอกาสรับเงินเดือนส.ส.อีกสักครั้ง"
 
                           ขณะที่ ส.ส.ร่วมจังหวัดอย่าง "วัชระ ยาวอหะซัน" อดีต ส.ส.หลายสมัยของ จ.นราธิวาส เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา แน่นอนว่า ช่วงตกงานรายได้ก็ย่อมเหือดหายไป ประกอบกับรายจ่ายที่ไม่ได้ลดตาม ก็ยังต้องหวนกลับมาจับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เพื่อประคองชีวิตให้ฟันฝ่าไปให้ได้
 
                           วัชระ บอกว่า ด้วยภาระในการขับเคลื่อนทีมฟุตบอล ในฐานะประธานสโมสรทีมนรา ยูไนเต็ด หรือ "เรือกอและพิฆาต" ซึ่งเป็นความบันเทิงเดียวที่เหลืออยู่ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้มีความสุข สนุกในกิจกรรมการกีฬา ทำการเมืองตลอดจนติดนิสัย แม้ไม่ได้เงินเดือนแต่ก็ต้องทำด้วยหน้าที่
 
                           "ไม่มีตำแหน่งก็ทำได้ แค่อาจลดบทบาทลง เพื่อให้หมดห่วงเรื่องงบประมาณ ส่วนทีมฟุตบอลคงทิ้งไม่ได้ หลังจากร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน วันนี้หากใครต้องการเจอก็ต้องสนามฟุตบอล เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลเกม" อดีต ส.ส.รายนี้ระบุ
 
                           ตัดกลับมาที่ จ.ยะลา ก็น่าสนใจไม่น้อย "หะยีอับดุลเราะห์มาน ดิงอุเซ็ง" อดีต ส.ส.เขต 3 ยะลา พรรคเพื่อไทย หลังเริ่มไต่เพดานบินจากนักการเมืองท้องถิ่น เคยรั้งตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสตา ก่อนชิมลางสมัครการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก ก็สามารถเบียดชิงได้สำเร็จ ทว่า หลังนั้นไม่กี่วันก็ตกอยู่ในสภาพ "กินแห้ว" ไปอีกคน  
 
                           ชีวิตในวันที่ "เคว้ง" จึงไม่อาจนิ่งดูดาย นั่งรอวันเวลา เลือกตั้งใหม่เพียงอย่างเดียว
 
                           อดีต ส.ส.เขต 3 กล่าวว่า ทุกวันนี้หันมาทำธุรกิจขายไม้ยางพารา โดยไปซื้อไม้ยางหรือต้นยางจากชาวบ้านส่งขายต่อให้โรงงาน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกทอดหนึ่ง แม้จะไม่ใช่อาชีพที่ถนัด แต่ก็สามารถสร้างรายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้ หากอยู่เฉยๆคงไม่ดีแน่ เพราะรายได้แต่ละเดือนไม่มีเหมือนก่อนหน้านี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเหมือนเดิม กิจกรรมทางการเมืองก็ยังเดินหน้าต่อ ซึ่งไม่สามารถทนเฉยอยู่โดยไม่มีงานทำได้เลย
 
                           "ผมทำงานการเมืองมีเงินเดือนใช้มาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคเป็นกำนันหลายปี ก่อนขยับสู่การเป็นนายก อบต.บันนังสตา 2 ปีเต็ม แล้วลาออกก้าวสู่การเมืองระดับชาติ ก็หวังว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่สุดท้ายกลายเป็นคนตกงานไม่มีเงินเดือน จึงต้องหารายได้เลี้ยงครอบครัว ทำที่จะทำได้ เพื่อประคับประคองไปก่อน"
 
                           นี่คือเศษเสี้ยวอารมณ์หนึ่งจากชีวิต "คนการเมือง" ซึ่งต่างตกอยู่ในอารมณ์ร่วมอันละม้ายกัน
 
                           สะท้อนใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง "ทุกอย่างมีขึ้นมีลง" ขนานแท้ !!
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(จับชีพจร 'ผู้ทรงเกียรติ' ห้วง 'ชีวิตเปื้อนฝุ่น' : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ)