
หวิดดับ!ซิ่งหกล้อหลับในเสยท้ายพ่วงเจ็บ4
02 ส.ค. 2557
หวิดดับ! หนุ่มนครปฐมซิ่งหกล้อหลับในเสยท้ายรถพ่วง 18 ล้อ รถพังยับเยิน เมีย-ลูกได้รับบาดเจ็บ จนท.ช่วยเหลือไว้ได้ทัน
2 ส.ค.57 ร.ต.อ.สมบัติ พุ่งเพ็ชรษา พนักงานสอบสวนสภ.เกาะคาลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะคารถกู้ชีพโรงพยาบาลอำเภอสบปราบลำปาง เดินทางตรวจสอบบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 667 ถนนพหลโยธินเขตบ้านนาแส่ง ต.นาแส่ง .อ.เกาะคา จ.ลำปาง ขาเข้าเขตติดต่อเกาะคา-สบปราบ หลังรับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุตำรวจภูธรจังหวัดลำปางว่าเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกหกล้อชนท้ายรถพ่วงมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถจำนวนหลายราย
ไปถึงจุดเกิดเหตุพบรถบรรทุกหกล้อยี่ห้อฮีโน่สีขาวหมายเลขทะเบียน 70-9670นครปฐม ชนท้ายรถพ่วง18 ล้อฮีโน่มีขาวทะเบียน 70-2515 นนทบุรี ซึ่งจอดยางแยกอยู่ข้างถนน สภาพข้างซ้ายรถหกล้อพังยับเยินกระจกหน้าแตก ภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4 ราย เป็นผู้ใหญ่ชายหญิงสองคน เด็กผู้ชายผ้หญิงสองคน ติกอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือออกมาได้ก่อน 3 ราย คือคนขับและเด็กสองคน ส่วนผู้หญิงซึ่งนั่งเบาะข้างคนขับขาและแบนถูกรถอัดก๊อปปี้ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันงัดร่างออกมา ก่อนจะตัวทั้งหมดส่งโรงพยาบาลอำเกาะคา ส่วนรถคู่กรณีและคนขับอยู่ที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่าคนเจ็บทั้งหมด เป็นพ่อแม่ลูกกัน โดยพ่อเป็นคนขับชื่อนายชนาทิพย์ แก้วเสริม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/6 ม.8 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง ต.นนทบุรี ได้รับเจ็บเล็กน้อย ส่วนผู้หญิงชื่อนางนิภา เผยโคกสูง อายุ 21 ปี เป็นภรรยาของนายชนาทิพย์ บาดเจ็บสาหัส แขนขาหัก ส่วนเด็กผู้ชายชื่อด.ช.ชญากร แก้วเสริม อายุ 3 ขวบ และด.ญ.ผกากาญจน์ เผยโคกสูง อายุ 2 ขวบเศษ ทั้งสองศรีษะแตกและบวมโนเท่านั้น ซึ่งทั้งสองเป็นลูกของนายชนาทิพย์และนางนิภา
สอบถามนายชนาทิพย์ คนขชับหกล้อ ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ก่อนเกิดเหตุตนบรรทุกแผ่นกันความร้อนมาจากจังหวัดนครปฐม เพื่อมาส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดเชียงใหม่โดยพาภรรยาและลูกทั้งสองคนมาด้วย พอมาถึงที่เกิดเหตุ ตนเกิดหลับในและวูบ พอสะดุ้งอีกรถกนท้ายพ่วง18 ล้อซึ่งจอดอยู่ข้างทางอย่างแรงทำให้ตนภรรยาและลูกสองคนติดอยู่ในรถดังกล่าว โชดดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต
ส่วนนายชัยรัตน์ ชัยชนะ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11ม.9 ต.มะเฟือง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมถ์ คนขับรถพ่วง 18ล้อ กล่าวว่า ขณะที่ตนนอนอยู่หน้ารถเพื่อรอช่างมาเปลี่ยนยางรถหลังรถยางแตก จู่ๆก็ ได้ยินเสียงรถชนท้ายอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจึงรีบลงมาดูพบรถหกล้อชนท้ายจนพังเสียหายและมีคนเจ็บติดอยู่ในรถจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เดินทางมาช่วยเหลือดังกล่าว
เชียงราย-นายช่างทางหลวงชนบทขับรถยนต์ตกคลองดับ
ร.ต.อ.ศุภชัย จันทะสิงห์ ร้อยเวร สภ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์ตกลงไปในลำห้วยแม่กรณ์ ที่ชุมชนแม่กรณ์ ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อม ประสานหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการตรวจพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าทะเบียน กค-7331 เชียงราย ตกลงไปอยู่ในลำห้วย ภายในพบ ร่างของนายพงศยา สมบัติ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126/1 ม.12 ชุมชนหนองบัว เขตเทศบาลนครเชียงราย มีตำแหน่งเป็นนายช่างเครื่องกลชำนาญการ สำนักงานทางหลวงชนบทเชียงราย ซึ่งเป็นคนขับเสียชีวิตติดภายในรถ จึงได้ประสานแพทย์เวรนิติเวชจากรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์เข้าชันสูตร
นายปริยะ ศิริกุล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 295/2 ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุกล่าวว่าในคืนที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 20.40 น. ขณะนั่งดูทีวีภายในบ้าน ได้ยินเสียงดังโครม แล้วเสียงก็เงียบไป แต่ก็ไม่ได้ออกมาดู ปกติจุดที่เกิดเหตุเป็นซอยตันมักจะมีรถวิ่งเข้าออกเป็นประจำ และท้ายซอยมีรถแท็กซี่อีก 2 คันเข้าออกเป็นประจำ ซึ่งทราบเรื่องในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่ามีรถตกลงไปในคลองและพบว่ามีผู้เสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อทางนางวันเพ็ญ สมบัติ ภรรยาของพงศยา มาดูศพและให้การว่านายพงศยาได้เดินทางไปทำงานตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. แล้วและช่วงเย็นก็ได้ออกไปกินเหล้ากับเพื่อนจนดึกก็ไม่กลับจนกระทั่งเวลา 01.00 น.วันที่ 1 ส.ค. จึงโทรศัพท์หาแต่นายพงศยากลับด่าทอว่าจะไปกินเหล้ากับเพื่อน จากนั้นตนก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก
จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานก็พบว่าไม่ได้ไปทำงานแต่อย่างใด และได้แจ้งเพื่อนทุกคนว่าจะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ แต่ก็มาพบว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุอย่างปริศนาซึ่งไม่รู้ว่ามาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุได้อย่างไร เพราะไม่ไช่เส้นทางกลับบ้านหรือเส้นทางไปเชียงใหม่หรือเส้นทางที่ไปสถานที่ท่องเที่ยว ขณะที่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือฆาตกรรม และผลจากการตรวจสอบในรถก็พบว่ากระเป๋ากล้องถ่ายรูปโซนี่อยู่ 1 ใบแต่ไม่มีกล้องภายใน ขวดเหล้า 1 แบน ลูกกระสุนปืนขนาด .22 อีก 4 นัดแต่ไม่มีอาวุธปืนและ เสื้อชูชีพของเด็กอีก 1 ตัวอยู่ในกระโปรงหลังรถ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและนำศพไปให้แพทย์ซันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง



