ข่าว

ในหลวงรับสั่งตุลาการศาลยุติธรรม-ทหารแก้ไขความอยุติธรรม

ในหลวงรับสั่งตุลาการศาลยุติธรรม-ทหารแก้ไขความอยุติธรรม

30 มิ.ย. 2552

"ในหลวง"มีรับสั่งให้ตุลาการศาลยุติธรรม-ตุลาการศาลทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เจอความอยุติธรรมต้องแก้ไข เพื่อความสงบสุขของประชาชน

 เมื่อเวลา 17.34 น. วันที่ 30 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายวิรัช ลิ้มวิจัย ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

 ในโอกาสนี้ นายพินิจ สุเสารัจ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายวิชัย อริยนันทกะ เลขาธิการประธานศาลฎีกา และนายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ เลขานุการศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่

 "การปฏิบัติหน้าที่จะต้องซื่อสัตย์ สุจริต อันนี้เป็นข้อสำคัญ หมายถึงว่า ท่านจะต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่ และต่อท่านเองที่ได้กล่าวปฏิญาณ ถ้าไม่ได้ปฏิญาณ ก็ไม่แน่ที่ท่านจะทำหน้าที่ได้ เพราะว่าเป็นหน้าที่ที่ยาก ตามที่บอกว่า ท่านต้องทำตาม เพื่อที่จะประเทศชาติมีความสงบสุข ซึ่งหมายถึงว่า จะต้องมีความยุติธรรมในบ้านเมือง ถ้าไปเจอความอยุติธรรมที่ไหนก็ตามท่านต้องแก้ไข ไม่ใช่ในศาลเท่านั้น แต่ในหน้าที่และนอกหน้าที่ ท่านเห็นอะไรที่ไม่ยุติธรรมท่านต้องแก้ไข อันนี้เป็นหน้าที่ที่สำคัญ และท่านได้ปฏิญาณว่าจะทำหน้าที่นี้อย่างเคร่งครัดที่สุด ฉะนั้นขอให้ท่านได้สำนึกพึงความสำคัญของคำปฏิญาณนี้ และพยายามทำตามที่ได้กล่าว ไม่เช่นนั้นคำกล่าวที่ท่านพูดอะไรออกมาก็จะกลวงหมด หมายความ ไม่มีความหมาย ฉะนั้นก็ต้องจำไว้ จำคำปฏิญาณนี้ไว้โดยชัดเจน อันเป็นหน้าที่ของท่านโดยตรง

 ก็ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ คือความยุติธรรมของบ้านเมือง เพื่อที่จะให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข บ้านเมืองมีความสงบสุข และใครทำอะไรไม่ดีที่ไหน ท่านต้องกล่าวถึง ท่านต้องพูด ท่านต้องยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของท่านที่จะทำให้ยุติธรรม คนอื่นทำไม่ยุติธรรมนั้น ถ้าเขาไม่ได้ปฏิญาณก็คงไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ว่าทุกคนที่อยู่ในข่ายของการยุติธรรมนั้น คือคนไทยทั้งหมดจะเป็นผู้พิพากษาหรือไม่เป็น ก็จะต้องปฏิบัติด้วยความยุติธรรม ฉะนั้นท่านต้องดูแล สอดส่องให้เห็นว่า ความยุติธรรมยังมีอยู่ในบ้านเมือง ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามที่ท่านได้กล่าวไว้ในที่นี้ เพื่อที่จะ บ้านเมืองมีความร่มเย็น"

 ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติด้วยความกล้าหาญ ด้วยความเข้มแข็ง และท่านจะได้มีความสุขในงานที่ทำดี ทำถูกต้อง ขอให้ท่านปฏิบัติหน้าที่เคร่งครัด ดีที่สุด จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบ้านเมืองให้มีความสุขสบาย ทุกคนจะได้รับผลจากความดีของท่าน ซึ่งความดีของท่านดูจะเป็นคนจำนวนน้อย แต่มีกำลังมาก ขอให้ปฏิบัติได้ มีความเข้มแข็งที่สุด และเมื่อสำเร็จแล้วท่านจะมีความภูมิใจในหน้าที่ ความพอใจในหน้าที่ที่ท่านทำดีตลอดไป ตั้งแต่บัดนี้ไป ท่านจะรู้สึกว่าได้ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ใครทำได้ มีโอกาสที่จะทำ ที่จะเทิดทูนความยุติธรรมได้ เป็นคนมีเกียรติ เป็นคนที่โชคดี ขอให้ท่านมีโชคดีในการทำหน้าที่และขอให้หน้าที่นั้นสำเร็จเรียบร้อย เพื่อที่ในอีกหลายปีข้างหน้า ท่านจะรู้สึกได้ว่า ท่านได้ทำประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยแท้จริง"

