
'ร่อนทอง'อาชีพเสริมแบบพอเพียงชาวสุคิริน
'ร่อนทอง'อาชีพเสริมแบบพอเพียงชาวสุคิริน
หากใครได้มีโอกาสเดินผ่านพื้นที่ ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส อาจแปลกใจภาพที่ชาวบ้านนับหลายร้อยคนต่างแบกจอบ พลั่ว และอุปกรณ์บางอย่างที่คล้ายกระทะ หรือกระด้ง เดินลงลำคลองร่อนหาสิ่งของบางอย่างในลำคลองน้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้าน แต่หากลงไปสอบชาวบ้านใน ต.ภูเขาทอง และหมู่บ้านอื่นในละแวกใกล้เคียงว่า พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ เชื่อว่า ใครที่ไม่เคยรู้ถึงที่มาที่ไปในการกระทำดังกล่าวอาจจะรีบวิ่งไปหาซื้ออุปกรณ์ทุกชิ้นที่กล่าวมาข้างต้น พร้อมกระโดดลงคลองลงไปร่อนหาสิ่งของบางอย่างพร้อมกับชาวบ้านอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังค้นหาคือ "ทองคำบริสุทธิ์"
ได้ยินเช่นนี้หลายท่านอาจตาลุกวาว "คม ชัด ลึก" จึงลงพื้นที่ค้นหาข้อมูลการร่อนหา "ทองคำ" ในพื้นที่แห่งนี้ พบว่า ชาวบ้านใน ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน มีอาชีพกรีดยางเป็นหลัก ส่วนสาเหตุที่พวกเขาต่างพากันมาร่อนหาทองคำได้รับคำตอบว่า ลำคลองที่ชาวบ้านไหลแห่มาร่อนทองเป็นคลองสายหนึ่งที่เป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายบุรี โดยจากเดิมสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของเหมืองทองคำที่รู้จักในนาม "เหมืองทองโต๊ะโม๊ะ" โดยธุรกิจดังกล่าวเป็นของชาวต่างชาติที่มาขอเช่าสัมปทานจากรัฐบาล
อย่างไรก็ตามเมื่อหลายสิบปีก่อน สัญญาสัมปทานได้หมดไป แต่ชาวบ้านกลับพบว่า สถานที่ดังกล่าวยังคงมีทองคำตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะก่อนหน้านี้ชาวบ้านลงมาร่อนทองในลำคลองได้ทองคำบริสุทธ์ไปจำนวนมาก โดยวิธีการร่อนหาทองคำของชาวบ้านนั้น พวกเขาจะใช้อุปกรณ์พื้นบ้านเท่านั้นคือ จอบ พลั่ว และเชลียงร่อนทอง ที่ทำจากไม้หลุมตกแต่งให้แบนคล้ายกระทะ
การประกอบอาชีพร่อนทองของชาวภูเขาทองสามารถพบเห็นได้เกือบทุกวัน แต่หากเป็นช่วงหน้าฝนเมื่อใด ชาวบ้านหลายร้อยคนจะลงมาร่อนทองกันเป็นล่ำเป็นสันจำนวนมาก เพราะจากการบอกเล่าจากชาวบ้านพบว่า ช่วงหน้าฝนทองคำเพิ่มจะมากขึ้น เนื่องจากน้ำป่าจะไหลแรง ชะล้างหน้าดิน และหินบนภูเขา ส่งผลให้แร่ท่องทองคำไหลสู่ลงลำคลองเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้จากการสอบถามยังพบว่า ทองคำที่ชาวบ้านร่อนได้มาจะเป็นทองคำแท้ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการซื้อขายก็ไม่ยุ่งยาก เพราะมีพ่อค้าคนกลางในหมู่บ้านคอยรับซื้อราคากรัมละ 1,050 บาท ซึ่งราคาซื้อขายทองคำจะขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดด้วย ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ร่อนทองมาได้จะขายแบบวันต่อวัน แต่บางคนอาจเก็บสะสมไว้ จากนั้นค่อยนำออกขายในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง หรือเมื่อเงินขาดมือ โดยเฉพาะช่วงนี้ราคายางพาราตกต่ำไม่ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงนี้"
เมื่อถามถึงรายได้ของการร่อนทองในแต่ละวันต้องบอกว่า กลุ่มชาวบ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พอใจและอยู่ได้ เพราะทองที่ขายในแต่ละวันสามารถช่วยให้พวกเขามีเงินไปจุนเจือครอบครัวเพิ่มมากขึ้นประมาณ 400-500 บาท ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับดวงด้วย และอาจโชคดีเหมือน "ทองหล่นทับ" หากในวันนั้น ชาวบ้านสามารถร่อนทองได้จำนวนมากเป็นหลักพันหลักหมื่นบาท
สิ่งนี้นับเป็นความโชคดีของคนในพื้นที่ ต.ภูเขาทอง "การร่อนทอง" ถือเป็นอีกทางเลือกในการหาอาชีพเสริมมาเลี้ยงครอบครัว และถือว่าโชคดีกว่าคนภาคใต้ส่วนอื่นๆ ที่ยังคงประกอบอาชีพทำสวนยาง พืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวเป็นอาชีพหลัก เมื่อราคาตกต่ำทำให้เกิดภาระ พร้อมทั้งหนี้สินตามมามากมาย
อย่างไรก็ตาม แม้พื้นที่ ต.ภูเขาทอง แห่งนี้ จะมีทองคำเหลืออยู่มากมาย แต่ชาวบ้านยืนยันว่า ทุกวันนี้การร่อนทองเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น ไม่ได้ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน จริงจัง เอาเป็นเอาตาย จึงทำให้ชาวบ้านสามารถประกอบอาชีพร่อนทองได้ตลอดทั้งปี และด้วยการกินอยู่บนพื้นฐานแห่งความพอเพียง ไม่โลภ ทำให้อาชีพนี้สามารถตกทอดไปถึงลูกหลาน เพื่อให้พวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์ในดิน สินในน้ำที่ได้จากธรรมชาติกลางหุบเขาไกลสุดสายตา ติดชายแดนมาเลเซียแห่งนี้...
................
(หมายเหตุ : 'ร่อนทอง'อาชีพเสริมแบบพอเพียงชาวสุคิริน)