ตุลาการศาลทหารเข้าเฝ้าถวายสัตย์

 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯลง ณ ท้องพระโรงศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำตุลาการศาลทหารสูงสุด, ตุลาการศาลทหารกลาง และตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารชั้นต้น เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่

 ในโอกาสนี้นายทหารสัญญาบัตรชั้นยศนายพล ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง ได้แก่ พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สายัณห์ คัมภีร์พันธุ์ สมุหราชองครักษ์ และพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นต้น ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่
ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม

 "ท่านมีหน้าที่สำคัญมาก ทั้งในหน้าที่เป็นทหาร เป็นทหารต้องรักษาความสงบ ความปลอดภัยของประเทศและประชาชนโดยส่วนรวม แต่นอกจากนี้ท่านก็ได้ปฏิญาณว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ปราศจากอคติทั้งหลาย ซึ่งเป็นหน้าที่อีกด้านของทหาร สำคัญอย่างยิ่งและจะต้องรักษาด้วยชีวิต เหมือนกับในหน้าที่ทหาร ที่ต้องป้องกันประเทศ การปฏิบัติด้วยความยุติธรรมนี้ เป็นหน้าที่ที่สำคัญ ที่จะป้องกันประเทศอย่างดี ที่จะทำให้ประเทศมีความสงบสุขได้พอๆ กันกับหน้าที่ทหาร ที่จะต้องสู้รบอย่างเข้มแข็ง ฉะนั้น ท่านสมควรที่จะรักษาความยุติธรรม ความเข้มแข็งของทหารในหน้าที่ของท่านตลอดต่อไป

 ท่านก็เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในหน้าที่ ที่จะปฏิบัติเพื่อความยุติธรรมของประเทศ ฉะนั้นท่านต้องรักษาความยุติธรรมตามที่ได้ปฏิญาณไว้ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ไม่ใช่ง่าย เพราะว่า จะต้องมีความรู้เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง นอกจากความรู้ของทหาร ซึ่งจะต้องรักษาและปฏิบัติด้วยความเข้มแข็ง ด้วยความซื่อสัตย์และด้วยความแน่วแน่ในใจ ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติตามหน้าที่และเข้าใจในหน้าที่ของท่าน ทั้งในด้านทหาร ทั้งในด้านความยุติธรรม ขอให้ท่านสามารถปฏิบัติเพื่อความสงบสุขของประชาชนทั่วไป ถ้าท่านทำได้ ท่านจะมีความสงบสุขในใจของท่านด้วย

 ขอให้ได้ปฏิบัติเพื่อความสำเร็จของหน้าที่เช่นนี้และเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติ ซึ่งต้องการท่านในฐานะทหารและในฐานะผู้มีความยุติธรรม เหมือนผู้พิพากษา เหมือนผู้ที่จะรักษาความยุติธรรมในประเทศ ได้เห็นอะไรที่ไม่สอดคล้องต่อหน้าที่ของท่าน ขอให้ปฏิบัติแก้ไขโดยพลัน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ไม่ใช่ง่ายแต่อย่างไรท่านต้องทำให้ได้เมื่อได้รับหน้าที่แล้ว เมื่อตกลงใจจะป้องกันประเทศชาติแล้ว ท่านจะต้องรักษาความยุติธรรมในชาติ ถ้าท่านไม่ทำ เท่ากับแพ้สงคราม ถ้าเป็นทหารต้องรักษาความยุติธรรมและต้องรักษาด้วยความกล้าหาญ ใครไม่ทำตามนี้ ก็รู้สึกว่าไม่เป็นชายชาติทหาร"